เราเป็นหนึ่งเดียว



ในนิทานสมัยก่อนมักกล่าวถึงโทษของการแตกความสามัคคีไว้เป็นคติสอนใจ
เช่นเรื่องนกกระจิบที่พากันไปกินข้าวของชาวนาและโดนตาข่ายทั้งฝูง
คิดหาทางเอาตัวรอดโดยออกแรงบินพร้อมๆกันเอาตาข่ายไปคลุมบนต้นไม้
พากันหนีรอดมาได้ ต่อมาถกเถียงกันว่าใครแรงมากแรงน้อยจนแตกความสามัคคี
ในกลุ่ม พอโดนตาข่ายอีกครั้งเลยเกี่ยงกันบิน จนถูกชาวนาจับหมดทั้งฝูง


เช่นเดียวกับเหตุการณ์เสียกรุงอยุธยาครั้งที่สองที่บ้านเมืองถูกทำลายยับเยิน
ก็ด้วยเหตุแห่งการแตกสามัคคีเช่นกัน จึงทำให้ข้าศึกโจมตีได้ง่าย
ซึ่งเวลาเรียนประวัติศาสตร์เราก็จะยกเป็นอุทาหรณ์เสมอ


มีประโยคหนึ่งชอบพูดกันเล่นๆ ว่า"รวมกันเราอยู่แยกหมู่เราตาย"

แม้จะมีการสอนกันเสมอๆเมื่ิอถึงเวลาจริงๆก็ไม่ได้คิดนำมาใช้
จากน้ำผึ้งหยดเดียวก็ทำให้เรื่องบานปลายจนเกิดความเสียหาย
ไปทุกครั้งเพราะการแตกสามัคคี ที่สำคัญคือต่างฝ่ายต่างมีทิฐิ
แพ้ไม่เป็น ทำใจยอมรับกันและกันไม่ได้

ประชาธิปไตยต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่ มิใช่ดันทุรังเอาตามใจตน
ต้องรับฟังเสียงส่วนน้อยด้วย เพราะเหตุการณ์โลกเปลี่ยนไป
ความเห็นนั้นอาจจะถูกต้องก็ได้  การเชื่อมั่น ถือมั่นศรัทธาอย่าง
งมงายบางครั้งก็กลายเป็นปัญหาได้ เช่นกัน

ความเห็นต่างมิใช่ความผิด แต่ควรหาจุดร่วมด้วยการเจรจากัน
อลุ้มอล่วย รอมชอม และมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว
ชีวิตคนเราอย่างมากก็ไม่เกินร้อยปี  แต่อนาคตชาติยังต้องอยู่
อีกนาน 

การสร้างฐานรากที่มั่นคงเป็นหน้าที่ของบรรพบุรุษที่ต้อง
เตรียมทำเพื่อลูกหลาน เหมือนดั่งบรรพบุรุษไทยแต่โบราณได้
สร้างสมไว้ให้เรา  สามัคคีคือพลังสร้างชาติไทย