การทำเรื่องนี้ต้องมีเครือข่าย ปีหน้าก็จัดเวทีมาแลกเปลี่ยนกันอีก จะทำให้ไม่โดดเดี่ยว มีกำลังใจในการดำเนินงาน

วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๒

บันทึกเรื่องการทำงานที่เวียดนามยังไม่จบ มีเรื่องดีๆ ที่ระยองเข้ามาแทรก ดิฉันกลับจากเวียดนามถึงกรุงเทพเมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน รื้อกระเป๋าเอาเสื้อผ้าที่ใช้แล้วออกมาซัก วันอาทิตย์ที่ ๑๙ ก็จัดกระเป๋าใหม่ เตรียมตัวเดินทางไปทำหน้าที่วิทยากรในการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการความรู้ กรณีเบาหวาน-ความดันโลหิตสูง ระดับเขต ๙ ที่ระยอง

การประชุมครั้งนี้มีคุณหน่อย รัชนี สมบูรณ์  หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคลและคุณภาพบริการ สสจ.ระยอง เป็นแม่งานใหญ่ และมีบุคลากรจากหลายหน่วยงานในจังหวัดระยองเป็นทีมงาน ดิฉันเคยชวนให้คุณธวัช หมัดเต๊ะหรือทีม สคส.คนใดคนหนึ่งมาช่วย ปรากฏว่าทุกคนติดงานหมด เลยต้องลุยคนเดียว แต่คุณรัชนีให้ความมั่นใจว่าทีมมีการแบ่งงานกันและจะช่วยกันเต็มที่

ทีมงานของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ช่วยบริการรับ-ส่งระหว่างกรุงเทพ-ระยอง เราออกเดินทางจากกรุงเทพ เมื่อประมาณ ๑๕ น.กว่า  ใช้เวลานั่งรถแบบหลับบ้างตื่นบ้างประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่งก็ถึงโรงแรมพี.เอ็ม.วาย บีช รีสอร์ท อ.เมือง จ.ระยอง ไปทำงานครั้งนี้ได้ชวนคุณ David Beran ไปสังเกตการณ์ด้วย ๑ วัน

เอาของเข้าที่พักเรียบร้อย เราก็นัดกันออกไปกินเย็นที่ร้านแหลมเจริญซีฟู๊ด คุณหน่อยบอกว่าร้านนี้ดังสุดแพงสุดแล้ว คุณนรเทพ เอี่ยมแก้ว ผู้จัดการ LifeScan ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตามไปสมทบพร้อมชวนเพื่อนเภสัชกรที่ระยองมาด้วยอีก ๒ คน อาหารมื้อนี้มีกุ้งผัดเกลือ ปลากะพงทอดน้ำปลา ปูม้านึ่ง หอยตลับผัดน้ำพริกเผา หอยเชลล์อบเนย ปลาหมึกแดดเดียว แกงส้มไข่ปลา คุณ David กินอาหารได้ทุกอย่าง

กลับที่พักเมื่อเวลาใกล้ ๒๑ น. อาบน้ำเสร็จ เอา VCD "หลุมดำ KM" ที่วางแผนว่าจะฉายในวันรุ่งขึ้นมาเปิดดู ปรากฏว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตื่นมาอีกที คอมพิวเตอร์แบตเตอรี่หมด ที่เสียบปลั๊กไฟไว้ไม่ดีเพราะตัวต่อ ๓ ตาเป็น ๒ ตาไม่พอดีกัน  ปิดคอมพิวเตอร์แล้วเข้านอนดีกว่า

วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒

ดิฉันตื่นขึ้นมาทำงานตอน ๐๕ น. ทบทวนและปรับสไลด์ที่จะใช้ในวันนี้ นัดคุณ David กินอาหารเช้าด้วยกันตอน ๐๘ น. ที่โรงแรมไม่มีอาหารเช้าให้เลือกมากนัก จึงกินแต่ขนมปังปิ้ง ผักสลัด ไข่ดาว และกาแฟ ขณะกินอาหารมีแมลงวันบินมาเกาะแยมในจานของคุณ David ดิฉันนึกออกว่าที่เวียดนามเราไม่เจอแมลงวันเลย

ห้องประชุมที่เราใช้อยู่ชั้นที่ ๑๙ สูงสุดของโรงแรม มีกระจก ๓ ด้าน มองเห็นทะเลและทิวทัศน์เมืองระยอง เสียแต่ว่าแดดร้อนมาก เราจึงปิดม่านกันเกือบตลอดเวลา ผู้เข้าประชุมไม่ต้องไปไหนไกล เพราะเขาจัดอาหารว่าง อาหารกลางวันไว้อีกด้านหนึ่งของห้องประชุม

 

ผู้เข้าประชุมบางส่วน

ผู้เข้าประชุมมีจำนวน ๖๐ กว่าคน มาจาก สสจ. รพศ. รพช.สอ./PCU ในเขต ๙ ซึ่งมี ๔ จังหวัดคือ ระยอง จันทบุรี ตราด ชลบุรี ทยอยกันมาเรื่อยๆ จนเก้าอี้ที่จัดไว้เต็ม เราเริ่มช้าเล็กน้อยเพื่อรอผู้ที่เดินทางมาจากชลบุรี

นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง มากล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม คุณหมอปรเมษฐ์เคยทำงานเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงที่สกลนครมาก่อน และเป็นหนึ่งในแกนนำเครือข่ายเบาหวานของเรา ได้มารับตำแหน่งที่ระยอง ๔ เดือนแล้ว พบกันครั้งนี้ดูมีน้ำมีนวลขึ้นเยอะ คุณหมอบอกว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

 

นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้

คุณหมอปรเมษฐ์เล่าให้ที่ประชุมฟังว่าเมื่อ ๒-๓ เดือนก่อนไปประชุมกับ นพ.สมเกียรติ โพธิสัตย์ ได้รู้ว่าที่อื่นเขามี node กันแล้ว ทางระยองยังไม่มี เมื่อได้รับการชวนจึงตกลง และรู้จักกับดิฉันที่เคยทำงานกันมานาน เป็นรุ่นโบราณ

คนส่วนใหญ่จะพูดเรื่องเบาหวาน ไม่ค่อยพูดถึงความดันโลหิตสูง เพราะมีคนทำเรื่องเบาหวานเก่งกว่าคนที่ทำเรื่องความดันโลหิตสูง นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล เอา KM เบาหวานไปใส่ใน HA ด้วย มีการประชุมกับ สปสช. บอกว่าจะทำเรื่องนี้ให้ดีต้องเอาเม็ดเงินออกมา

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อย่างแรกต้อง paradigm shift ก่อน บางคนคิดว่าเป็นเรื่องของหมอ ถ้าพึ่งหมอเมื่อไหร่เป็นจบกัน จนท.อนามัยไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่ตัวเองทำได้ ความจริงอยู่ที่การจัดระบบ ต้องมีการสร้างเครือข่าย ถ้าไม่ทำอะไรเลย ผู้ป่วยที่ดูแลตนเองได้ดีจะมีแค่ ๒๐-๓๐% ถ้าจะให้ดีขึ้นต้องใช้กระบวนการที่มีระบบ

การทำเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้อยู่ที่ระบบบริหารจัดการ การให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการต้องมีการ set ระบบตั้งแต่ระดับจังหวัดลงมา สมัยก่อนเคยไปนำเสนอก็มีคน copy ไฟล์ไปใช้ต่อ คนที่ทำดีมักล้า เพราะคัดกรองผู้ป่วยมาได้เยอะ อยากเปลี่ยนงานเพราะเครียดจากงานที่หนักกว่าที่อื่น จึงต้องบริหารจัดการให้ดีคือทำทั้งจังหวัด/อำเภอ

ต้องปรับระบบบริการ ช่วงแรกอาจปรับระบบในโรงพยาบาลก่อน พอแข็งก็ปรับที่ สอ. มีคลินิกวันเดียวก็ปรับเป็นหลายวัน มีสหวิชาชีพไปดูแล ถ้าทำได้ดีจะมีผู้ป่วยเพียง ๒๐% ที่ต้องไปเจอแพทย์รักษา ถ้าปรับตรงนี้ผู้ป่วยที่ต้องพบแพทย์ก็จะน้อยลง

ทำสัก ๒-๓ ปีก็กระจายผู้ป่วยที่ดี ไม่มี complications ไปที่ สอ. ต่อไปก็ไปจ่ายยาในชุมชน บางแห่งไปคุยกับท้องถิ่น เขาก็ให้เครื่องตรวจน้ำตาลในหมู่บ้าน ผู้ป่วยก็พึงพอใจ ไม่ต้องเสียเวลามา รพ. ความจริงไม่มีใครอยากมา รพ. แต่เราไปคิดว่าเขาอยากมา ถ้ามีกิจกรรมใส่เข้าไปให้เขาเจอกันเป็นกลุ่ม ก็จะทำให้เขามีกำลังใจ

การทำเรื่องนี้ต้องมีเครือข่าย ปีหน้าก็จัดเวทีมาแลกเปลี่ยนกันอีก จะทำให้ไม่โดดเดี่ยว มีกำลังใจในการดำเนินงาน ใครทำดีก็เชิดชูเกียรติ ให้รางวัล คนทำงานมีความสุข รู้สึกตนเองมีคุณค่า ผู้ป่วยเองก็จะชักชวนคนให้ดูแลตนเองให้ดีขึ้น ทำให้มีเครือข่าย เปลี่ยนจากคนที่มีความท้อแท้ มาเป็นคนที่มีกำลังใจ สอนคนอื่นได้

ต่อไปจะมีเครือข่ายที่มาพบกันทุกปี อยากเห็นพวกเราได้รับรางวัล อยากเห็นชาวบ้านขึ้นเวทีเล่าเรื่องการดูแลตนเองที่ดี ยินดีที่จะเป็น node ภาคตะวันออก ในจังหวัดระยองมีไม่น้อยกว่า ๘-๙ ตัวอย่าง หลายจังหวัดก็ยิ่งมีมาก หวังว่าทุกคนจะได้เอา KM ไปประยุกต์ใช้ แล้วมาแลกเปลี่ยนกัน........

วัลลา ตันตโยทัย