อภิปรายผลการประเมิน
จากผลการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียน โรงเรียนชุมชนวัดหมน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 ผู้ประเมินขอนำเสนอผลการอภิปรายดังนี้
1. จากผลการประเมินสภาพแวดล้อมภายในที่เอื้อต่อการดำเนินโครงการ พบว่า วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษา ทั้งนี้ผู้รายงาน ทำความเข้าใจนโยบายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิเทศภายในโรงเรียน โรงเรียนชุมชนวัดหมน ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับกระทรวง ระดับกรม ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และระดับโรงเรียน รวมทั้งศึกษาสภาพปัญหาการเรียนการสอนของครู สำรวจผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และได้ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า วัตถุประสงค์สอดคล้องกับทัศนะของนักวิชาการ อิลลิสัน (Allison,1982 : 4981-A) ได้ทำเกี่ยวกับรูปแบบการนิเทศแบบบรรยาย ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริหารและครูต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการนิเทศการเรียนการสอน การนิเทศแบบบรรยายมีส่วนสำคัญ ทำให้การนิเทศการสอนในโรงเรียนมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากโรงเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์ มีการกำหนดภารกิจของหน่วยงาน วิเคราะห์สภาพแวดล้อม SWOT วิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยโอกาส และอุปสรรค รวมถึงข้อมูลสภาพปัจจุบันปัญหา และความต้องการทำให้ทราบปัญหา และความต้องการของโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนโรงเรียนจึงดำเนินการแก้ปัญหาโดยการจัดทำโครงการการนิเทศภายในโรงเรียน โรงเรียนชุมชนวัดหมน เน้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม ในการนิเทศภายในโรงเรียน คือ การนิเทศอย่างทั่วถึง นิเทศอย่างต่อเนื่อง และนิเทศอย่างมีคุณภาพ ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2541 : คำนำ)
2. จากผลการประเมินปัจจัยเบื้องต้นในการดำเนินโครงการ พบว่า ผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมาก และผลการประเมินแต่ละด้านดังนี้
1) ปัจจัยเบื้องต้นด้านการวางแผนดำเนินโครงการ ผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากคือมีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน มีการประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการการมอบหมายให้คณะทำงานมีความเหมาะสม มีแผนการนิเทศติดตามผลการดำเนินงาน มีการวางแผนการจัดกิจกรรมไว้อย่างเหมาะสม และมีแผนติดต่อประสานงานกับวิทยากร สอดคล้องกับงานวิจัยของประวิทย์ เนียรศิริ (2546 : 42) ศึกษาปัญหาการนิเทศภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ จากผลการวิจัย พบว่า ปัญหาการนิเทศภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว อยู่ในระดับปานกลาง ฉะนั้น สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอคลองหาด ควรจัดประชุมสัมมนาทั้งผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน ให้ตระหนักและมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับกระบวนการนิเทศภายใน เพื่อให้ปัญหาการปฏิบัติงานการนิเทศภายในโรงเรียนลดลง และการดำเนินงานการนิเทศภายในเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียนทุกโรงเรียน ควรพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานการนิเทศภายใน ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกระบวนการ และชี้แจงอบรมครูในโรงเรียน ให้เห็นถึงความสำคัญและจำเป็นของการนิเทศภายในโรงเรียน โดยสม่ำเสมอ
2) ปัจจัยเบื้องต้นด้านอาคารสถานที่ ผลการประเมินโดยรวม อยู่ในระดับมาก คือ มีห้องสมุดเป็นเอกเทศ มีห้องเรียนเพียงพอกับนักเรียน พื้นที่บริเวณโรงเรียนเพียงพอกับการปฏิบัติกิจกรรม มีแหล่งการเรียนรู้ มีห้องหรือศูนย์วิชาการเป็นแหล่งรวบรวมข้อสอบ และสื่อการเรียนการสอน จากการเตรียมความพร้อมด้านอาคารสถานที่ ซึ่งเป็นผลมาจากการประชุม และวางแผนร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และเชิญผู้ปกครองนักเรียนเข้ามาร่วมกันพัฒนาพื้นที่บริเวณโรงเรียน ปรับปรุง อาคารสถานที่ ได้ สร้างสวนหย่อม และสวนสมุนไพรพันธุ์ไม้หายาก บริเวณหน้าและด้านหลังอนุสาวรีย์พ่อครูพุ่ม และหน้าอาคารเรียน เป็นต้นจัดทำสวนหย่อมหน้าอาคารเรียน จัดทำห้องสมุด จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน รวมทั้งประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อขอรับงบประมาณมาสนับสนุน สำหรับการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การศึกษา เป็นงบประมาณที่ได้รับจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้กับทางโรงเรียนเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ ได้ตามความจำเป็น ทำให้เกิดความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก ดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พันธราวุธ ศรีแก้ว ((2541 : บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่อง การประเมินความสำเร็จการดำเนินงานการนิเทศภายในโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนราธิวาส โดยใช้รูปแบบ CIPP ประเมินด้านสภาพแวดล้อมด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการและผลผลิต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา จำนวน 200 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าและแบบปลายเปิด ผลการวิจัยพบว่าระดับความสำเร็จการดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา จำแนกตามองค์ประกอบด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านบุคลากร ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่าเฉลี่ยโดยรวมแต่ละด้านอยู่ในระดับมาก
3) ปัจจัยเบื้องต้นด้านวัสดุอุปกรณ์ ผลการประเมินโดยรวม อยู่ในระดับมากเพราะโรงเรียนให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการ จึงจัดให้มีเอกสาร คู่มือครอบคลุมเรื่องการนิเทศภายในโรงเรียน สื่อเครื่องมือนิเทศภายในมีความชัดเจนเหมาะสม อยู่ในระดับมาก
4) ด้านบุคลากร จากการประเมินความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เพราะทางโรงเรียนชุมชนวัดหมน ให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นอย่างมากทั้งผู้บริหาร และครูตระหนักในหน้าที่ของตนเอง พัฒนาปรับปรุงตนเอง ให้ความรู้อยู่ตลอดเวลาสอดคล้องกับการบริหารโครงการโดยวิธีการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participation) คือ การออกคำสั่งมอบหมายงานไว้อย่างชัดเจน บุคลากรรู้และเข้าใจวิธีการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการ บุคลากรมีส่วนร่วมในการจัดการนิเทศภายในโรงเรียนชุมชนวัดหมน บุคลากรมีความเข้าใจวิธีการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการ มีการประสานงานกับบุคลากรภายนอก ให้มาร่วมแก้ปัญหาการเรียนการสอน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของธีระวุฒิ ประทุมนพรัตน์ (2532 : 8-10) กล่าวถึงบทบาท หน้าที่ของผู้บริหาร และครูอาจารย์กับการนิเทศภายในโรงเรียน ที่ต้องทำร่วมกันในการประชุมวางแผนที่จะแก้ปัญหา การเรียนการสอน ตลอดจนการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ และนำหลักการนิเทศภายในโรงเรียนไปใช้แก้ปัญหา สอดคล้องกับหลักการจัดการนิเทศภายในโรงเรียนของ สงัด อุทรานันท์ 2530 : 15-18) ได้กำหนดหลักการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน ปัจจุบันเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาหลักการและทฤษฎีทางการนิเทศดังนี้
หลักการที่ 1 การนิเทศภายในโรงเรียนเป็นกระบวนการการทำงานร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศ กระบวนการมีความสอดคล้องกับแนวความคิดและหลักการที่ดีของการนิเทศ
หลักการที่ 2 การนิเทศภายในโรงเรียนมีเป้าหมายอยู่ที่คุณภาพของผู้เรียน นักเรียน แต่การดำเนินงานนั้นจะกระทำโดยผ่านตัวกลาง คือ ครู และบุคลากรทางการศึกษา
หลักการที่ 3 การนิเทศภายในโรงเรียนต้องเน้นบรรยากาศแห่งความเป็นประชาธิปไตย
5) ด้านงบประมาณ ผลการประเมินโดยรวม อยู่ในระดับมาก เป็นเพราะโรงเรียนชุมชนวัดหมน มีการจัดการศึกษา 2 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทำให้โรงเรียนได้รับการจัดสรรงบประมาณรายหัวนักเรียน เงินอุดหนุนอื่นๆ จำนวนมากขึ้นสามารถจัดซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์ ได้ครบตามต้องการและทันกำหนดเวลา นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังมีแหล่งให้การสนับสนุนงบประมาณ โดยได้รับความร่วมมือช่วยเหลือจากชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้ สร้างสวนหย่อม และสวนสมุนไพรพันธุ์ไม้หายาก บริเวณหน้าและด้านหลังอนุสาวรีย์พ่อครูพุ่ม และหน้าอาคารเรียน เป็นต้น ส่งผลให้โรงเรียนมีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินโครงการ
3. จากผลการประเมินกระบวนการในการดำเนินโครงการ พบว่า ผลการประเมินโดยรวม อยู่ในระดับมาก และผลการประเมินแต่ละด้านดังนี้
1) ด้านการดำเนินงานตามแผน อยู่ในระดับมาก ประกอบไปด้วยการจัดกิจกรรมของโครงการเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด มีปฏิทินการปฏิบัติกิจกรรมการนิเทศภายในไว้ชัดเจน การประชุมผู้เกี่ยวข้องโครงการเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน การส่งเสริมให้บุคลากรเข้าใจ วัตถุประสงค์ของโครงการ ระยะเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตามแผนมีความเหมาะสม การมีส่วนร่วมของบุคลากรจากหน่วยงานอื่นๆ สอดคล้องกับนโยบายของ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2542 : 1) ซึ่งได้กำหนดให้การนิเทศการศึกษา เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และใช้การนิเทศเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงมีการศึกษาข้อมูลสารสนเทศเพื่อจัดทำโครงการการนิเทศภายใน
2) ผลการประเมินกระบวนการในการดำเนินโครงการ ด้านการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการ มีการปฏิบัติกิจกรรม 3 ด้าน คือ กระบวนการและกิจกรรมการนิเทศภายใน การประเมินผลการนิเทศภายในและการบริหารกระบวนการนิเทศภายใน อยู่ในระดับมาก
(1) กระบวนการและกิจกรรมการนิเทศภายใน ประกอบด้วยการประชุมครูก่อนการดำเนินการนิเทศภายใน การจัดทำแผน/ โครงการการนิเทศภายในโรงเรียน การดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุนทร ไคลมี (2528 : บทคัดย่อ ) ได้ศึกษาเรื่อง การจัดการนิเทศภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ในด้านกระบวนการการนิเทศภายในโรงเรียน พบว่า ส่วนมากปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ 5 ขั้น ขั้นแรก คือ การวางแผน โดยให้ผู้บริหารประชุมครูทั้งหมดเพื่อร่วมกันพิจารณางานโครงสร้างของโรงเรียน และมอบหมายงานให้มีผู้รับผิดชอบไปปฏิบัติ ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้ความสำคัญต่อการวางแผนเป็นอย่างมากเช่นกัน ทำให้มีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับมาก
(2) การประเมินผลการนิเทศภายใน ประกอบด้วยนำสื่อต่างๆ ไปใช้ในการดำเนินการนิเทศภายใน การนำข้อมูลด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไปวางแผนพัฒนางานนิเทศภายในและการนำเครื่องมือสังเกตการสอนในกลุ่มสาระต่างๆ ไปใช้ สอดคล้องกับแนวคิดของ สงัด อุทรานันท์ (2530 : 135) ที่กล่าวว่า การวางแผนเป็นงานที่สำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของงาน คนที่ทำงานตามแผนจะสามารถทำงานได้ราบรื่นเสมือนกับว่าเคยมีประสบการณ์มาแล้ว หากมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นก็สามารถ แก้ไขให้ลุล่วงไปได้ง่าย
(3) การบริหารกระบวนการนิเทศภายใน ประกอบด้วยผู้บริหารจัดให้มีการประชุมครูเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาความต้องการ โรงเรียนมอบหมายให้บุคลากรรับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม จัดให้มีการยกย่องชมเชยผู้รับผิดชอบโครงการเมื่อประสบผลสำเร็จ โครงการมีความสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันปัญหาความต้องการ สอดคล้องกับงานวิจัยของ พันธราวุธ ศรีแก้ว (2541 : บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่องการประเมินความสำเร็จการดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนราธิวาส ประเมินโดยใช้รูปแบบ CIPP พบว่า การประเมินด้านกระบวนการ ขั้นการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาความต้องการอยู่ในระดับมาก และกล่าวว่าที่ผลการศึกษาเป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตระหนักในภารกิจของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
4. ผลการประเมินผลผลิตเมื่อสิ้นสุดโครงการ
1) ด้านผู้เรียน จากการประเมินความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง พบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก พิจารณารายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งค้นคว้าในการเรียนรู้ เมื่อพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่าสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะมีบ้างบางชั้นที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไข อาจจะมีตัวแปรอย่างอื่นมาเกี่ยวข้อง ต้องทำการสำรวจ และศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา และความต้องการอีกครั้ง เพื่อจะได้นำปัญหามาวางแผนที่จะแก้ไขต่อไปโดยใช้โครงการการนิเทศภายในโรงเรียน โรงเรียนชุมชนวัดหมน ได้ผลตามวัตถุประสงค์
2) ด้านครูผู้สอน จากการประเมินความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก พิจารณารายข้อที่สูงสุด คือมีการเตรียมการสอนอย่างดี ปกครองดูแลนักเรียนให้ ประพฤติปฏิบัติอยู่ในระเบียบวินัย และเอาใจใส่ดูแลทุกข์สุขของนักเรียนสม่ำเสมอ เข้าใจบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สามารถแก้ปัญหาการเรียนการสอนได้สำเร็จ มีความตระหนักที่จะแก้ปัญหา และพัฒนางาน จัดห้องเรียนให้สะอาดเรียบร้อย ดำเนินการแก้ปัญหาการเรียนการสอน ตามแผนงาน/โครงการได้ สอดคล้องกับงานวิจัยของ ดิว ( Dew , 1993 : 2815) ได้ทำการวิจัยเรื่อง ความคิดเห็นของครูที่เกี่ยวกับบทบาททางความรู้ในกระบวนการนิเทศ ผลการวิจัย พบว่า ครูส่วนใหญ่ เห็นว่าความรู้ในการนิเทศการสอนเป็นสิ่งจำเป็น ครูที่มีวุฒิการศึกษามีความเชื่อว่า ครูต้องมีความรู้ในกระบวนการนิเทศ การศึกษาควบคู่กับความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กนักเรียน ครูที่มีประสบการณ์ให้ความสำคัญกับความรู้ในกระบวนการนิเทศ ส่วนครูใหม่หรือครูที่มีประสบการณ์น้อย ให้ความสำคัญกับความสามารถในการควบคุมหรือปกครองชั้นเรียนจากการนิเทศภายในโรงเรียน ที่กระทำอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ สงัด อุทรานันท์ (2530 : 130-131) ได้ย้ำถึงหลักการสำคัญของการประเมินผลการนิเทศภายใน ควรเน้นความสำคัญที่ผลผลิต กระบวนการ และปัจจัยป้อนเข้าตามลำดับ ในส่วนของผลผลิตให้ประเมินผลที่เกิดขึ้นกับผู้รับการนิเทศโดยตรง และผลที่ได้จากการประเมินควรนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจ
3) ด้านผู้บริหาร จากการประเมินความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก พิจารณารายข้อที่ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือเอาใจใส่ดูแลการสอนของครูและจัดดำเนินการวัดผลการเรียนให้ถูกต้องตามระเบียบ ซึ่งการเอาใจใส่ดูแลครูเรียกได้ว่าเป็นหัวใจของการนิเทศ ซึ่งสอดคล้องกับ อุทัย บุญประเสริฐ (2540 : 34) กล่าวว่างานวิชาการ คือ งานสำคัญของโรงเรียน ถ้าหากดำเนินงานพลาดทางวิชาการ ก็น่าจะพิจารณาได้ว่าโรงเรียนนั้นประสบความล้มเหลว ในทางตรงข้ามถ้าดำเนินงานวิชาการประสบผลสำเร็จ ก็สมควรได้รับการยกย่อง ยอมรับว่าเป็นโรงเรียนที่ดำเนินภารกิจของโรงเรียน ได้ผล ปรียาพร อนุตรโรจน์ (2535 : 17) ได้เน้นความสำคัญของงานวิชาการว่า งานวิชาการเป็นหัวใจของโรงเรียน และกล่าวว่า ความสำเร็จของสถานศึกษาอยู่ที่การบริหารงานวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2530 ข : 16) กล่าวว่า งานที่ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาต้องดำเนินการในโรงเรียนมีอยู่ 6 งาน งานวิชาการเป็นงานที่สำคัญที่สุด ส่วนงานอื่นๆ เป็นงานที่สนับสนุนให้การดำเนินงานวิชาการสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งทางโรงเรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของงานวิชาการเป็นอย่างมาก และเพื่อให้การบริหารงานวิชาการมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ทางโรงเรียนได้จัดทำโครงการการนิเทศภายในโรงเรียน โรงเรียนชุมชนวัดหมน เพื่อพัฒนาคุณภาพงานวิชาการ มีการนิเทศกำกับ ติดตามอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง และมีคุณภาพ การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปตามแผนที่วางไว้จะมีปัญหาและอุปสรรคบ้าง แต่โรงเรียนก็สามารถดำเนินการแก้ไข และพัฒนาจนประสบผล สอดคล้องกับงานวิจัยของ วนิดา นาคอ่อง (2544 : บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่อง การพัฒนางานวิชาการระดับประถมศึกษา โดยใช้การนิเทศภายในแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ทำให้สภาพงานวิชาการ สูงขึ้นทั้ง 7 งาน คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทุกระดับสูงขึ้น