อันดับแรก ทำใจให้สงบก่อน

วันก่อน ได้มีโอกาส ขับรถยนต์ไปธุระกับน้องชายที่โคราช พอขับไปถึงวังน้ำเขียว ซึ่งเป็นทางขึ้นเขา ทางคดไปคดมา  ก็เห็นว่า บนกลางถนนมีก้อนหินแบนๆขนาด ก้อนตัวหนอนที่ใช้ปูพื้นสนามหน้าบ้าน เห็นรถคันหน้าซึ่งเป็นรถ2 แถว วิ่งคล่อมก้อนหินนั้น ก็เลยตัดสินใจวิ่งคล่อมก้อนหิน เพราะหลบก็ไม่ทันแล้ว  ขณะนั้นได้ยินเสียงปังๆใต้ท้องรถ วิ่งต่อไปได้ยินเสียงปรับๆ ความเร็วก็เบาลง นึกว่า ก่อนขึ้นเขา ใช้เกียร์ D3 จึงเป็นอย่างนี้  วิ่งไปได้ 5 นาที ไฟแดงถึงน้ำมันเครื่องโชร์ เลยต๊อบไฟจอดข้างทาง แล้วก็สตาร์ทไม่ติดอีกเลย ให้น้องก้มดูที่ท้องรถ เห็นน้ำมันเครื่องไหลเต็มถนนเลย  เลยโทรหาประกัน และรถยก รออยู่ตรงนั้นตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 5โมงเย็น ร้อนก็ร้อน หิวก็หิว แต่อะไรไม่กังวลใจเท่าไปไหนก็ไม่ได้ บังเอิญห่างจากตรงนั้น100เมตรมีร้านอาหารอยู่ ก็เลยถือโอกาสทำใจให้สงบก่อน(สงบภายในก่อน) ด้วยการอ่านหนังสือที่มีอยู่ในรถ  เดินดูการจัดสวนหย่อมของร้านไปในตัว   บังเอิญมีเพื่อนเป็นเจ้าของโรงมันอยู่ เลยขอให้มารับไปส่งขนส่งโคราช หน่อย  เพื่อนให้คนขับรถมารับไปส่งถึงบ้านปราจีน ถึงบ้านเกือบห้าทุ่มด้วยความปลอดภัย

    สรุปคือแทงค์น้ำมันเครื่องแตก  เปลี่ยนแทงค์น้ำมันและค่าอื่นๆ ประมาณ 7000กว่าบาท ที่โหดคือค่าลากรถยนต์ไปโคราช  3500บาท ประกันจ่ายให้ 800 บาท เขาบอกว่าถ้าลากกลับปราจีน 6500บาท

   หลายคนบอกว่า เสียหลายหมื่นแน่ เพราะไฟแดงหน้าปัดขึ้น   แต่ก็ดับเครื่องเอง  ไม่ใช่ครื่องดับเอง  ข้อควรปฏิบัติสำหรับ คนขับรถยนต์ ระวังก้อนหินที่ว่างกลางถนน โดยเฉพาะคนที่รถเสียแล้วใช้หนุนล้อรถตอนจะขึ้นเขาเพื่อไม่ให้รถไหล ใช้แล้วกรุณาเก็บเข้าข้างทางด้วย   และถ้าไฟแดงหน้าปัดขึ้นต้องรีบหาช่างโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของเราและผู้ร่วมทางด้วย  เรื่องยางรถก็สำคัญ หากยางหมดอายุ จะแข็งความยึดหยุ่นจะน้อย  วิธีดู/เลือกซื้อยาง  จะมีตัวเลข 4 ตัวข้างแก้มยาง 2ตัวแรกคือ สัปดาห์ที่ผลิต  2 ตัวหลังคือ ปีที่ผลิต ยางแต่ละเส้นใช้ได้ 3 ปีเท่านั้น และเวลาเลือกซื้อยางให้เลือกยางที่วางอยู่บนสุดหรือค่อนข้างอยู่ด้านบน เพราะแรงกดทับที่อยู่ที่ร้านค้าเป็นเวลานาน ทำให้ยางเสื่อมสภาพได้เหมือนกัน

(ลองใส่รูปแล้วไม่ได้ เดี๋ยวศึกษาก่อน ใครรู้ช่วยสอนหน่อย)