โครงการวิจัย “การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาเครือข่ายองค์กรออมทรัพย์ชุมชนจังหวัดลำปาง” แบ่งการจัดการความรู้เป็น 3 ระดับ  คือ  ระดับเครือข่าย  ระดับกลุ่ม  และระดับสมาชิก  โดยในระดับกลุ่มนั้นมุ่งเน้นการจัดการความรู้ไปที่ 5 กลุ่มหลัก  ทั้งนี้ในการเลือกกลุ่มนั้นมีเกณฑ์อยู่ประมาณ 2 ข้อใหญ่ๆ  คือ
            1.คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนทั้งในภาคชนบทและภาคเมือง
            2.คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยกระจายในทุกพื้นที่ (อำเภอ) ที่มีองค์กรที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายองค์กรออมทรัพย์ชุมชนจังหวัดลำปาง
            จากเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อนี้ทำให้ได้ตัวแทนกลุ่มที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายองค์กรออมทรัพย์ชุมชนจังหวัดลำปางจำนวนทั้งสิ้น 5 กลุ่ม  คือ
            1.องค์กรออมทรัพย์ชุมชนนาก่วมใต้พัฒนา (อำเภอเมือง)
            2.องค์กรออมทรัพย์ชุมชนแม่ทะ-ป่าตัน (อำเภอแม่ทะ)
            3.องค์กรออมทรัพย์ชุมชนเกาะคา (อำเภอเกาะคา)
            4.องค์กรออมทรัพย์ชุมชนบ้านดอนไชย (อำเภอเถิน)
            5.องค์กรออมทรัพย์ชุมชนแม่พริก  (อำเภอแม่พริก)
            เมื่อพิจารณาจากคำถามที่ทีมกลางส่งมาว่าในแต่ละกลุ่มมีการจัดการอย่างไร?  มีศักยภาพแค่ไหน?  มีข้อจำกัดอย่างไร?  น่าจะมีการแจกแจงข้อมูลสถานภาพของกลุ่ม  โดยที่งบทดลองจะเป็นตัวบอกสภาพเชิงปริมาณในเบื้องต้นได้ดีที่สุด  สุดท้าย  คือ  ผลที่เกิดขึ้นกับสมาชิก  กิจกรรมออมทรัพย์กู้เงินไปทำอะไร  เกิดผลเช่นไร ล้วนเป็นผลลัพธ์โดยตรง  นอกจากนี้ผลลัพธ์โดยอ้อมที่สำคัญทั้งเรื่องการพัฒนาคน  พัฒนาชุมชนตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มที่เขียนไว้  (ถ้ามี) จะประเมินและพัฒนา (จัดการความรู้) อย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
            ผู้วิจัยก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรค่ะ  เพราะ  คำถามยาวมาก  และถ้าตอบอย่างละเอียดก็คงยาวมากเช่นเดียวกัน  เอาเป็นว่าจะตอบอย่างละเอียดในรายงานฉบับสมบูรณ์ค่ะ  ตอนนี้ขอตอบอย่างสรุปก่อนก็แล้วกันนะคะ 
            หากมองในแง่การบริหารจัดการจะเห็นได้ว่าทั้ง 5 กลุ่มมีการบริหารจัดการอย่างเดียวกัน  คือ  พยายามบริหารจัดการแบบแผนที่ภาคสวรรค์ที่เครือข่ายฯได้กำหนดไว้  โดยแต่ละกลุ่มจะมีคณะกรรมการทั้งหมด 15 คน  (ในประเด็นนี้ช่วง1-2 เดือนที่ผ่านมา  ได้มีการเสนอของบางกลุ่มว่าหากกลุ่มไหนไม่สามารถหาคณะกรรรมการได้ครบ 15 คน  แต่คณะกรรมการที่มีอยู่สามารถทำงานได้  กลุ่มนั้นก็อาจไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการครบก็ได้  ซึ่งประธานฯก็ยอม  บอกให้ทดลองบริหารจัดการดู) ซึ่งจากการที่ผู้วิจัยและอาจารย์พิมพ์ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล (ไม่ค่อยได้เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ค่ะ) พบว่า  แทบทุกกลุ่มจะมีคณะกรรมการไม่ครบ  แต่ก็สามารถบริหารจัดการได้  ใน 5 กลุ่มนี้กลุ่มที่ดูจะช้ากว่ากลุ่มอื่นทั้งในด้านจำนวนสมาชิกและการบริหารจัดการก็คือ  องค์กรออมทรัพย์ชุมชนเกาะคา  แต่ตอนนี้กลุ่มนี้ก็ดีขึ้นมาก  ตั้งแต่มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล  ปัญหาของกลุ่มนี้  คือ  ไม่มีคนทำงาน  มีเพียงประธานและสามีเท่านั้นที่รู้เรื่อง  แต่ทั้ง 2 ท่านก็ทุ่มเทในการทำงานเต็มที่  แม้ว่าจะไม่ค่อยมีเวลาเนื่องจากภาระงานประจำวันก็ตาม  ขณะนี้มีผู้ที่สนใจจะเข้ามาเป็นกรรมการและเข้ามาช่วยทำงานแล้ว  แต่ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้ามาก  เพราะ  คณะกรรมการไม่มีเวลา
            นอกจากโครงสร้างคณะกรรมการที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น  ในเรื่องของการบริหารจัดการจะพบว่ามีอยู่ 3 กลุ่ม  คือ  องค์กรออมทรัพย์ชุมชนนาก่วมใต้พัฒนา , องค์กรออมทรัพย์ชุมชนแม่ทะ-ป่าตัน  และ องค์กรออมทรัพย์ชุมชนบ้านดอนไชย ที่มีการบริหารจัดการทั้งในส่วนของกองทุนสวัสดิการชุมชน (ออมเพื่อให้) และ  กองทุนหมุนเวียน (ออมเพื่อกู้) ขณะที่ องค์กรออมทรัพย์ชุมชนเกาะคา  และ องค์กรออมทรัพย์ชุมชนแม่พริกมีเฉพาะในส่วนของการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชน (ออมเพื่อให้) เท่านั้น หากจะถามต่อว่าการมี/ไม่มีกองทุนหมุนเวียนมีผลต่อกลุ่มหรือไม่? อย่างไร? จากการที่ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ได้ลงไปสัมภาษณ์กลุ่มเหล่านี้  พบว่า  กลุ่มที่ไม่มีการจัดการในส่วนของกองทุนหมุนเวียน  เพราะ  เกรงว่าจะมีปัญหาในเรื่องการติดตามหนี้สิน แต่จากการสัมภาษณ์กลุ่มที่มีการจัดการในส่วนของกองทุนหมุนเวียนก็พบว่า  ไม่มีปัญหาในเรื่องการชำระเงินคืนของสมาชิก  (หรือถ้ามีก็มีน้อยมาก  ไม่ใช่ปัญหาใหญ่)
            วกกลับมาที่คำถามว่าการมี/ไม่มีกองทุนหมุนเวียนมีผลต่อกลุ่มหรือไม่? อย่างไร?  ผู้วิจัยก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ  เพราะว่ายังไม่ได้ถาม  แต่ถ้าจากมุมมองของตัวเองก็พอจะตอบได้ว่าการมีกองทุนหมุนเวียนก็มีส่วนดีเหมือนกัน ที่เห็นชัดๆ  คือ
            1.มีเงินดอกเบี้ย  สามารถจะเอาไปทำกิจกรรมต่างๆหรือเสริมสภาพคล่องให้กับกลุ่มได้  (แต่จะได้มากหรือน้อยขอเวลาอีกนิดหนึ่งค่ะ  จะไปหาคำตอบมาให้นะคะ)
            2.มีเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน  เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงนี้ที่เครือข่ายฯไม่ได้จ่ายค่าศพให้กับกลุ่มต่างๆมาตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม  ซึ่งกลุ่มที่มีกองทุนหมุนเวียน  เช่น  กลุ่มแม่ทะ-ป่าตัน  กลุ่มบ้านดอนไชย  เป็นต้น  จะไม่มีปัญหา  เพราะ  เอาเงินในส่วนของกองทุนหมุนเวียนมาหมุนจ่ายให้กับผู้เสียชีวิตก่อนได้  ในขณะที่กลุ่มเกาะคา  ตอนนี้ไม่มีเงินสำรองอยู่ในกลุ่มเลย  ไม่มีเงินจ่ายค่าศพด้วย  (แต่เหตุการณ์ก็ผ่านไปได้ค่ะ เพราะมี…มาช่วยเอาไว้)
            หากมองในแง่ศักยภาพของกลุ่ม  ผู้วิจัยก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรเหมือนกันค่ะ  เพราะ  ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรเป็นตัวชี้วัดศักยภาพ  แต่ถ้าถามผู้วิจัยตอนนี้ก็เห็นว่ามีหลายอย่างที่เป็นตัววัดศักยภาพได้  เช่น  ฐานะการเงิน  (เข้าใจว่าคำว่า “งบทดลอง” ของทีมกลาง  หมายถึง  ฐานะการเงินใช่ไหมค่ะ?)  การขยายสมาชิก  การเชื่อมประสาน  วินัยทางการเงินของสมาชิก  จิตสำนึกในการทำงานเพื่อชุมชน  ฯลฯ  ข้อมูลเหล่านี้ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์กำลังอยู่ในระหว่างการประมวลข้อมูลและความคิดอยู่ค่ะ  ความจริงเรื่องฐานะการเงินตอนนี้ทุกกลุ่มก็มีรายงานอยู่แล้ว  แต่ผู้วิจัยก็ยังไม่ได้ขอข้อมูลในส่วนนี้  เพราะ  รู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนไม่รู้ว่าอันไหนเป็นอันไหนแล้ว  ขนาดทีมบริหารยังพูดไม่เหมือนกัน  คิดว่าคงจะนำเสนอในรายงานฉบับสมบูรณ์ค่ะ
            ถามว่ากลุ่มมีข้อจำกัดอย่างไร? ผู้วิจัยอยากให้ทีมกลางช่วยขยายความหน่อยค่ะว่าจะเอาข้อจำกัดด้าน/ส่วนไหนบ้าง  (รู้สึกว่าคำถามกว้างจัง  ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร)  ถ้าให้ตอบตอนนี้เท่าที่คิดออกก็มี
            1.โครงสร้างคณะกรรมการ (ภาคสวรรค์) มีมากจนเกินไป  หาคนทำงานยาก
            2.กลุ่มต้องรับนโยบาย  คำสั่งต่างๆจากเครือข่ายฯ  ซึ่งเครือข่ายฯก็ขยันเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ซะเหลือเกินค่ะ  จนกลุ่ม (บางกลุ่มหรืออาจหลายกลุ่ม) ท้อ  ไม่อยากทำงาน  แต่ใน 5 กลุ่มเป้าหมายนี้ไม่มีปัญหาค่ะ  (มีแต่เพียงเสียงรำพึงรำพันนิดหน่อยค่ะ)
            3.ขาดเงิน  เพราะ  เงินส่วนใหญ่ไปอยู่ที่เครือข่ายฯ  ทำให้กลุ่มไม่มีเงินที่จะเอาไปลงทุนหรือเอาไปทำอะไรที่ก่อดอกออกผลได้
            4.ขาดอำนาจ  เพราะ  อำนาจไปอยู่ที่แกนนำเครือข่ายฯเพียงไม่กี่คน
            5.ขาดโอกาส  เรื่องนี้อยากขอวิงวอนผ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ  ให้ช่วยบอกหน่วยงานสนับสนุนต่างๆหน่อยค่ะว่าช่วยพัฒนา  หรือทำอะไรก็ได้เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารลงสู่ชุมชนหน่อยค่ะ    ผู้วิจัยเชื่อว่าชุมชนมีศักยภาพ  แต่ชุมชนขาดโอกาส  ยกตัวอย่างง่ายๆ  เรื่องงบตำบลละแสน  หรือ  เรื่องงบ สปสช. (ขอโทษนะคะที่ต้องเอ่ยชื่อหน่วยงาน) ชาวบ้านไม่รู้เลย  มีแต่แกนนำบางคนที่รู้  ซึ่งถ้าคิดดูให้ดีๆ  ที่กลุ่มต่างๆไม่ค่อยกล้าที่จะ…กับแกนนำ  ก็เพราะว่า  กลุ่มเหล่านี้เขาเกรงใจเห็นว่าแกนนำเป็นผู้ดึงงบลงมาให้   หรือไม่เขาก็กลัวว่าถ้ามีปัญหากับแกนนำ  แกนนำก็จะไม่ช่วยเหลือในเรื่องนี้ กลุ่มก็เลยไม่เจริญสักที
            ไม่รู้ว่าจะตอบตรงคำถามหรือเปล่าค่ะ  ยังไงอ่านแล้วก็ช่วยตอบกลับด้วยค่ะ  อ้อ! อย่าลืมขยายความศัพท์หรือ Concept ต่างๆที่ผู้วิจัยถามด้วยนะคะ  ขอบคุณมากค่ะ