ห้องสมุดประชาชนไม่ใช่สถานที่ของประชาชนไปอ่านหนังสือ....
หัวเรื่อง ห้องสมุดประชาชนไม่ใช่สถานที่ของประชาชนไปอ่านหนังสือ และแบ่งปัน แลกเปลี่ยนหมุนเวียนหนังสือให้อ่าน... ซึ่งปรากฎอยู่ในคอลัมภ์ สยามประเทศไทย ของ หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 16-17 เมย.52 ติดต่อกัน 2 วันโดย ท่านสุจิตต์ วงษ์เทศ ดูประหนึ่งเหมือนจะมุ่งวิจารณ์การทำงานของพวกเรา ชาว กศน.โดยผม คิดว่าทุกคนทุกระดับต้องมีส่วนรับรู้รับทราบ หลายคน รวมทั้งผมอาจจะไม่ยอมรับทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านผู้เขียนในคอลัมภ์พูด... ในคอลัมภ์เขียนว่า " ถ้าการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ แต่ของชาติที่ไม่(อ่านหนังสือ)แล้วที่คิดคำขวัญให้เป็นวาระของชาติจะมีประโยชน์อะไร?" การอ่านเป็นวาระของชาติที่ไม่อ่าน" คงมาจากหลายสาเหตุด้วยกันจนรวบรวมไม่หมด มีอย่างหนึ่งที่เป็นเหตุสำคัญ คือ "ห้องสมุด เช่น " ห้องสมุดประชาชน" ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบให้สำนักงาน กศน.ดูแลทั่วประเทศ แต่ ศธ.และกศน. จะรู้หรือไม่ว่า ห้องสมุดประชาชน ไม่ใช่สถานที่ของ " ประชาชน" ไปอ่านหนังสือ หากเป็นสมบัติราชการที่อยู่ในอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของราชการ ห้องสมุดประชาชนจึงไม่สนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ เพราะม่งแต่สนองความต้องการของ "นาย" ในกระทรวงทบวงกรมที่เป็นผลผลิต"ของชาติที่ไม่อ่าน" เมื่อวงจรอุบาทว์เป็ยอย่างนั้นเสียแล้ว ในห้องสมุดประชาชนก้ไม่มีหนังสือน่าอ่าน ถ้าจะมีอยู่บ้างก็เป็นหนังสือพ้นสมัยและล้าสมัย ไม่น่าอ่าน หนังสือน่าอ่านจะมีน้อย แต่หนังสือไม่น่าอ่านจะมีมากเต็มไปหมด เพราะผู้อำนวยการที่ดูแลห้องสมุดหารหนังสือ"ราชการ"เล่มโตๆมายัดให้เต็มชั้นหนังสือ เพื่อให้ "นาย" มาตรวจจะได้ประจบสอพลอด้วยการแสดงประสิทธิภาพกับประสิทธิผลหลอกๆของตน แต่ประชาชนชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นเสียโอกาสมหาศาล แต่ประชาชนชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นเสียโอกาสมหาศาล ในที่สุด ประชาชนก็ไม่เข้าห้องสมุดประชาชนเพราะราชการไม่ได้ทำเพื่อสนองความต้องของประชาชน แล้วประชาชนก้ไม่มีสิทธิไม่มีเสียงว่ากล่าวใดๆ เพราะห้องสมุดประชาชนไม่ใช่ของประชาชน แต่เป็นของราชการและอยู่ในอำนาจราชการ การอ่านจึงเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่อ่านด้วยประการฉะนี้....
ท่านผู้เขียนคงมีอคติกับคนกศน.อย่างยิ่ง และหากผู้อ่านทั่วไปซึ่งรับข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว พวกเราคงต้องเสียใจอย่างยิ่ง... ซึ่งสิ่งที่ท่านเขียนตรงข้ามกับความเป็นจริง และบั่นทอนการทำงานของพวกเรา ผมว่าพวกเราคงต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจและแสดงบทบาทให้พี่น้องประชาชนได้เห็น...โดยเฉพาะรีบเร่งสนับสนุนวาระแห่งชาติการอ่าน... และต้องเร่งโปรโมทผลสำเร็จ ซึ่งหน่วยงานของสำนักงาน กศน.โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ในส่วนกลางต้องเร่งแก้ข่าว... เสนอข่าวในเชิงบวก..เช่น การได้รับรางวัลห้องสมุดประชาชนดีเด่นชนเลิศสองปีซ้อนจาก TKPARk เป็นต้น ส่วนพวกเรา โดยเฉพาะข้อกล่าว ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด,ผอ.กศน.อำเภอ และทีมงานบรรณารักษ์ ต้องเร่งสร้างผลงานให้เกิดรูปธรรม.. ขออย่างได้ท้อถอย..การปิดทองหลังพระบางครั้งต้องอดทนจนกว่าทองจะล้นมาข้างหน้า...
ช่วยกันเถอะครับ ... สื่อก็คือกระจกสะท้อนภาพ...บางครั้ง..กระจกแตกก็สะท้อนผิดมุมได้... อย่างท้อถอย