ความรัก ความเมตตา ที่มีให้แก่กันและกันเป็นสิ่งดี เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์มากด้วยคุณค่า เพราะความเมตตามาจากจิตที่บริสุทธิ์

...โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 25  กิโลเมตร  ขับรถไปเรื่อยๆพร้อมกับเพื่อนครูที่ร่วมคณะด้วยอีก  3  คน...บังเอิญมองเห็นสุนัขที่กำลังจะวิ่งข้ามถนนแต่ก็ยังไม่ทันจะข้าม  เจ้าสี่ขาก็วิ่งกลับไปเสียงั้นๆ...ชนิดแบบผู้เขียนต้องเตรียมจะเหยียบเบรคเพื่อชลอความเร็ว...แล้วก็พลางพูดว่า  สัพเพ  สัตตา  สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์  เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น  จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด... ขอให้เจ้ารักษาตัวให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด...เพื่อนที่ร่วมเดินทางมาด้วยบอกว่า  ใจบุญจริงนะแม่คุณ... ก็เลยสนทนาเสวนาภาษาครูบ้านนอกกันอย่างมีความสุขว่า...ความเมตตาสงสารต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นสิ่งเราควรมีให้กัน เพราะจิตทึ่คิดเมตตาเป็นจิตที่บริสุทธิ์ที่มากล้นด้วยคุณค่า...หลวงตาเคยบอกว่า  ผู้ใดมีธรรมะในจิตใจ  จะมากจะน้อยไม่เป็นไร  แต่การแสดงออกของจิตย่อมบริสุทธิ์  นิ่มนวล  ละเอียดอ่อน  การให้ความรัก ความเมตตา ต่อสัตว์เดรัจฉาน คอยดูแลเอาใจใส่ เรื่อง น้ำ  อาหาร  ยิ่งเขาอยู่กับเราก็ต้องอาศัยเรา เพราะเขาหากินเองไม่ได้...เป็นสิ่งที่แสดงความเมตตาภายใต้จิตใจที่อ่อนโยนเชียวล่ะ...

...คุยกันไม่ทันเท่าไร  รถก็ผ่านหน้าโรงเรียนแล้วต้องยูเทิร์นกลับ...เสียงเครื่องยนต์ดับสนิทและทุกคนก็ลงจากรถพร้อมกับสัมภาระพะรุงพะรังมาประชุมเพื่อทำหลักสูตรใหม่ให้เสร็จ...เจ้าแตงโมเป็นชื่อของสุนัขที่ นักเรียนต่างพากันเรียกตั้งแต่แตงโมยังเด็ก และผู้เขียนว่าค่อนข้างจะขึ้เหล่เล้เลยล่ะ แตงโมวิ่งผ่านสนามหน้าโรงเรียนมาอย่างเร็วจี๋...ขามันสั้นๆตัวมันเตี้ยๆ  ขนรกรุงรังไม่ค่อยเป็นระเบียบแบบสุนัขพันธุ์ผสม...ส่งเสียงหอนเหมือนทักทายตั้งแต่แรกพบ  มันแทบจะกระโดดกอดครูเลยล่ะ  ดูที่หางของแตงโมสิ โอ้โห...หางมันกระดิกเร็วมาก  ดวงตาที่พริ้มพราย  หูที่ราบเรียบค่อนข้างไปทางด้านหลังผลัดกันเรียบบ้างตั้งบ้าง...ปากก็อ้าเหมือนยิ้มรับ...ผู้เขียนเลยเดาว่า เจ้าแตงโมคงจะดีใจที่พบคุณครู  สัญชาตญาณของสุนัขย่อมรู้ว่าใครรัก  ใครเมตตา  สุนัขก็จะแสดงความรักตามอาการที่เล่ามา...และที่แตงโมแสดงอาการอย่างนี้เพื่อนครูทุกคนลงความเห็นพ้องต้องกันว่า...นี่คือการแสดงการต้อนรับตามประสาแตงโม