เมื่อเกิดกบฏเมืองปัตตานีเลยยกเมืองสงขลาเป็นเมืองเอกช่วยดูแลหัวเมืองทางใต้แทนไงละ.

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าการเมืองในกรุงเทพ ฯ สมัย ร. 1 พระองค์สามารถมีอำนาจปกครองเด็ดขาดและตั้งพระญาติที่ไว้ใจและมีขุนนางสนับสนุนอย่างตระกูลบุนนาคถือว่ามีอิทธิพลทางการเมืองสูง  พอมาถึง ร. 2 พระองค์ตั้งน้องชายเป็นกรมพระราชวังบวร ฯ ให้คุมไพร่พลวังหน้า  ตั้งน้องชายคุมเสนาบดีตำแหน่งต่าง ๆ การเมืองจึงนิ่งจนตลอดสมัยพระองค์  และอำนาจมาตกอยู่ที่พระเจ้าน้องยาเธอ ฯ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์  และได้รับการเชิดชูจากบรรดาขุนนางให้ขึ้นครองราชย์เป็น ร. 3 

 ต่อมาเจ้าฟ้ามงกุฎพระราชโอรส ร. 2 ได้รับการเชิดชูขึ้นครองราชย์เป็น ร. 4  และเป็นช่วงนี้สยามประเทศเข้าสู่ภัยล่าอาณานิคมจากยุโรป

          สำหรับการปกครองเพื่อสอดคล้องกับยุคสมัยดังนี้

1 . ส่วนกลาง  ยังคงยึดตามแบบอย่างอยุธยา  เพียงแต่บางกรมต้องขึ้นตรงต่อพระราชาโดยตรง

2 . ส่วนท้องถิ่น  ยังคงแบ่งเป็นหัวเมืองชั้นใน  ผู้นำเป็นผู้รั้งอยู่ในการดูแลของเสนาบดีต่าง ๆ หัวเมืองชั้นนอก แบ่งเป็นชั้นเอก  มีเมืองพิษณุโลก  โคราช  นครศรีธรรมราช  ถลางและสงขลา  และห่างออกไปก็จัดเป็นหัวเมืองชั้นโท    ตรี และประเทศราช 

 อย่างทางเหนือมีล้านนา  หลวงพระบาง  เวียงจันทร์  จำปาศักดิ์  ด้านตะวันออกมี  เขมร อย่างพระตะบอง  เสียมราฐ ด้านใต้มี  กลุ่มรัฐมลายู  มีเมืองปัตตานี  ไทรบุรี  กลันตัน  ตรังกานู  มอบสุลต่าน ( เจ้าพระยา ) ดูแลขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช  เมื่อเกิดกบฏเมืองปัตตานีเลยยกเมืองสงขลาเป็นเมืองเอกช่วยดูแลหัวเมืองทางใต้แทนไงละ.