สรุปรายงานการประเมินผลโครงการนิเทศภายในโรงเรียนชุมชนวัดหมน

  อภิปรายผลการประเมิน 

                จากผลการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียน  โรงเรียนชุมชนวัดหมน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 ผู้ประเมินขอนำเสนอผลการอภิปรายดังนี้

                                1.  จากผลการประเมินสภาพแวดล้อมภายในที่เอื้อต่อการดำเนินโครงการ  พบว่า วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษา ทั้งนี้ผู้รายงาน ทำความเข้าใจนโยบายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิเทศภายในโรงเรียน  โรงเรียนชุมชนวัดหมน ตั้งแต่ระดับชาติ  ระดับกระทรวง ระดับกรม  ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  และระดับโรงเรียน รวมทั้งศึกษาสภาพปัญหาการเรียนการสอนของครู สำรวจผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  และได้ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า วัตถุประสงค์สอดคล้องกับทัศนะของนักวิชาการ  อิลลิสัน (Allison,1982 : 4981-A) ได้ทำเกี่ยวกับรูปแบบการนิเทศแบบบรรยาย  ผลการวิจัยพบว่า   ผู้บริหารและครูต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการนิเทศการเรียนการสอน การนิเทศแบบบรรยายมีส่วนสำคัญ ทำให้การนิเทศการสอนในโรงเรียนมีประสิทธิภาพ                      

                                เนื่องจากโรงเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์ มีการกำหนดภารกิจของหน่วยงาน วิเคราะห์สภาพแวดล้อม SWOT วิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยโอกาส และอุปสรรค  รวมถึงข้อมูลสภาพปัจจุบันปัญหา และความต้องการทำให้ทราบปัญหา     และความต้องการของโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนโรงเรียนจึงดำเนินการแก้ปัญหาโดยการจัดทำโครงการการนิเทศภายในโรงเรียน โรงเรียนชุมชนวัดหมน เน้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม ในการนิเทศภายในโรงเรียน  คือ การนิเทศอย่างทั่วถึง นิเทศอย่างต่อเนื่อง  และนิเทศอย่างมีคุณภาพ  ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  (2541 : คำนำ)

                                2.  จากผลการประเมินปัจจัยเบื้องต้นในการดำเนินโครงการ  พบว่า  ผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมาก  และผลการประเมินแต่ละด้านดังนี้

                                                1)  ปัจจัยเบื้องต้นด้านการวางแผนดำเนินโครงการ  ผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากคือมีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน   มีการประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการการมอบหมายให้คณะทำงานมีความเหมาะสม  มีแผนการนิเทศติดตามผลการดำเนินงาน  มีการวางแผนการจัดกิจกรรมไว้อย่างเหมาะสม    และมีแผนติดต่อประสานงานกับวิทยากร  สอดคล้องกับงานวิจัยของประวิทย์   เนียรศิริ  (2546  :  42)  ศึกษาปัญหาการนิเทศภายในโรงเรียน  สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอคลองหาด  จังหวัดสระแก้ว  ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ จากผลการวิจัย  พบว่า  ปัญหาการนิเทศภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอคลองหาด  จังหวัดสระแก้ว   อยู่ในระดับปานกลาง ฉะนั้น    สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอคลองหาด  ควรจัดประชุมสัมมนาทั้งผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน  ให้ตระหนักและมีความรู้ความเข้าใจ  เกี่ยวกับกระบวนการนิเทศภายใน     เพื่อให้ปัญหาการปฏิบัติงานการนิเทศภายในโรงเรียนลดลง  และการดำเนินงานการนิเทศภายในเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียนทุกโรงเรียน ควรพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานการนิเทศภายใน ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกระบวนการ  และชี้แจงอบรมครูในโรงเรียน  ให้เห็นถึงความสำคัญและจำเป็นของการนิเทศภายในโรงเรียน  โดยสม่ำเสมอ

                                                2)  ปัจจัยเบื้องต้นด้านอาคารสถานที่   ผลการประเมินโดยรวม อยู่ในระดับมาก คือ มีห้องสมุดเป็นเอกเทศ มีห้องเรียนเพียงพอกับนักเรียน  พื้นที่บริเวณโรงเรียนเพียงพอกับการปฏิบัติกิจกรรม มีแหล่งการเรียนรู้  มีห้องหรือศูนย์วิชาการเป็นแหล่งรวบรวมข้อสอบ  และสื่อการเรียนการสอน จากการเตรียมความพร้อมด้านอาคารสถานที่  ซึ่งเป็นผลมาจากการประชุม และวางแผนร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  และเชิญผู้ปกครองนักเรียนเข้ามาร่วมกันพัฒนาพื้นที่บริเวณโรงเรียน  ปรับปรุง อาคารสถานที่ ได้ สร้างสวนหย่อม และสวนสมุนไพรพันธุ์ไม้หายาก     บริเวณหน้าและด้านหลังอนุสาวรีย์พ่อครูพุ่ม      และหน้าอาคารเรียน เป็นต้นจัดทำสวนหย่อมหน้าอาคารเรียน   จัดทำห้องสมุด  จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน รวมทั้งประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อขอรับงบประมาณมาสนับสนุน สำหรับการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การศึกษา  เป็นงบประมาณที่ได้รับจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้กับทางโรงเรียนเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ ได้ตามความจำเป็น ทำให้เกิดความเหมาะสม  อยู่ในระดับมาก ดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พันธราวุธ  ศรีแก้ว ((2541 : บทคัดย่อ)  ศึกษาเรื่อง การประเมินความสำเร็จการดำเนินงานการนิเทศภายในโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา  สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนราธิวาส โดยใช้รูปแบบ CIPP ประเมินด้านสภาพแวดล้อมด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการและผลผลิต      กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา  จำนวน  200  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าและแบบปลายเปิด  ผลการวิจัยพบว่าระดับความสำเร็จการดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา จำแนกตามองค์ประกอบด้านปัจจัยเบื้องต้น   ด้านบุคลากร  ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่าเฉลี่ยโดยรวมแต่ละด้านอยู่ในระดับมาก

3) ปัจจัยเบื้องต้นด้านวัสดุอุปกรณ์  ผลการประเมินโดยรวม อยู่ในระดับมากเพราะโรงเรียนให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการ  จึงจัดให้มีเอกสาร คู่มือครอบคลุมเรื่องการนิเทศภายในโรงเรียน  สื่อเครื่องมือนิเทศภายในมีความชัดเจนเหมาะสม อยู่ในระดับมาก

4)  ด้านบุคลากร  จากการประเมินความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า  มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก  เพราะทางโรงเรียนชุมชนวัดหมน ให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นอย่างมากทั้งผู้บริหาร และครูตระหนักในหน้าที่ของตนเอง พัฒนาปรับปรุงตนเอง  ให้ความรู้อยู่ตลอดเวลาสอดคล้องกับการบริหารโครงการโดยวิธีการบริหารแบบมีส่วนร่วม  (Participation) คือ  การออกคำสั่งมอบหมายงานไว้อย่างชัดเจน บุคลากรรู้และเข้าใจวิธีการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการ บุคลากรมีส่วนร่วมในการจัดการนิเทศภายในโรงเรียนชุมชนวัดหมน บุคลากรมีความเข้าใจวิธีการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการ  มีการประสานงานกับบุคลากรภายนอก  ให้มาร่วมแก้ปัญหาการเรียนการสอน  ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของธีระวุฒิ  ประทุมนพรัตน์ (2532 :  8-10)    กล่าวถึงบทบาท  หน้าที่ของผู้บริหาร  และครูอาจารย์กับการนิเทศภายในโรงเรียน  ที่ต้องทำร่วมกันในการประชุมวางแผนที่จะแก้ปัญหา การเรียนการสอน ตลอดจนการพัฒนาตนเองให้มีความรู้  และนำหลักการนิเทศภายในโรงเรียนไปใช้แก้ปัญหา  สอดคล้องกับหลักการจัดการนิเทศภายในโรงเรียนของ  สงัด อุทรานันท์ 2530 :  15-18) ได้กำหนดหลักการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน  ปัจจุบันเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาหลักการและทฤษฎีทางการนิเทศดังนี้

หลักการที่ 1  การนิเทศภายในโรงเรียนเป็นกระบวนการการทำงานร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ผู้นิเทศ  และผู้รับการนิเทศ  กระบวนการมีความสอดคล้องกับแนวความคิดและหลักการที่ดีของการนิเทศ

                                หลักการที่  2  การนิเทศภายในโรงเรียนมีเป้าหมายอยู่ที่คุณภาพของผู้เรียน นักเรียน แต่การดำเนินงานนั้นจะกระทำโดยผ่านตัวกลาง คือ  ครู  และบุคลากรทางการศึกษา

                                หลักการที่ 3  การนิเทศภายในโรงเรียนต้องเน้นบรรยากาศแห่งความเป็นประชาธิปไตย

5)  ด้านงบประมาณ  ผลการประเมินโดยรวม  อยู่ในระดับมาก เป็นเพราะโรงเรียนชุมชนวัดหมน มีการจัดการศึกษา  2  ระดับ  ได้แก่  ระดับประถมศึกษา  และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทำให้โรงเรียนได้รับการจัดสรรงบประมาณรายหัวนักเรียน  เงินอุดหนุนอื่นๆ จำนวนมากขึ้นสามารถจัดซื้อวัสดุ  ครุภัณฑ์  ได้ครบตามต้องการและทันกำหนดเวลา นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังมีแหล่งให้การสนับสนุนงบประมาณ  โดยได้รับความร่วมมือช่วยเหลือจากชุมชน  ผู้ปกครองนักเรียน  และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ  และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลท่าเรือ  อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้ สร้างสวนหย่อม และสวนสมุนไพรพันธุ์ไม้หายาก     บริเวณหน้าและด้านหลังอนุสาวรีย์พ่อครูพุ่ม      และหน้าอาคารเรียน เป็นต้น ส่งผลให้โรงเรียนมีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินโครงการ

3.  จากผลการประเมินกระบวนการในการดำเนินโครงการ  พบว่า  ผลการประเมินโดยรวม  อยู่ในระดับมาก  และผลการประเมินแต่ละด้านดังนี้

1)  ด้านการดำเนินงานตามแผน  อยู่ในระดับมาก  ประกอบไปด้วยการจัดกิจกรรมของโครงการเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด มีปฏิทินการปฏิบัติกิจกรรมการนิเทศภายในไว้ชัดเจน การประชุมผู้เกี่ยวข้องโครงการเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน  การส่งเสริมให้บุคลากรเข้าใจ  วัตถุประสงค์ของโครงการ ระยะเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตามแผนมีความเหมาะสม  การมีส่วนร่วมของบุคลากรจากหน่วยงานอื่นๆ  สอดคล้องกับนโยบายของ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2542 :  1) ซึ่งได้กำหนดให้การนิเทศการศึกษา เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  และใช้การนิเทศเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  จึงมีการศึกษาข้อมูลสารสนเทศเพื่อจัดทำโครงการการนิเทศภายใน               

2)  ผลการประเมินกระบวนการในการดำเนินโครงการ ด้านการปฏิบัติกิจกรรมของโครงการ มีการปฏิบัติกิจกรรม 3 ด้าน คือ กระบวนการและกิจกรรมการนิเทศภายใน  การประเมินผลการนิเทศภายในและการบริหารกระบวนการนิเทศภายใน   อยู่ในระดับมาก

(1)  กระบวนการและกิจกรรมการนิเทศภายใน ประกอบด้วยการประชุมครูก่อนการดำเนินการนิเทศภายใน  การจัดทำแผน/ โครงการการนิเทศภายในโรงเรียน  การดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุนทร  ไคลมี (2528 : บทคัดย่อ ) ได้ศึกษาเรื่อง การจัดการนิเทศภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี  ในด้านกระบวนการการนิเทศภายในโรงเรียน  พบว่า ส่วนมากปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ 5 ขั้น ขั้นแรก คือ  การวางแผน  โดยให้ผู้บริหารประชุมครูทั้งหมดเพื่อร่วมกันพิจารณางานโครงสร้างของโรงเรียน  และมอบหมายงานให้มีผู้รับผิดชอบไปปฏิบัติ  ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้ความสำคัญต่อการวางแผนเป็นอย่างมากเช่นกัน  ทำให้มีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับมาก

                                         (2)  การประเมินผลการนิเทศภายใน  ประกอบด้วยนำสื่อต่างๆ  ไปใช้ในการดำเนินการนิเทศภายใน  การนำข้อมูลด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ไปวางแผนพัฒนางานนิเทศภายในและการนำเครื่องมือสังเกตการสอนในกลุ่มสาระต่างๆ ไปใช้   สอดคล้องกับแนวคิดของ สงัด อุทรานันท์   (2530 : 135)    ที่กล่าวว่า การวางแผนเป็นงานที่สำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของงาน คนที่ทำงานตามแผนจะสามารถทำงานได้ราบรื่นเสมือนกับว่าเคยมีประสบการณ์มาแล้ว  หากมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นก็สามารถ แก้ไขให้ลุล่วงไปได้ง่าย

                                        (3)  การบริหารกระบวนการนิเทศภายใน  ประกอบด้วยผู้บริหารจัดให้มีการประชุมครูเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาความต้องการ  โรงเรียนมอบหมายให้บุคลากรรับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม  จัดให้มีการยกย่องชมเชยผู้รับผิดชอบโครงการเมื่อประสบผลสำเร็จ  โครงการมีความสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันปัญหาความต้องการ  สอดคล้องกับงานวิจัยของ  พันธราวุธ  ศรีแก้ว (2541 : บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่องการประเมินความสำเร็จการดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา  สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนราธิวาส  ประเมินโดยใช้รูปแบบ CIPP  พบว่า  การประเมินด้านกระบวนการ ขั้นการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาความต้องการอยู่ในระดับมาก และกล่าวว่าที่ผลการศึกษาเป็นเช่นนี้  อาจเป็นเพราะผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตระหนักในภารกิจของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

                               4.  ผลการประเมินผลผลิตเมื่อสิ้นสุดโครงการ

             1)  ด้านผู้เรียน  จากการประเมินความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง  พบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก พิจารณารายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ  ใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งค้นคว้าในการเรียนรู้  เมื่อพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  พบว่าสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะมีบ้างบางชั้นที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไข อาจจะมีตัวแปรอย่างอื่นมาเกี่ยวข้อง  ต้องทำการสำรวจ  และศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา  และความต้องการอีกครั้ง  เพื่อจะได้นำปัญหามาวางแผนที่จะแก้ไขต่อไปโดยใช้โครงการการนิเทศภายในโรงเรียน  โรงเรียนชุมชนวัดหมน ได้ผลตามวัตถุประสงค์

                                     2)  ด้านครูผู้สอน จากการประเมินความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง  พบว่า  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก  พิจารณารายข้อที่สูงสุด คือมีการเตรียมการสอนอย่างดี ปกครองดูแลนักเรียนให้ ประพฤติปฏิบัติอยู่ในระเบียบวินัย  และเอาใจใส่ดูแลทุกข์สุขของนักเรียนสม่ำเสมอ  เข้าใจบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  สามารถแก้ปัญหาการเรียนการสอนได้สำเร็จ  มีความตระหนักที่จะแก้ปัญหา  และพัฒนางาน  จัดห้องเรียนให้สะอาดเรียบร้อย  ดำเนินการแก้ปัญหาการเรียนการสอน  ตามแผนงาน/โครงการได้  สอดคล้องกับงานวิจัยของ  ดิว ( Dew , 1993 : 2815) ได้ทำการวิจัยเรื่อง ความคิดเห็นของครูที่เกี่ยวกับบทบาททางความรู้ในกระบวนการนิเทศ  ผลการวิจัย พบว่า ครูส่วนใหญ่ เห็นว่าความรู้ในการนิเทศการสอนเป็นสิ่งจำเป็น ครูที่มีวุฒิการศึกษามีความเชื่อว่า  ครูต้องมีความรู้ในกระบวนการนิเทศ  การศึกษาควบคู่กับความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กนักเรียน  ครูที่มีประสบการณ์ให้ความสำคัญกับความรู้ในกระบวนการนิเทศ  ส่วนครูใหม่หรือครูที่มีประสบการณ์น้อย ให้ความสำคัญกับความสามารถในการควบคุมหรือปกครองชั้นเรียนจากการนิเทศภายในโรงเรียน  ที่กระทำอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง  และมีประสิทธิภาพ สงัด   อุทรานันท์  (2530 :  130-131) ได้ย้ำถึงหลักการสำคัญของการประเมินผลการนิเทศภายใน ควรเน้นความสำคัญที่ผลผลิต  กระบวนการ  และปัจจัยป้อนเข้าตามลำดับ  ในส่วนของผลผลิตให้ประเมินผลที่เกิดขึ้นกับผู้รับการนิเทศโดยตรง  และผลที่ได้จากการประเมินควรนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจ

                                        3)  ด้านผู้บริหาร  จากการประเมินความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง  พบว่า  โดยรวมอยู่ในระดับมาก  พิจารณารายข้อที่ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือเอาใจใส่ดูแลการสอนของครูและจัดดำเนินการวัดผลการเรียนให้ถูกต้องตามระเบียบ ซึ่งการเอาใจใส่ดูแลครูเรียกได้ว่าเป็นหัวใจของการนิเทศ ซึ่งสอดคล้องกับ อุทัย บุญประเสริฐ  (2540 : 34) กล่าวว่างานวิชาการ คือ งานสำคัญของโรงเรียน ถ้าหากดำเนินงานพลาดทางวิชาการ  ก็น่าจะพิจารณาได้ว่าโรงเรียนนั้นประสบความล้มเหลว ในทางตรงข้ามถ้าดำเนินงานวิชาการประสบผลสำเร็จ  ก็สมควรได้รับการยกย่อง    ยอมรับว่าเป็นโรงเรียนที่ดำเนินภารกิจของโรงเรียน  ได้ผล     ปรียาพร อนุตรโรจน์ (2535 : 17)  ได้เน้นความสำคัญของงานวิชาการว่า  งานวิชาการเป็นหัวใจของโรงเรียน  และกล่าวว่า ความสำเร็จของสถานศึกษาอยู่ที่การบริหารงานวิชาการ    สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2530 ข : 16)   กล่าวว่า  งานที่ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาต้องดำเนินการในโรงเรียนมีอยู่ 6 งาน  งานวิชาการเป็นงานที่สำคัญที่สุด  ส่วนงานอื่นๆ เป็นงานที่สนับสนุนให้การดำเนินงานวิชาการสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  ซึ่งทางโรงเรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของงานวิชาการเป็นอย่างมาก และเพื่อให้การบริหารงานวิชาการมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น  ทางโรงเรียนได้จัดทำโครงการการนิเทศภายในโรงเรียน  โรงเรียนชุมชนวัดหมน เพื่อพัฒนาคุณภาพงานวิชาการ มีการนิเทศกำกับ ติดตามอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง และมีคุณภาพ การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปตามแผนที่วางไว้จะมีปัญหาและอุปสรรคบ้าง  แต่โรงเรียนก็สามารถดำเนินการแก้ไข     และพัฒนาจนประสบผล    สอดคล้องกับงานวิจัยของ วนิดา นาคอ่อง (2544 : บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่อง การพัฒนางานวิชาการระดับประถมศึกษา โดยใช้การนิเทศภายในแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ทำให้สภาพงานวิชาการ สูงขึ้นทั้ง 7 งาน คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทุกระดับสูงขึ้น