...

ภาพที่ 1: หม้อล้างจมูก (Neti pot) อาจพัฒนามาจากคำสันสกฤต 'Jala Neti' ที่ใช้ในการบำบัดแบบอายุรเวทของอินเดีย > [ Wikipedia ]

...

ภาพที่ 2: หม้อล้างจมูก (Neti pot) ซึ่งโฆษณาว่า เป็นของโยคี (Yogi) ทำให้ดูขลังและน่าใช้ โปรดสังเกตว่า มีถ้วยตวงเล็กๆ ที่อาจเป็นช้อนตวงเกลือ เนื่องจากการล้างด้วยน้ำเกลือจะลดอาการแสบจมูกได้ดีกว่าล้างด้วยน้ำเปล่า > [ Flickr ] by [ cesarastudillo ]

...

 

ภาพที่ 3: หม้อล้างจมูก (Neti pot) > [ Flickr ] by [ Okko Pyykko ]

...

หม้อล้างจมูก (neti pot) เป็นหม้อที่มีรูปร่างคล้ายกาน้ำชา ใช้ในการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก และอาจพัฒนามาจากการรักษาแบบอายุรเวทของอินเดีย

การล้างจมูกแบบนี้มีส่วนช่วยลดอาการโรคภูมิแพ้ให้ทุเลาลง กลไกที่เป็นไปได้คือ น้ำเกลืออาจช่วยทำให้โพรงจมูกมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น และทำความสะอาดคราบน้ำมูกหรือเสมหะออกไป

...

การศึกษาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ รวมทั้งการทบทวนงานวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญแห่งโคเครนพบว่า การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือความเข้มข้นต่ำเป็นประจำช่วยให้อาการภูมิแพ้ลดลงได้

หม้อล้างจมูกหรือ "ขวดล้างโพรงจมูก" ในสหรัฐฯ มีราคาประมาณ $10 หรือ 350 บาท เมืองไทยเราก็มีจำหน่ายแล้วเช่นกัน

...

ผู้เขียนมีประสบการณ์เห็นทหารท่านหนึ่งใช้กระดาษทิชชูม้วนๆ ใส่เข้าไปในรูจมูกตอนไปนมัสการสังเวชนียสถานอินเดีย-เนปาล ซึ่งมีฝุ่นละอองมากแบบสุดๆ พบว่า ฝุ่นละอองติดออกมากับทิชชูดำเขรอะไปหมด

อินเดียและเนปาลใช้ถ่านหินกันแทบทุกบ้าน มีการใช้แผ่นขี้วัวหรือ "ดัง" จุดไฟเป็น 'starter' หลังจากนั้นค่อยๆ ใส่ถ่านหินลงไป จะได้เตาถ่านที่เหมาะกับการทำโรตี หรือ "จะปาตี"

...

การใช้ขวดล้างโพรงจมูกดูจะง่ายกว่าการใช้กระดาษทิชชูทำความสะอาดโพรงจมูก ซึ่งถ้าท่านอยากจะทดลองใช้ทิชชู... เรียนเสนอให้ชุบน้ำหรือน้ำเกลือก่อน และทำเพียงเบาๆ

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                    

  • Thank nytimes > Anahad O'Conner. The claim: Nasal irrigation can ease allergy symptoms> [ Click ] > April 13, 2009.
  • ขอขอบพระคุณ > ขวดล้างโพรงจมูก. เรเมดี้ เฮลแคร์. Remedy Healthcare Co. Ltd. Tel. 0-2889-6016.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 14 เมษายน 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.