อีกเพียงไม่ถึง ๖ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๘) ก็จะมีการรวมตัวของประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นประชาคมอาเซียน    เกิดการเปิดเสรีด้านการค้าบริการในประชาคม    รวมทั้งด้านการศึกษา    โดยมีข้อตกลงกันแล้วให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง หรือภาษาในการทำงานของอาเซียน     

          เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้   สำนักยุทธศาสตร์อุดมศึกษาต่างประเทศ สกอ. ได้ทำวิจัยเรื่อง “ยุทธศาสตร์การส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและการวิจัยในภูมิภาค” เมื่อปลายปี ๒๕๕๑   เป็นการปลุกความตื่นตัวของมหาวิทยาลัยไทย    และจัดให้มีการคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น   และมีการคิดแบบ SWOT   ผมพยายามค้นหารายงานดังกล่าวใน อินเทอร์เน็ต ก็ไม่พบ จึงไม่สามารถ link รายงานการวิจัยนี้ให้ท่านผู้อ่านได้   พบแต่รายงานอื่นๆ อีกมากมาย    ทำให้เห็นว่ามีการทำเอกสารสร้างความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ไม่น้อย    ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี   

          แต่ผมมองว่า ยังเป็นการคิดแบบเอาปัจจุบันเป็นฐาน   ยังศึกษาเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด สกอ.      

          ตรงกันข้ามกับวิธีคิดแบบใช้ปัจจุบันเป็นฐาน คือวิธีคิดแบบ foresight    ใช้ Foresight Technique มาช่วยในการคิดและการเตรียมการณ์ไปข้างหน้าร่วมกันของภาคีที่หลากหลาย    

          ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและการวิจัยในภูมิภาคได้ จะต้องแข่งขันกับประเทศอื่นได้   ต้องเสนอการศึกษาคุณภาพสูง หรือการศึกษาที่ประเทศอื่นไม่มี หรือมีแต่คุณภาพไม่ดีเท่า

          การศึกษาคุณภาพสูงนั้น ต้องมีหลากหลายกิจกรรม เช่น
               ๑. หลักสูตรระยะสั้น  หลากหลายรูปแบบ  หลากหลายเป้าลูกค้า
               ๒. กิจกรรมการประชุมที่มีคุณภาพสูง  ที่อาจเป็นการประชุมวิชาการ การประชุมของสมาคมนานาชาติ ฯลฯ   ที่เวลานี้ประเทศไทยมีชื่อเสียงมากอยู่แล้ว    ควรหาทางเชื่อมโยงกิจกรรมเหล่านี้เข้ากับการยกระดับการเรียนรู้ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในประเทศไทย
               ๓. หลักสูตรปริญญาตรี
               ๔. หลักสูตรบัณฑิตศึกษาที่เน้นการวิจัย
               ๕. ความร่วมมือวิจัยเรื่องสำคัญๆ ในภูมิภาค

          วิธีสนับสนุนของ สกอ. ควรใช้วิธีที่ลงทุน/ทำ น้อย ได้ผลมาก    โดยต้องเลือกสนับสนุนอย่างมียุทธศาสตร์หรือกุศโลบาย   เช่นเน้นสร้างชื่อเสียงหรือการตลาดใน target group    เริ่มโดยเลือกเรื่องที่จะส่งเสริม  เลือกสถาบันที่เด่นที่สุดของเรา  แล้วประกาศให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่เก่งเป็นพิเศษในประเทศเป้าหมายนั้นๆ    โดยจำนวนทุนต้องหลายทุนหรือจำนวนมากพอที่จะสร้างกระแสข่าวให้บอกกันปากต่อปากหรือเลื่องลือ   ถ้าไม่มีผู้สมัครที่เก่งถึงขนาดต้องไม่ให้ทุน เพื่อสร้างมาตรฐานของทุน   และเมื่อมีนักศึกษารับทุนมาเรียน เราต้องเอาใจใส่ดูแลให้ดี เพื่อสร้างชื่อเสียง    หวังดึงดูดคนมีเงินมาเรียนในประเทศไทย

          หลักการคือ ให้ทุนเพื่อดึงคนเก่งมาเรียนในประเทศไทย ในสาขาที่เราเด่นมาก    เพื่อสร้างความสัมพันธ์   และเพื่อใช้คนเก่งนั้นเองยกระดับคุณภาพการศึกษาของเราขึ้นไปอีก

          เราควรคิดเอาโครงการด้านบัณฑิตศึกษาดีๆ มาเป็น Strength   เช่นโครงการ คปก.   โครงการของ สกอ. เอง เช่น โครงการศูนย์ความเป็นเลิศ ที่บริหารโดย สบว.   และโครงการปฏิรูประบบการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา    รวมทั้งโครงการวิจัยเด่นๆ ที่รับนักศึกษาสมองดีมาเป็น นศ. ปริญญาเอกได้ ไม่ว่าจะได้ทุนวิจัยจากแหล่งใดก็ตาม

          ย้ำเรื่องการเน้นสร้างชื่อเสียงด้วยการคบค้าช่วยเหลือกันผ่านคุณภาพสูง ทั้ง หลักสูตร ผู้เรียน และอาจารย์    อย่าหลงเน้นราคาถูกคุณภาพต่ำ    อย่าหลงเน้นความ ช่วยเหลือคนด้อยโอกาสที่สติปัญญาปานกลาง (mediocre)    ต้องหวังดึงดูดเอาคนเก่ง ของเขามาเรียน   โดยที่การเรียนนั้นเน้นที่การร่วมกันสร้างความรู้ ไม่ใช่เน้นถ่ายทอดความรู้

          มหาวิทยาลัย/หลักสูตร ที่ต้องการมี นศ. เก่งๆ จากต่างประเทศมาเรียน ต้องสร้างบรรยากาศนานาชาติ   เช่นใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกันอย่างคล่องแคล่ว    มีกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยให้ นศ. จากต่างประเทศไม่เหงา เป็นต้น

          เวลานี้แต่ละปี มี นศ. ต่างชาติมาเรียนในประเทศไทยจำนวนหมื่นคนเศษๆ   เกือบทั้งหมดเป็นระดับปริญญาตรี  

 

วิจารณ์ พานิช
๓๑ มี.ค. ๕๒