เป็นอาหารพื้นเมืองที่คนในเมืองหลวงไม่มีโอกาสได้ลิ้มรส

กลับบ้านสงกรานต์ปีนี้ รู้สึกประทับใจมากครับ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่ในเมืองหลวงไม่สามารถหาได้ง่ายเลย  ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผมออกเดินทางออกจากกรุงเทพ เช้าวันอาทิตย์ ไปถึงเมืองเลยประมาณบ่ายแก่ๆ ทางบ้านได้เตรียมอาหารเย็นไว้ให้ซึ่งเป็นของโปรดของผมทั้งนั้นเลย นั่นคือ ลาบเป็ด (ผมเคยเขียนบันทึกลาบเป็ดสูตร ไทเลย-บ้านแฮ่ ไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/attawutc/235715 ) แต่วันนั้น ไม่ได้ทำเอง ไปซื้อมาจากร้านยายตุ๊ บ้านฟากนา ซึ่งก็เป็นสูตรดั้งเดิมที่อร่อยไม่แพ้กันกับที่ผมได้เขียนบันทึกไว้ วันนั้นทางบ้านสั่งไว้ 3 อย่าง คือ ลาบสุก ลาบเลือด และต้มแซบ แต่วันนั้นเก็บผักแนมไม่ทัน ก็เลยได้แต่ผักตลาด (ผักกาด แตงกวา กะหล่ำปลี)  แต่ก็ยังดีที่ยังมียอดมะตูมแขก (รายละเอียดมะตูมแขกดูได้ที่ Link http://gotoknow.org/blog/attawutc/222684 ) ไว้เป็นตัวชูโรง

 

 นอกจากนี้ยังมี ซั้วเห็ดปลวก และผัดหน่อไม้บง ที่ทางบ้านได้ทำเตรียมไว้เองให้ด้วย

 

ซั้วเห็ดปลวก : เห็ดปลวก เข้าใจว่าน่าจะอยู่ในวงศ์เดียวกับเห็ดโคนครับ เห็ดที่เห็นอยู่ในชาม ไม่ได้ซื้อหามา ทางบ้านบอกว่ามันขึ้นเองอยู่หน้าบ้าน แล้วก็ไปเก็บมาทำซั้ว ซั้วเป็นแกงชนิดหนึ่ง ลักษณะคล้ายต้มโคล้ง คือ ใส่ตะไคร้ หอม/กระเทียมเผา พริกย่าง แต่ไม่ใส่มะขามเปียก และข่า  เราจะจะใส่ขิงบุบแทน และขิงนี้ก็เป็นจุดเด่นเอกลักษณ์ของซั้ว ซึ่งจะทำให้น้ำแกงมีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอมของขิง ซดคล่องคอ

  

ผัดหน่อไม้บง : หน่อไม้บงเป็นหน่อไม้หวานพันธ์พื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของเมืองเลย สามารถกินดิบได้ โดยนำไปแช่น้ำแข็ง ทำเป็นผักแนมหรือของกินเล่นได้ (ลักษณะกอและหน่อ ดูได้ที่ link http://www.managerroom.com/forums/forum_posts.asp?TID=6599&PN=1)  รสชาติหวานกรอบ ผัดหน่อไม้บงที่เห็นในภาพเป็นหน่อไม้บงที่เก็บมาจากสวนหลังบ้านที่ปลูกไว้กอหนึ่ง ช่วงนี้ยังออกไม่เยอะ ต้องรอช่วงหน้าฝน แค่กอเดียวก็กินแทบไม่ทัน วันนั้นเรานำหน่อไม้ไทยกับหน่อไม้ฝรั่งมาผัดกับเห็ดหอมสด ซึ่งเห็ดหอมสด ที่เมืองเลยหาซื้อได้ง่าย เพราะมีแหล่งปลูกที่ภูเรือ

 

อาหารเย็นมื้อนั้น เป็นไปอย่างอบอุ่น พ่อแม่ ลูกหลาน อยู่กันพร้อมหน้า

 

ความประทับใจของอาหารยังไม่หมดแค่นั้น  เช้าวันรุ่งขึ้น เป็นวันที่ 13 เมษายน พอดี ทางบ้านได้ไปทำบุญที่วัดซำบุ่น (ความจริงเป็นสำนักสงฆ์)  บ้านไร่ม่วง ของท่านพระอธิการธวัชชัย (พระอาจารย์หนุ่ย) ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ชาวบ้านมีความศรัทธามาก รวมทั้งครอบครัวผมด้วย ท่านเจ้าสำนักเป็นพระสายธรรมยุต ฉันมื้อเดียวในบาตร และยังมีความสัมพันธ์ฉันท์ ญาติกับครอบครัวผมด้วย โดยเฉพาะน้องชายของผมที่เป็นลูกศิษย์สายตรงของท่าน เอาไว้บันทึกหลังๆ จะมาเล่าให้ฟังครับ วันนี้ขอคุยเรื่องอาหารพื้นบ้านก่อน

 

เช้าวันนั้นชาวบ้านได้นำอาหารไปถวายหลายอย่าง แต่อาหารที่น่าสนใจ ที่ผมจะนำเสนอคือ ลาบเทา เมี่ยงทูน และส้มโคะเคะ ทั้งสามอย่างนี้เป็นอาหารพื้นเมืองที่คนในเมืองหลวงไม่มีโอกาสได้ลิ้มรส เพราะจากประสบการณ์ที่ผมได้มาขายแรงงานในเมืองหลวงยี่สิบกว่าปี ยังไม่เคยเห็นเลย

 

ลาบเทา : ทำจากสาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่ง ใส่ข่าตะไคร้ ปรุงรสด้วยน้ำปลา ปลาร้า อาจจะใส่หอยขมที่แกะเอาเฉพาะเนื้อเข้าไปด้วยเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนเสริมรสชาติ

 

เมี่ยงทูน : ทำจากหัวทูน ซึ่งเป็นพื้นตระกูลบอน/เผือก ก้านของมันสามารถกินดิบได้โดยไม่คัน การทำเมี่ยงทูนทำได้โดยขูดหัวทูนออกเป็นเส้นแล้วนำมายำใส่เครื่องเหมือนเครื่องสัมตำไทย เช่น มะเขือเทศ ถั่วลิสงคั่ว น้ำปลา น้ำตาล มะนาว มะขามเปียก เป็นต้น

 

ส้มโคะเคะ : ทำจากหางวัว/ควายเผา หรือกีบเท้าวัว/ควาย นำมาดองกับน้ำมะพร้าว เกลือ กระเทียม รสชาติ ที่ได้จะออก เปรี้ยวเค็ม กรอบนอกนุ่มใน