เรื่องที่เล่าต่อไปนี้ ชื่ออาจไปตรงกันท่านหรือญาติพี่น้อง และสถานการณ์อาจเสมือนจริงต้องขออภัย ขอได้โปรดเข้าใจ ณ ที่นี่ว่า เป็นเรื่องเล่าเท่านั้นนะครับ
เย็นนี้ได้สนทนากับคุณน้อยด้วยการโทรกลับ ( เขาโทรมาแล้วเราไม่ได้รับสาย ) การสนทนาทำให้ทราบว่า มีผู้ใหญ่ระดับสูงในจังหวัดโทรสอบถามเหตูการณ์บ้านเมือง เพราะได้ข่าวจากตำรวจว่า เขาจะพาพวกไปปิดถนนที่ด่านตรวจบ้านห้วยน้ำอุ่น เขาได้ตอบไปว่า ไม่อยู่ในความคิดขณะนี้เขาอยู่กับเพื่อนที่ อ.ท่าวังผา แต่ก่อนหน้ามีอดีตนักการเมืองสอบตกมาชักชวนให้ไปกระทำการ เขาได้ปฏิเสธไปแล้ว
ตอบไปว่า ขอขอบใจที่เข้าใจที่เข้าเข้าใจ ไม่ซ้ำเติมบ้านเมืองปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองน่านบ้านเรา การปิดถนน ณ จุดที่พูดคุยนั้นเคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20-21-22-23 ต.ค.2551 ขอให้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในการชุมนุมแสดงพลัง http://gotoknow.org/blog/gotonan/220172
การปิดถนนนั้น เป็นการสร้างความเดือดร้อนเสียหายอย่างยิ่ง โดยหลักการแล้วมักชอบอ้างสิทธิตามแนวทางประชาธิปไตย หรืออ้างรัฐธรรมนูญไปสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คน เคยมีกรณีที่ จ.ลำพูน และที่ จ.พะเยาอยู่ระหว่างดำเนินคดี ได้เขียนบันทึกไว้ตามลิ๊งค์ http://gotoknow.org/blog/gotonan/255230
พวกเราไตร่ตรองรอบคอบแล้วเห็นว่า การปิดศาลากลางก็ดี ปิดถนนก็ดี คน คณะบุคคลที่ควรเสียสละต้องไปแจ้งเหตุกับพนักงานสอบสวน ควรเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ถือเป็นการแสดงความกล้าหาญก่อนนำประธานหอการค้าภาคธุรกิจ ภาคประชาชน ไปดำเนินการร่วม เพื่อแสดงภาวะการเป็นผู้นำให้ประจักษ์แจ้ง ประการสำคัญ เพื่อแสดงออกให้ผู้ก่อเหตุต้องรับผิดชอบ กรณีที่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ เลยนั้น ผู้ก่อเหตุย่อมต้องเข้าใจว่า การชวนกันไปปิดถนนเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นสิทธิที่พึ่งกระทำได้ตามกฎหมาย
เห็นด้วยครับ ... หากไม่ดำเนินการใด ๆ กับคนปิดถนน ปิดสถานที่ ... นึกว่า ไม่มีกฎหมายข้อนี้ห้ามอยู่ ... อารมณ์ดีก็ยิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ไม่ดีก็ชวนกันปิดถนน ... หากชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เดือดร้อนบ้าง ล้อมตี ก็จะออกมาโวยวายว่า ถูกทำร้ายร่างกาย ... ดังนั้น ผู้รักษากฏหมายควรเป็นฝ่ายตีมากกว่า หากพูดไม่ฟัง ละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น
ขอบคุณครับ :)
สวัสดีค่ะ เห็น้วยค่ะ รีบจัดการซะเลยค่ะ พวกผิดกฎหมายทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ด้วยความยินดีครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยน ร่วมเรียนรู้และเติมเต็ม