...

 

ภาพที่ 1: ท่ากายบริหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางของร่างกาย (core exercise) ด้านข้างที่ทำให้หลังแข็งแรง และช่วยลดอาการปวดหลัง

การบริหารท่านี้ไม่ต้องใช้ห่วงก็ได้ โดยนอนตะแคง ใช้มือเท้าพื้นดังภาพ แล้วยกแนวลำตัว-ขาให้ตรง หรือทำให้สะโพก-เอวสูงขึ้นเหนือพื้น > [ flickr ] by [ ArmyMil ] & [ Army.mil ]

...

ภาพที่ 2: ท่ากายบริหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางของร่างกาย (core exercise) ด้านหลังที่ทำให้หลังแข็งแรง และช่วยลดอาการปวดหลัง > [ flickr ] by [ ArmyMil ] & [ Army.mil ]

...

ภาพที่ 3: ท่าบริหารหลัง... ท่านี้เริ่มจากการทำท่าวิดพื้น (pushups) งอข้อศอกตั้งฉากกับพื้น ให้ข้อศอกอยู่ใต้ข้อไหล่ในแนวดิ่ง จัดแนว "หัว-คอ-หลัง-ขา-เข่า" ให้อยู่ในแนวตรง แขม่วท้องไว้ และไม่กลั้นหายใจ (หายใจเข้า-ออกช้าๆ) ทำครั้งละ 20 วินาที ดังภาพ  > [ MensFitness ]

ถ้าต้องการเพิ่มความแข็งแรง (ทำได้เฉพาะคนที่แข็งแรงมากๆ เท่านั้น) ให้ลองยกขาข้างหนึ่งขึ้นเหนือพื้น (ใช้ขาข้างเดียวรับน้ำหนัก), ลองยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเหนือพื้น (ใช้แขนข้างเดียวรับน้ำหนัก), หรือใช้ลูกบอลออกกำลัง (Swiss ball) > [ MensFitness ]

...

เป็นไปได้หรือไม่ที่ว่า ไปฟิตเนส(ออกกำลัง)แล้วอ้วนขึ้น... คำตอบคือ อาจเป็นไปได้

จุดอ่อนที่พบบ่อยของการออกกำลังลดความอ้วนได้แก่

...

(1). "คาร์ดิโอลูกเดียว" (cardio = cardiovascular training = ออกกำลังแบบแอโรบิค หรือใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เพื่อบริหารหัวใจ-ระบบการไหลเวียนเลือด; cardio = หัวใจ; vascular = เกี่ยวกับเส้นเลือด; train = ฝึกอบรม)"

  • อ.วิคเทอร์ ทอมพ์ซัน นักจิตวิทยาคลินิกกล่าวว่า คนที่ต้องการลดความอ้วนส่วนใหญ่จะเน้น "คาร์ดิโอ"

...

  • ความรู้สึกลึกๆ ในใจคนส่วนใหญ่คิดว่า ถ้าไปออกกำลังต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก ฯลฯ แล้ว ตัวจะล่ำบึ้ก ผู้หญิงจะดูคล้ายผู้ชาย หรือ "ตัวจะหนักขึ้น" ทำให้สาวๆ หันไป "คาร์ดิโอ" แทน
  • การออกกำลังแบบ "คาร์ดิโอ" ลูกเดียว เช่น เดิน เดินขึ้นลงบันได วิ่ง จักรยาน พายเรือ ฯลฯ เผาผลาญกำลังงานค่อนข้างน้อย เช่น ฝรั่งตัวโตพายเรือ 30 นาที = 300 แคลอรี ฯลฯ (ถ้าน้ำหนักตัวน้อยลงจะเผาผลาญกำลังงานน้อยลงตามส่วน)

...

(2). ออกกำลังหนักทำให้หิวเพิ่มขึ้น

  • อาจารย์เดวิด อาร์เชอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยา มหาวิทยาลัยซุนเดอร์แลนด์ UK กล่าวว่า การออกกำลังหนักมักจะทำให้หิวเพิ่มขึ้น
  • การออกกำลังหนักเกินอาจทำให้ร่างกายทำลายกล้ามเนื้อ เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งมักจะตามมาด้วยการลดระดับการเผาผลาญอาหารพื้นฐาน (basal metabolic rate / BMR) เพื่อป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ
  • ข้อดีของการมีมวลกล้ามเนื้อมากหน่อยคือ มันเผาผลาญกำลังงานได้ 4-5 เท่าของเนื้อเยื่อไขมัน

...

(3). ออกกำลังหนักอาจทำให้ฮอร์โมนเครียดเพิ่มขึ้น

  • ศ.นพ.พอล สจวท ผู้เชี่ยวชาญระบบต่อมไร้ท่อ มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม UK กล่าวว่า การโหมออกกำลังหนักอาจทำให้ฮอร์โมนเครียด (cortisol) เพิ่มขึ้น
  • ฮอร์โมนนี้จะไปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ตามมาด้วยอินซูลิน (ฮอร์โมนลดระดับน้ำตาล) สูงขึ้น ซึ่งจะไปทำให้ภาวะอ้วนลงพุงเพิ่มขึ้น
  • วิธีที่ดีคือ ค่อยๆ ออกกำลังเพิ่มขึ้นทีละน้อย และอย่าออกกำลังรูปแบบเดียว ควรออกกำลังหลายรูปแบบ และควรรวมออกกำลังต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก ฯลฯ เสริมไปด้วย

...

อ.ทอมพ์ซันแนะนำว่า ควรออกกำลังแบบผสมผสาน... เริ่มด้วยคาร์ดิโอ 3 ชุด + ออกกำลังต้านแรง 2 ชุดต่อสัปดาห์ และเสริมด้วยการออกกำลังเบาๆ สบายๆ เช่น เดิน เดินเร็ว เดินขึ้นลงบันไดหรือเดินขึ้นลงเนินตามโอกาส ฯลฯ

การออกกำลังแบบคาร์ดิโอช่วยเสริมสมรรถภาพหัวใจ-ระบบการไหลเวียนเลือด หรือทำให้ "ฟิต (fit)"

...

ส่วนการออกกำลังแบบต้านแรงช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้าไม่ยกน้ำหนักมากจริงๆ และไม่ใช้ฮอร์โมนแล้ว ผู้หญิงจะไม่ล่ำบึ้ก เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายในร่างกายผู้หญิงมีระดับต่ำ ทำให้มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นได้ไม่มาก

แรงตึงกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะทำให้กล้ามเนื้อตึงขึ้น ดู "เฟิร์ม (firm)" รูปร่างจะดูกระชับรับสัดส่วน

...

 

ถ้าออกกำลังต้านแรงได้หนักพอ และนานพอ (6 สัปดาห์ขึ้นไป) จะทำให้มวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเผาผลาญกำลังงานตลอด 24 ชั่วโมง

เรื่องที่ลืมไม่ได้เลยคือ การออกกำลังอย่างเดียวไม่ค่อยทำให้น้ำหนักลดลง ต้องนอนให้พอ ควบคุมอาหาร และหาทางลดความเครียดไปพร้อมๆ กันจึงจะได้ผลดี

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ 

...

ที่มา >                                                

  • Thank Mailonline > Lowri Turner. Could going to the gym be making you fatter? > [ Click ] > 10 April 2009. 
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 16 เมษายน 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.