เตือนการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในข้าวนาปรังร้อยเอ็ด
เตือนการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในข้าวนาปรังร้อยเอ็ด
/////////////////////
-
นายวสันต์ สวัสดิ์รัมย์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับแจ้งอำเภอพนมไพรและอำเภอจังหวาน ว่า ได้เกิดการเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในข้าวนาปรังของเกษตรกร เนื่องจากระยะนี้จะมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่ทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดได้รวดเร็ว และทำความเสียหายให้แก่ต้นข้าวเป็นอย่างมาก จึงขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงนาของตนเองเป็นประจำ หากพบให้รีบป้องกันกำจัด พร้อมแจ้งให้นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลของท่านทราบโดยด่วน สำหรับรายละเอียดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มีดังนี้
-
นายวสันต์ สวัสดิรัมย์ กล่าวว่า ลักษณะการทำลาย ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณโคนต้นข้าวเหนือระดับน้ำ ในขณะเดียวกันจะขับถ่ายมูลน้ำหวาน (honey dew) ออกมา เป็นสาเหตุให้เกิดโรคราดำ เมื่อมีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจำนวนมากดูดกินน้ำเลี้ยงต้นข้าว จะทำให้ต้นข้าวแสดงอาการใบเหลืองแห้ง คล้ายถูกน้ำร้อนลวก ซึ่งเรียกว่า "อาการไหม้เป็นหย่อม" (Hopper burn) ถ้ารุนแรงมาก ต้นข้าวจะแห้งตาย เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถทำลายได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของข้าว นอกจากนี้ยังเป็นพาหะนำเชื้อวิสา ซึ่งทำให้เกิดโรคใบหงิกหรือโรคจู๋ (Rice ragged stunt) มาสู่ต้นข้าวอีกด้วย โรคนี้เกิดกับต้นข้าวได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ต้นข้าวอายุตั้งแต่ 15-45 วัน ถ้าได้รับเชื้อโรคจู๋ จะแสดงอาการรุนแรงมาก ส่วนต้นข้าวอายุเกิน 60 วันไปแล้ว ได้รับเชื้ออาการจะไม่รุนแรง ต้นข้าวที่ได้รับเชื้อแล้วจะมีอาการต้นเตี้ยแคระแกรน และไม่ออกรวงหรือออกรวงน้อย ถ้าสภาพแวดล้อมเหมาะสม ปริมาณเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจะเพิ่มขึ้นตามอายุข้าว จากระยะกล้าถึงระยะออกรวง ซึ่งในระยะตั้งท้องและออกรวงมักจะพบประชากรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสูงที่สุด และอาการใบไหม้มักจะเกิดในระยะนี้ การระบาดมีพื้นพื้นที่อำเภอพนมไพร อาจสามารถ จังหาร ธวัชบุรี ทุ่งเขาหลวง กว่า 2,000 ไร่
-
นายวสันต์ กล่าอีกว่า สาวนการป้องกันและกำจัดควรงดการปลูกข้าวนาปรัง และปลูกพืชอื่นทดแทน เพื่อเป็นการตัดวงจรชีวิตของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลลดการใช้ปุ๋ยยูเรีย การปลูกข้าว ไม่ควรปักดำถี่หรือหว่านข้าวหนาแน่นเกินไปหมั่นสำรวจตรวจนับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลตามโคนกอข้าวอย่างสม่ำเสมอ ไร่ละ 10 จุด ๆ ละ 10 ต้น เมื่อพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล 1 ตัวต่อต้น ให้พิจารณาศัตรูธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมในนาก่อนตัดสินใจใช้สารเคมีควรใช้สารเคมีให้ถูกต้องตามคำแนะนำ และพ่นสารเคมีในจุดที่มีการระบาดเท่านั้น โดยพิจารณาถึงสมดุลย์ของศัตรูพืช และศัตรูธรรมชาติ ตลอดจนการวิเคราะห์ระบบนิเวศน์ด้วย สำหรับสารชีวภัณฑ์หรือสารเคมีที่ใช้ป้องกันกำจัดมีดังนี้สารเคมีที่แนะนำให้ใช้ในแหล่งที่ระบาดเป็นประจำและรุนแรง คือ carbofuran (furadan 3% G) หรือ มิพซิน 50 % WP หรือ ฟลาสแทคดี สารชีวภัณฑ์ ที่ใช้ป้องกันกำจัดและได้ผลดี คือเชื้อราเขียวเมตตาไรเซียมหรือเชื้อราขาวบิวเวอร์เรีย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดจังหวัดร้อยเอ็ด**********
วัชรินทร์ เขจรวงศ์ รายงาน