บทพิสูจน์...ก่อนที่จะยอมรับว่าพลังจิตมีจริง

    

                                       

                               20090408182035_190 

 เรื่องเล่าต่อไปนี้ ถ่ายทอดมาจาก คุณหมอสมพนธ์ บุญยะคุปต์ นายแพทย์อาวุโส ประธานบริหารโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ที่ได้เขียนไว้ในหนังสือของท่าน ชื่อ " พลังจิต-อิทธิปาฏิหารย์ นำไปสู่ศรัทธา และประสบการณ์ในพระพุทธศาสนา บทเรียนสำหรับคนยุคใหม่ "

    ดิฉันเห็นว่า เรื่องที่ได้นำมาเล่าสู่กันฟังนี้ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการพิจารณานำไปเกื้อหนุนการดำรงชีวิตโดยทั่วไป เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ให้สามารถก้าวล่วงพ้นทุกขเภทภัย ที่สมเหตุผล อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอกล่าวอย่างเป็นกลางๆว่า เรื่องเล่านี้ อาจถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณตามที่เห็นสมควร...

    คุณหมอสมพนธ์ ได้กล่าวไว้ในบทนำว่า ท่านเริ่มเขียนเรื่องนี้ เมื่ออายุ ๗๖ ปี ซึ่งเป็นวัยที่ผ่านร้อนหนาวมามากแล้ว และโดยที่เป็นแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ จึงไม่เชื่ออะไรง่ายๆ แต่เมื่อได้ประสบพบเห็นด้วยตนเองอันมีส่วนสัมพันธ์กับหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนา ได้เป็นแรงบันดาลใจที่จะเผยแพร่ชักจูงคนรุ่นใหม่ ให้โน้มเข้ามาสู่ความเชื่อและศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืนสืบต่อไป...

       -- พลังจิตช่วยวิจัยโรค เมื่อปี ๒๔๙๗ คุณหมอสมพนธ์ จบแพทย์จากศิริราช ได้รับเลือกมาเป็นแพทย์ประจำบ้านอายุรศาสตร์ ๑ ปี แล้วมาสมัครทำงานที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ต่อมาได้ทำการวิจัยโรคสมองและเยื่อหุ้มสมองอักเสบชนิด Eosinophilic meningo encephalitis โดยได้รับทุนจาก Seato Laboratory และ NIH ( Pacific Section ) โดยคุณหมอสมพนธ์เป็นผู้พบโรคนี้เป็นคนแรก ซึ่งพบมากในประเทศไทย เริ่มต้นศึกษาจาก โคราช อุบลราชธานี และ ปราจีณบุรีได้พบว่า โรคนี้แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม 

           -  กลุ่มแรกเป็นลักษณะสมองอักเสบที่เกิดจากพยาธิหอยโข่ง ( Angiostrongylus cantonesis )โดยตรวจพบเชื้อพยาธิในสมองคนไข้ถึงแก่กรรม

           - กลุ่มที่สอง มีลักษณะโรคแตกต่างกัน คือมีเลือดออกในสมองและเป็นอัมพาตครึ่งตัว ที่น่าจะเกิดจากตัวจี๊ด ( Gnathostoma spinigerum ) ซึ่งเป็นปาราสิตที่พบบ่อยในคนไทยยุคนั้น ทำให้มีการบวมเคลื่อนที่ตามผิวหนัง คุณหมอสมพนธ์รวบรวมได้ ๑๖๒ ราย แต่หาหลักฐานยืนยันไม่ได้ แม้จะตรวจศพ เอาสมองผู้ตายส่งไปตรวจทางพยาธิวิทยา ตัดชิ้นสมองตรวจหลายพันชิ้น แต่ไม่สามารถพบตัวจิ๊ด ได้แต่พยาธิสภาพมีลักษณะต่างจากพยาธิหอยโข่งเข้าสมองที่หาตัวพยาธิได้ง่ายกว่า ซึ่งหากไม่สามารถหาตัวจิ๊ดได้ ก็ไม่สามารถรายงานยืนยันทางวิชาการได้

            คุณหมอสมพนธ์ ซึ่งมีความเลื่อมใสในนักพลังจิตเลื่องชื่อ คือ อาจารย์ทวี ทิวแก้ว นายทหารยศนายร้อยโทอยู่กรมการขนส่งทหารบก ถึงขนาดฝากตัวเป็นลูกศิษย์มาได้ระยะหนึ่งแล้ว จึงได้ไปสอบถามอาจารย์ทวีว่า สามารถเพ่งกระแสจิตดูตัวจี๊ดในสมองผู้ป่วยได้หรือไม่ ? อาจารย์ตอบว่า ไม่แน่ใจเพราะไม่เคยเห็นตัวจี๊ดมาก่อน คุณหมอสมพนธ์จึงเริ่มทำการทดสอบ โดยให้ จ.ส.อ.สมัย บินกานี นำตัวจี๊ดตัวอ่อนระยะ ๓ จากปลาตัวหนึ่ง ใส่ไปในปากหนูทดลองตัว ๑ แล้วขังไว้ในกรง แยกกับหนู อีก ๒ ตัวในแต่ละกรง ที่ไม่ได้ใส่ตัวจี๊ด โดยไม่ให้ใครรู้นอกจาก จ.ส.อ.สมัยเพียงคนเดียวเท่านั้น

        จากนั้น คุณหมอสมพนธ์จึงนำตัวจี๊ดระยะ ๓ อีกตัวหนึ่งขนาด ๐.๕ ซม.ใส่ขวดไปให้อาจารย์ทวีดูว่าหน้าตาของตัวจี๊ดเป็นเช่นไร เพื่อให้อาจารย์ทวีชี้ว่า หนูในกรงไหนที่มีตัวจี๊ดอยู่ในตัว อาจารย์ทวีหลับตาอยู่นาน แล้วชี้ไปที่หนูในกรงที่ จ.ส.อ.สมัยใส่ตัวจี๊ดลงไปในปาก โดยบอกว่าเห็นตัวจี๊ดอยู่ที่ขาหลังข้างซ้ายของตัวหนู ซึ่งเมื่อคุณหมอสมพนธ์นำหนูตัวนั้นไปผ่าตัด ได้พบตัวจี๊ดในตำแหน่งขาหลังข้างซ้ายตรงตามที่อาจารย์ทวีบอกอย่างแม่นยำ

                                  20090408182232_149 

           ต่อมา คุณหมอสมพนธ์จึงขอให้อาจารย์ทวีไปเพ่งพลังจิตดูตัวจี๊ดที่ชิ้นสมองที่แช่ฟอร์มาลินของผู้ป่วยที่ถึงแก่กรรมด้วยสาเหตุที่สงสัยว่าตัวจี๊ดขึ้นสมอง ๑๐ ราย อาจารย์ทวีได้ชี้ไปที่ชิ้นสมอง ๑ รายว่ามีตัวจี๊ดเคลื่อนตัวอยู่ คุณหมอสมพนธ์จึงนำชิ้นสมองนั้น ไปส่องกล้อง สามารถใช้เข็มเขี่ยแยกตัวจี๊ดออกมาได้ ๑ ตัว จึงเป็นครั้งแรกในโลกที่สามารถยืนยันได้ว่า ตัวจี๊ด ๑ ตัว ทำให้เกิดการอักเสบและตกเลือดในสมอง ที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้....นี่คือบทพิสูจน์หนึ่งของพลังจิตของผู้ปฏิบัติถึงขั้นสามารถช่วยการวินิจฉัยโรคได้...

          ยังมีเรื่องราวที่น่าติดตามอีกมาก สำหรับท่านที่สนใจ โปรดอ่านจากหนังสือของคุณหมอสมพนธ์ ตามชื่อเรื่องที่กล่าวถึงข้างต้นนะคะ ซึ่งจัดทำเผยแพร่ โดยมูลนิธิเพื่อรักษาพยาบาลพระภิกษุอาพาธ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ .....

                                       --------------------------------------------