“สอนทักษะชีวิต เพื่อความใกล้ชิดและป้องกันปัญหา “
- การถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมโลกยุคปัจจุบัน ทำให้เกิดค่านิยมและพฤติกรรมของวัยรุ่นซึ่งขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ยิ่งโครงสร้างครอบครัวไทยยุคปัจจุบันเปลี่ยนจากครอบครัวขยายไปเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น พ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้น ไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนลูก เด็กจึงได้รับการเอาใจใส่น้อยลง บางรายถูกทอดทิ้ง ขาดความอบอุ่นทางใจ ขาดการปลูกฝังแนวคิดและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ทำให้ด้อยในทักษะชีวิตในปรับตัวกับสังคมและสภาพแวดล้อม
- ความจำเป็นในการให้ความความใกล้ชิด จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก นอกจากจะจัดกิจกรรมในครอบครัวให้สมาชิกได้ใกล้ชิดกันแล้ว การฝึกลูกให้มีส่วนร่วมในกิจการของครอบครัวจะทำให้ลูกได้เรียนรู้ทักษะชีวิตขั้นพื้นฐาน ทั้งการวางแผน การแก้ปัญหา และการคิดสร้างสรรค์
- การจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีได้จัดกิจกรรมตามหลักสูตรให้เกิดทักษะชีวิตในการทำงาน เช่นสาระที่ 1 ได้มุ่ง
- ฝึกฝนให้เด็กเข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น สาระที่ 4 ได้มุ่งฝึกฝนให้เด็กเข้าใจ มีทักษะจำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในการพัฒนาอาชีพมีคุณธรรมและเจตคติที่ดีต่ออาชีพ
- ทั้ง 2 สาระการเรียนรู้ เป็นการสอนทักษะชีวิต ที่ครอบครัวและโรงเรียนสามารถทำร่วมกันได้ เพราะการถ่ายทอดกลไกการเรียนรู้ จากอาชีพที่เป็นกิจการของครอบครัว กับการสอนตามหลักสูตร กลวิธีการสอนย่อมต่างกัน เช่น การสอนให้เด็กเลี้ยงปลาสวยงาม ที่โรงเรียนอาจสอนให้เกิดการเรียนรู้ได้เพียงการสังเกตการณ์ และเรียนรู้ได้เพียงประสบการณ์น้อยนิด การเรียนรู้จากการทำธุรกิจขายปลาสวยงามที่บ้าน พ่อแม่จะสามารถสอนลูกได้ครอบคลุม เกิดทักษะหลากหลาย จนสามารถสืบทอดกิจการของพ่อแม่ได้ การถ่ายทอดความรู้เพื่อสอนทักษะชีวิตของพ่อแม่จึงเป็นการจัดจัดการที่พ่อแม่จะได้ใกล้ชิดกัน ทำให้เด็กๆรู้สึกถึงความมีคุณค่าในตนเอง เกิดความสำนึกในความรับผิดชอบและรู้ที่มาของเงินว่าได้มาด้วยความยากลำบากเพียงใด
- เคยเห็นครอบครัวของนักเรียนที่ครอบครัวไม่สอนและไม่ปลูกฝังการทำงานเล็กๆน้อยๆให้ พ่อแม่ลงมือทำให้เองทั้งหมดแม้เรื่องส่วนตัวของลูก ทำให้ลูกขาดทักษะชีวิต ไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะกลัวทำได้ไม่ดี กลัวทำผิด กลัวความเสียหายที่ยังมาไม่ถึง กลัวสารพัดกลัวไปก่อน แบบคิดแทนลูกล่วงหน้าไปก่อน ลูกเลยกลายเป็นคนหยิบหย่ง ทำอะไรไม่เป็น ไม่กล้าตัดสินใจ เคยพูดคุยกับเจ้าของร้านซ่อมเครื่องปรับอากาศรถยนต์ครอบครัวหนึ่งมีฐานะปานกลาง ที่มีลูกสาวและลูกชายวัยรุ่น ลูกชาย วัย 17 ปี มีหน้าที่เรียนและดูหนังฟังเพลง ส่วนลูกสาววัย 15 ปี ก็ไม่ฝึกทำหน้าที่แม้การดูแลต้อนรับลูกค้า ต้องจ้างคนอื่นมาทำงานบ้านทั้งที่คนในบ้านพอทำได้ ลองเสี่ยงถามดูว่า…ทำไมช่างถึงไม่ให้ลูกช่วยทำงานเลย เขาตอบว่าไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนเขา เขาอยากให้ลูกมีความสุขจึงทุ่มเทเงินทองให้ลูกเรียนอย่างเดียว โดยไม่ต้องให้ลูกมาสนใจงานที่พ่อทำ การจ้างแม่บ้านมาทำงานบ้านทุกชนิดให้ ก็เพื่อเป็นการชดเชยที่ลูกขาดแม่ ลูกคนอื่นเขามีแม่ทำให้ การเป็นลูกกำพร้าแม่ ลูกก็มีปมด้อยอยู่แล้ว ถ้าต้องให้ลูกมาทำอะไรด้วยตัวเองทุกอย่างกลัวลูกจะไม่มีเวลาและอาจทำให้เกิดปัญหากับเวลาเรียน เดี๋ยวจะเรียนสู้เพื่อนๆ ไม่ได้ ฟังเหตุผลของช่างแล้ว รู้สึกสูญเสียโอกาสแทนลูกๆของเขา
- ที่ยกตัวอย่างมานี้ เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายสิบครอบครัว ที่สูญเสียโอกาสในการฝึกทักษะชีวิตให้แก่ลูก และสูญเสียทรัพย์สินทางปัญญาในวิชาชีพที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเป็นเวลานาน น่าเสียดายที่ลูกไม่เคยได้รับการถ่ายทอดความรู้ให้ แม้เพียงการบอกเล่าพูดคุย การสูญเสียอาชีพอันเป็นมรดกของครอบครัวจึงเป็นการสูญเสียที่น่าเสียดายยิ่งนัก หากลูกที่เรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วิชาความรู้ที่ได้จากการศึกษาในระบบมาหางานทำให้มีรายได้เท่าเทียมกับพ่อแม่
- มีบางครอบครัวที่มีปริญญาไว้เป็นเพียงเครื่องประดับในชีวิต ถึงจะเรียนจบมาหลายปริญญาก็เป็นการเรียนเพื่อเอาความรู้บางเรื่องมาพัฒนากิจการของครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น โดยไม่ต้องไปนับหนึ่งกับงานใหม่
- การสอนให้ลูกเห็นคุณค่าของการทำงาน เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญและสอนกันภายในบ้านตั้งแต่วัยเด็ก เพราะจะทำให้เด็กใกล้ชิดกับพ่อแม่รับรู้ถึงความทุกข์สุขในบ้านร่วมกัน ลดความเสี่ยงจากการที่ลูกใช้เวลาซึมซับวัฒนธรรมที่เน้นความบันเทิงและความสะดวกสบายจากกระแสนิยมในสังคมที่แวดล้อมอยู่ นอกจากนั้น
- เด็กยังได้เห็นแนวทางในการพัฒนาอาชีพมีคุณธรรมและเจตคติที่ดีต่ออาชีพทุกอาชีพ การมีทักษะพื้นฐานในการทำงาน จะทำให้สามารถประกอบอาชีพอื่นได้เป็นอย่างดี
- บรรทัดสุดท้ายจึงขอเชิญชวนให้พ่อแม่และผู้ปกครองร่วมมือกับโรงเรียนด้วยการช่วยกัน
- “สอนทักษะชีวิต เพื่อความใกล้ชิดและป้องกันปัญหา "
ไม่สอนและไม่ปลูกฝังการทำงานเล็กๆน้อยๆให้ พ่อแม่ลงมือทำให้เองทั้งหมดแม้เรื่องส่วนตัวของลูก ทำให้ลูกขาดทักษะชีวิต ไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะกลัวทำได้ไม่ดี กลัวทำผิด กลัวความเสียหายที่ยังมาไม่ถึง กลัวสารพัดกลัวไปก่อน แบบคิดแทนลูกล่วงหน้าไปก่อน ลูกเลยกลายเป็นคนหยิบหย่ง ทำอะไรไม่เป็น ไม่กล้าตัดสินใจ
ชอบบันทึกข้างบนนี้มากคะ ดิฉันเอง ทำเป็นทั้งนั้นค่ะ แม้ว่าเราจะมีแม่ครัว คนช่วยงานบ้าน แต่พอเขาลากลับบ้านกัน ลูกๆจะต้องทำงานบ้านเองทั้งหมดค่ะ เป็นความภูมิใจ ที่ทำเป็นค่ะ มีดอกชงโคฮอลแลนด์มาฝากค่ะ
การสอนให้ลูก และ ลูกศิษย์ รักการทำงาน ไม่ใช่ง่ายเลยนะครับ
ต้องใช้เวลา ต้องอดทน ต้องใจเย็น และ ค่อยเป็นค่อยไป
ขอบคุณมากครับ สำหรับสาระดีๆ
ตามมาดูทักษะชีวิต เคยทำงานวิจัยเรื่องนี้ครับอาจารย์ อิอิๆๆๆ
สวัสดีค่ะ Sasinand
*** ขอบคุณค่ะสำหรับดอกชงโคฮอลแลนด์ สีสวยสดใส
*** ตามไปชมสวนสวรรค์ที่บันทึกอยู่นะคะ
แวะไปเยี่ยมอีกนะคะ
สวัสดีค่ะ small man~natadee
*** ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ
*** ดิฉันพยามรวบรวมตัวอย่างใกล้ตัว บันทึกไว้เป็นข้อมูลเพื่อเป็นข้อมูลใช้สื่อสารกับผู้ปกครองค่ะ คงพัฒนาได้บ้าง ต้องใช้เวลา และทุ่มเทจริงๆ่ค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
***ตอนนี้ที่โรงเรียนก็กำลังทำวิจัยเพื่อใช้เป็นต้นแบบให้โรงเรียนอื่น อยากได้ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากผู้มีประสบการณ์ช่วยแบ่งปันด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะปลายฟ้า
***น้องมนัญญาบอกว่าต้องเริ่มตั้งแต่อยู่ในท้อง
*** น้องปลายฟ้าฝึกตั้งแต่อนุบาล ประสบการณ์ทั้งหลายตกที่ทายาทของเราแน่นอน
ช่วงที่ลูกเรียนอยู่อนุบาล เคยฝึกทักษะการใช้มือให้ลูก ได้ตำรามาจากญี่ปุ่น ใช้แล้วได้ผลดีสมกับที่เขาทำวิจัยกันเป็นทีมเลยค่ะ
*** การมีลูกศิษย์อนุบาลเป็นภาระหนักยิ่ง
*** แต่ถ้าเรามีลูกของเราเองไม่เหนื่อยเท่าเพราะภาระในการเลี้ยงลูกของเราเป็นภาระที่อ่อนหวานค่ะ ขอให้น้องโชคดี
สวัสดีค่ะ
อ่านและคิดตามค่ะ
(^___^)
มาชม
เห็นคมมุมคิดดีจังนะนี่
บอกลูกช่วยเก็บหญ้าที่ตัดไปทิ้ง..ลูกตอบว่ามันจะระคายเคืองผิวนะแม่ อยากให้แม่สงสาร.. แต่แม่ก็ตอบว่าจะได้รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรจ๊ะ..เด็กจะคิดตามก็ไม่รู้นะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ umi
***ขอบคุณค่ะ อากาศทางใต้คงไม่ร้อนมากเหมือนภาคเหนือตอนล่างนะคะ
สวัสดีค่ะ rinda
*** ผู้ปกครองนักเรียนบางคนพูดคุยกับดิฉันว่า ได้สอนให้ลูกทำงานในบ้านให้ได้ทุกอย่าง โดยไม่เลือกเพศ เพราะเกรงว่า เขย - สะใภ้ ในอนาคตจะว่าเอา น่ารักดีนะคะ
*** ชื่นชมที่สอนลูกเรียนรู้ทักษะชีวิต ปัจจุบันนี้เด็กๆหลายคนโชคดีที่พ่อแม่ใส่ใจการจัดการเรียนรู้ที่บ้านให้อย่างหลากหลาย
*** ขอบคุณค่ะ
พาเพื่อนร่วมรุ่นของคุณพี่กิติยา เตชะวรรณวุฒิ มาฝากให้ช่วยเชียร์ค่ะ
เลี้ยงลูกเลี้ยงยากนะคะ จะคอยห่วงไม่อยากให้ลูกลำบากทำอะไรๆ ที่ไหนได้กลายเป็นพ่อแม่รังแกลูกเสียนี่ ตอนนี้กำลังฝึกให้ลูกทำงานบางอย่างที่เคยสอนแต่ไม่ได้บังคับให้ทำ ให้รู้ไว้ว่าทำอย่างไร ค่ะ ไม่รู้ว่าจะช้าไปไหม แต่ไม่ว่าจะเรียนรู้ ปฏิบัติเรื่องอะไร ๆ เมื่อได้เริ่มต้นต่อไปก็จะชำนาญทำได้นะคะ
สวัสดีค่ะดาวลูกไก่
***เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กรุ่นใหม่ค่ะ ภาระงานของเขามีมากขึ้น จะให้เขาทำงานแบบรุ่นพ่อแม่ทำได้ทุกอย่างคงยาก ดูแค่ภาระงานที่ลูกต้องก้าวให้ทันโลกยุคไซเบอร์เขาก็แทบไม่มีเวลาแล้ว ถามคุณพ่อวสุดู คงจำว่ารุ่นรหัส 22 ทั้งมหาวิทยาลัยมีคอมพิวเตอร์กี่่เครื่อง หากลูกต้องไปอยู่กับญาติ ๆ ก็ต้องพูดคุยให้เข้าใจถึงภาระของสาวน้อยรุ่นใหม่ด้วย
บันทึกนี้เขียนได้ดีมากครับ
ให้แง่คิดทุกมุมมอง อ่านแล้วได้ประโยชน์สามารถนำไปใช้ได้เลยครับ
ขอบคุณมากๆครับ
สวัสดีค่ะ พี่สุวัฒน์
*** ต้องขออนุญาตคัดลอกมาด้วยความชื่นชม และยินดีที่ท่านแวะมา
***เดินทางมายาวไกลในโลกกว้าง
เธอนำทางพามาในที่นี้
พานพบแหล่งน้ำใจให้ยินดี
สานไมตรีประคองกันให้นานเนา
*** ขอขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับคุณกิตติยาที่แวะไปทักทาย
กระแสจิตทำให้แคล้วคลาดจากอันตราย
การให้กำลังใจ ทำให้รู้ว่าไม่ถูกโดดเดี่ยว
การใช้อาวุธไม่ทำให้อะไรดีขึ้น
การอยู่ร่วมกันอย่างสันติและช่วยกันพัฒนาประเทศจะยั่งยืนกว่า
รักประเทศไทย ตำรวจเป็นมิตรใกล้ชิดประชาชน
สวีสเีค่ะ ท่าน พ.ต.อ.ชาญเดช
*** การได้เป็นตำรวจนั้นยาก แต่การเป็นตำรวจที่ดีนั้นยากยิ่งกว่า
*** ฝากเป็นกำลังใจให้ตำรวจทุกนายในหน่วยงานของท่าน นะคะ...."เราอยู่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน"