นักวิจัยชาวอังกฤษเผย ยารักษาแผลเป็นชนิดใหม่สามารถลบรอยแผลเป็นหลังศัลยกรรมหรือผ่าตัดเห็นผลชัดเจนเมื่อทดลองใช้ในคน

 

ภาพ: แผลเป็นคือเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อทดแทนเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ

ยา ชนิดนี้ชื่อ อะโวเทอร์มิน หลังทดลองใช้ในผู้ที่เป็นแผลมาแล้วประมาณ 1 ปี พบว่าแผลแดงน้อยลง จางลงและมีอาการดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอก รายงานในวารสาร The Lancet medical journal

นัก วิจัยกล่าวว่า งานต่อไปคือ การทดลองใช้ในยุโรป ก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับยาชนิดนี้แล้ว จากนั้นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพชื่อ รีโนโว จึงนำไปพัฒนาต่อ

อาสา สมัครที่เข้าร่วมจะถูกกรีดผิวหนังเพื่อสร้างแผลหนาประมาณ 1 ซม. ที่แขนทั้งสองข้าง จากนั้นจะได้รับการฉีดอะโวเทอร์มินที่แขนข้างหนึ่งและฉีดยาหลอกที่แขนอีก ข้าง และฉีดยาทั้งคู่อีกครั้งหลังจากเกิดแผลแล้ว 24 ชั่วโมง

งาน นี้ใช้อาสาสมัครถึง 200 คน เพื่อทดสอบความปลอดภัยของยาและปริมาณยาที่เหมาะสม เมื่อแพทย์ลองตรวจแผลโดยใช้สเกล 100 จุดวัดแผล พบว่าอะโวเทอร์มินช่วยรักษาแผลให้หายใกล้เคียงกับผิวหนังปกติดีกว่าการใช้ยา หลอก

หลังการทดลองหลายสิบปี จึงพบว่า โปรตีนส่งสัญญาณ TGF?3 เป็นสารออกฤทธิ์ในยาชนิดนี้และมีหน้าที่ในการยับยั้งการเกิดแผลเป็น

 

จัดการกับแผล

ศาสตราจารย์ มาร์ค เฟอร์กูสัน ผู้นำทีมวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาแผลจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์และ ผู้บริหารบริษัทรีโนโว กล่าวว่า ขณะนี้ทีมงานยังคงศึกษาผลจากยาชนิดอยู่ โดยศึกษาในผู้ป่วย 350 รายที่เข้ารับการผ่าตัดแผลเป็น โดยผ่าตัดเอาแผลเก่าออกไปพร้อมทั้งฉีดอะโวเทอร์มินให้แผลใหม่ด้านหนึ่งและ ฉีดยาหลอกอีกด้านหนึ่ง

หากผลการรักษานี้ประสบความสำเร็จ คาดว่าจะนำยาไปใช้รักษาหลังศัลยกรรมหรืออาการบาดเจ็บทันที

จากการศึกษาเฟอร์กูสันพบว่าควรให้ยาหลังปิดแผลทันที และหากผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดควรให้ยาภายใน 48 ชม. หลังเกิดแผล

 

ภาพ: ผลการรักษาจากยาหลอก (ซ้าย) และอะโวเทอร์มิน (ขวา)

เฟอร์ กูสัน เสริมว่า สำหรับคนที่มีแผลเป็นแบบเสียโฉม ยาตัวนี้จะช่วยให้แผลดีขึ้น และสำหรับคนที่แผลดีอยู่แล้วการใช้ยาจะช่วยให้แทบไม่เห็นแผลเป็นเลย

เบรนแดน อีเลย์  หัวหน้าสมาพันธ์การรักษาแผล กล่าวว่า TGF?3 เปรียบเสมือนกับ "holy grails" (จอกศักดิ์สิทธิ์)ของ การรักษาแผลเป็น เนื่องจากมีผลต่อโครงสร้างและรูปลักษณ์ของแผล และจะเกิดอะไรขึ้นหากนำยาตัวนี้ไปใช้รักษาผู้ป่วยที่มีแผลเป็นแบบเสียโฉม ทั้งนี้คงต้องรอผลหลังนำไปใช้รักษาทางคลินิกต่อไป

รา จีฟ โกรเวอร์ ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมพลาสติกและเลขานุการสมาพันธ์ความงามศัลยกรรมพลาสติก อังกฤษแสดงความเห็นสอดคล้องว่า ยาสามารถใช้ได้ผลจริง อย่างไรก็ตามผู้ป่วยไม่ควรตั้งความหวังไว้สูงเพราะคงใช้เวลาอีกนานกว่าจะ จำหน่ายยาจริง

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.vcharkarn.com/vnews/152233