ห้องสมุดคือแหล่งเรียนรู้สำหรับให้เด็กๆค้นคว้าแต่ส่วนใหญ่ถ้าเด็กที่เล็กเกินไปมักจะค้นกระจุย กระจาย ดังนั้นครูหรือบรรณารักษ์ต้องดูแลและให้บริการอย่างใกล้ชิดพร้อมกับคำแนะนำเป็นการส่งเสริมการใช้ห้องสมุดอย่างถูกวิธี

วันนี้พูดคุยตามประสาครูที่ห่วงใยการใช้ห้องสมุด กับการส่งเสริมการใช้ห้องสมุด

     การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแนวปฏิรูป ส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ตัวเด็ก และครูต้องเป็นผู้ให้คำแนะนำหรือเป็นที่ปรึกษาเท่านั้น  ทุกอย่างเด็กจะเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ  ด้วยการสืบค้น  ด้วยวืธีการทดลอง ฯลฯ ซึ่งเป็นวิธีการจัดการเรียนรู้อย่างหลากหลายที่ครูต้องจัดให้กับเด็กๆเกิดประสบการณ์เรียนรู้อย่างรอบด้าน   แต่ในฐานะที่เป็นครูที่ต้องใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนอยู่บ่อยๆ.... เป็นห่วงเสมอว่า ทำอย่างไรให้ห้องสมุดเป็นห้องค้นคว้ามากกว่าเป็นห้องที่เด็กๆค้นกระจุยกระจาย ภายใต้หนังสือกองโต..เพราะเด็กเล็กๆ มักจะเข้าห้องสมุดแบบไม่มีจุดหมายหรือเป้าหมายของการใช้แหล่งเรียนรู้  เมื่อค้นหนังสือมาก็จะกองๆๆๆแล้วไม่เก็บเข้าที่....เพราะเคยไปหลายๆที่มักจะพบเหมือนวรรคหลังเป็นส่วนใหญ่  ทั้งนี้ไม่ได้โทษใคร หรือตำหนิใคร เพียงแต่ให้ข้อเสนอแนะเท่านั้น  ก็เลยเกิดไอเดียขึ้นมา..แล้วกะว่าจะทำให้เกิดเป็นรูปธรรมเพื่อช่วยลดภาระของครูบรรณารักษ์บ้างเล็กๆน้อยๆ ด้วยกิจกรรมคืนชีวิตให้หนังสือ

      พูดไปคงจะงง...แต่จะเริ่มจากกลุ่มสนใจเล็กๆก่อน  มารวมต้วกแล้วบอกวัตถุประสงค์ให้เด็กๆทราบว่ากลุ่มสนใจที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมา นี้ต้องทำอะไรบ้าง...

       (1)  ต้องศึกษาเรียนรู้มารยาทการใช้ห้องสมุดและพร้อมที่จะให้คำแนะนำให้สมาชิกอื่นๆทำได้

       (2)  ต้องรู้จักการจ้ดเก็บหน้งสือตามหมวดหมู่ และเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์ปฏิบัติหน้าที่ในยามว่าง

       (3)   ต้องสร้างความรู้สึกให้เกิดขึ้นกับเด็กๆทุกคนว่า หนังสือทุกเล่มมีชีวิต และอยากจะอยู่ในที่ที่ควรอยู่อย่างเป็นระบบระเบียบ  

       (4)  ต้องหาสมาชิกเพิ่มแบบ 1 : 1 เพื่อขยายผลในลักษณะเครือข่าย  และสมาชิกใหม่ต้องหาสมาชิกใหม่ให้ได้อีก 1: 1  เพื่อร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงานเป็นไปตามจุดประสงค์และเป้าหมายของกิจกรรม

       (5)   ใครทำได้ 5 คนแรก  มีรางวัลให้ เพื่อจูงใจเด็กๆร่วมกิจกรรม

  ผู้เขียนจะทดลองทำในภาคเรียนต่อไป...พร้อมที่จะนำผลมาขยายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และขอคำแนะนำจากท่านด้วยนะคะ....ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ