นิยายที่"มันส์"จนวางไม่ลง

  

 

 เชื่อว่าหลายคนคงมีนิยายที่ชอบอ่านกันหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นของไทยเองอย่าง ปริศนา, เมียหลวง(อันนี้ละครเพิ่งจบไปแบบสดๆร้อนๆ) หรือเอาแบบอินเตอร์หน่อยก็ต้อง Harry potter ,The lordฯ เป็นต้น แต่นิยายเหล่านี้ทำให้คุณคุณอ่านแล้ววางไม่ลง จนประมาณว่าติดขนาดลืมหิว!จนข้าวปลาไม่ต้องกินกันละ! หรือหากจะอ่านก่อนนอน แทนที่จะยิ่งง่วงกลับยิ่งตาสว่างมั๊ยคะ? แล้วถ้ายังคุณไม่เคยกับประสบการณ์เหล่านี้ล่ะก็ "ขอแนะนำให้รู้จัก" ..เพชรพระอุมา..นวนิยายที่จะทำให้คุณค้นพบประสบการณ์ใหม่ที่ให้อะไรมากกว่าความสนุกค่ะ

   มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะบอกว่า ก็เคยเห็นนะ"เพชรพระอุมา"เนี่ย แต่เห็นจำนวนเล่มที่มากถึง 48 เล่มเขื่องๆ ก็ออกอาการท้อเลยทีเดียว อันนี้ต้องขอบอกเลยค่ะ ว่าตัวผู้เขียนเองก็มีอาการเช่นนี้เช่นกัน ที่จริงแล้วผู้เขียนเองไม่ได้สนใจอ่านนิยายเรื่องนี้เลยค่ะ เผอิญแม่อยากอ่านค่ะ ตอนนั้นก็กำลังเรียนอยู่ ม.๔ ค่ะก็เลยยืมห้องสมุดที่โรงเรียนมาให้ แล้วด้วยความที่คิดว่านิยายเรื่องนี้แต่งมานานแล้ว(จากคำบอกเล่าของแม่) ภาษาคงเข้าใจยาก ไม่ก็ออกแนวลิเกๆแน่เลย แต่ผิดคาดค่ะ พอได้อ่านไปแค่สามสี่หน้า ขอบอกเลยว่าภาษาที่ใช้ทันสมัยมาก(แม้ว่าจะล่วงเลยมานับสิบปี)แล้วก็เข้าใจง่าย ตื่นเต้น ไม่น่าเบื่อเลย แล้วที่สำคัญเนื้อเรื่องเข้มข้นและชวนติดตามเรียกว่าชอร์ตต่อชอร์ตเลยทีเดียวค่ะ

  เอาล่ะค่ะหลังจากแสดงความรู้สึกส่วนตัว(และแอบโฆษณา)กันพอสมควร สำหรับคนที่ยังไม่เคยได้ลองอ่าน ก็คงต้องเล่าที่มาที่ไปและความน่าสนใจของ"เพชรพระอุมา"กันสักเล็กน้อย

  นวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา แต่งโดย "พนมเทียน" หรือชื่อจริง "ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ"  ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๐  โดยมีทั้งสิ้น 2 ภาคๆละ 24 เล่ม เริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2533 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน(โห นานมั่กๆ) จนถึงตอนนี้ก็นับว่ากว่า ๔๓ปีที่นวนิยายเรื่องนี้ยังคงความนิยมในหมู่นักอ่าน อันจะเห็นได้จากน้อยแผงหนังสือหรือตามห้องสมุดที่จะไม่พบนิยายเรื่องนี้วางอยู่(ว่าจริงมั๊ยคะ) และอาจพูดได้ว่า"เพชรพระอุมา"เป็นนิยายแนว"ผจญภัย"เรื่องยาวที่สุดของโลกเลยทีเดียว

  ที่จริงแล้วผู้เขียนเองก็มีนิยายแนวผจญภัยที่ชอบอ่านและติดตามมั่กๆคือ Harry potter ค่ะ แต่ถ้าเทียบกันแล้วแฮร์รี่ ก็เป็นแนวผจญภัยแต่เป็นไปในแนวที่ค่อนข้างใช้จินตนาการสูง(นับถือ เจเค จริงๆ) ซึ่งผู้เขียนต้องอาศัยดูหนังประกอบอยู่บ้างจึงพอนึกภาพ(เช่นปราสาทHogwart ไม้กายสิทธ์)ออก แต่เพชรพระอุมานี่ขอบอกว่าไม่ต้องเลยค่ะ(นอกจากรูปร่าง"ปืน"ที่ต้อง Searchกันเล็กน้อย เพราะเป็นปืนรุ่นเก่าๆสมัยก่อน อยากบอกว่าเกิดไม่ทันค่า!) คุณจะพอนึกภาพรายละเอียดออกอย่างงายดาย ช่วยให้ยิ่งซาบซึ้งและตื่นเต้นไปกับเนื้อหาของเรื่องกันแบบได้อรรถรสมั่กๆ แต่เนื่องด้วยตอนที่เริ่มอ่านเรื่องนี้ผู้เขียนไม่ค่อยมีเวลาที่จะอ่านแบบต่อเนื่อง เพราะยุ่งกับการเตรียมเอนทรานซ์ไปด้วย กว่าจะจบภาคแรกก็เกือบจบ ม.๖ (เริ่ม ม.๔)เลยทีเดียว จนบัดนี้จะจบปี่สี่แล้วเพิ่งเริ่มภาคที่สอง(ภาคจบ)ไปได้นิดหน่อยเอง เพราะต้องตัดใจค่ะ ไม่งั้นมีสิทธิ์ติดเอฟ(เพราะจะไม่อยากอ่านหนังสือเรียน)แน่ๆ

  เอาล่ะค่ะ อ่านมาถึงตอนนี้ หลายคนคงถามว่า แล้วเรื่องราวมันเป็นยังไง? ประมาณใหน? เค้าโครงเรื่องยังไง? ตัวละครเป็นใครกันบ้าง? เช่นนั้ก็จะขอร่ายยาวกันเลยนะคะ แต่อาจจะละเอียดเฉพาะภาคแรก เพราะผู้เขียนยังอ่านภาคสองไม่ถึงใหน แต่พอทราบโครงเรื่องมาบ้างค่ะ เอ้า!เริ่มเลยละกันค่ะ

  ตัวละครหลักในเรื่องคือ...

1. รพินทร์ ไพรวัลย์
- พรานใหญ่ผู้นำคณะเดินทางของเชษฐา วราฤทธิ์(ผู้ว่าจ้าง) ออกติดตามค้นหาพรานชด(อนุชา วราฤทธิ์ น้องชายผู้ขี้งอน)และหนานอิน อายุประมาณ 33 ปี รูปร่างเล็ก(สูงประมาณหกฟุตแปดนิ้ว)และผอมเกร็ง ผิวคล้ำและใบหน้าไม่เคยปรากฏรอยยิ้ม มีฝีมือในการยิงปืนแม่นยำ ที่สำคัญมีความเป็นสุภาพบุรุษมั่กๆ(ชายในอุดมคติใครหลายๆคนล่ะ)

2. หม่อมราชวงค์ดาริน วราฤทธิ์ - น้องสาวคนเล็กของตระกูลวราฤทธิ์ ศัลย์แพทย์เกียรตินิยมและนักมานุษยวิทยา กำลังทำปริญญาเอกอยู่ด้วยค่ะ อายุประมาณ 26 ปี รูปร่างสูงโปร่งและเพรียว ผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้ารูปไข่ นัยน์ตาโตและคมกริบ(พอๆกับฝีปากShe) จัดเป็นหญิงสาวที่มีความสวยงามทั้งรูปร่างและใบหน้า อารมณ์ร้อนฉุนเฉียวง่ายและเอาแต่ใจตัวเอง แต่ก็อ่อนโยน ขี้สงสารแบหญิงๆนะคะ

3. พันโทหม่อมราชวงค์เชษฐา วราฤทธิ์ - พี่ชายคนโตของตระกูลวราฤทธิ์ อดีตทูตทหารบกประจำสหรัฐอเมริกา อายุประมาณ 35 ปี รูปร่างสูงใหญ่และน่าเกรงขราม ผิวขาว ไว้หนวดเหนือบริเวณริมฝีปาก ลักษณะและบุคลิกบ่งบอกถึงฐานะอันเป็นราชนิกูลผู้สูงศักดิ์ ใจดีและรักน้องพร้อมคอยปกป้องเสมอ ที่สำคัญคือฉลาดแต่ก็ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น(โดยเฉพาะรพินทร์) และเก็บความรู้สึกค่อนข้างเก่งค่ะ

4. หม่อมราชวงศ์อนุชา วราฤทธิ์ - พี่ชายคนรองของตระกูลวราฤทธิ์ (หรือ ชด ประชากร)อายุประมาณ 33 - 34 ปี รักอิสระ อารมณ์ร้อนและมักเป็นไม้เบื่อไม้เมากับดาริน วราฤทธิ์ น้องสาวคนเล็กเสมอ ไม่มีหน้าที่การงานเป็นหลักเป็นฐาน ในอดีตอนุชามีเหตุให้ทะเลาะกับบิดา เนื่องจากน้อยใจที่ต้องเสียหญิงคนรักให้แก่พี่ชายไป เป็นเหตุให้ตัดสินใจออกท่องเที่ยวเร่ร่อนผจญภัย(ที่ต้องลำบากคนอื่นเสี่ยงตายตามหา)ไปในป่ากว้าง

5. พันตรีไชยยันต์ อนันตรัย - เพื่อนชายคนสนิทของดาริน วราฤทธิ์ อายุประมาณ 33 - 34 ปี รูปร่างแข็งแรง กำยำล่ำสันตามแบบฉบับของนายทหาร(อดีตทหารปืนใหญ่) อารมณ์ดี ร่าเริง เจ้าสำราญ(หลายประโยคที่ He พูดฮาได้อีก)และเป็นนักเสี่ยงโชคชั้นเซียนและมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ แม้จะเผชิญชะตากรรมในหน้าสิ่วหน้าขวาน ชอบแหย่ดารินให้โมโหประจำค่ะ

6. แงซาย - กะเหรี่ยงลึกลับ(ซึ่งรพิทร์ไม่ค่อยจะไว้ใจ) คนรับใช้ในคณะเดินทางและองครักษ์(พิทักษ์)ส่วนตัวของดาริน วราฤทธิ์ อายุประมาณ 24-25 ปี รูปร่างสูงใหญ่กว่ารพินทร์(เท่าๆเชษฐา)แข็งแรง กำยำล่ำสัน ผิวสีทองแดง อดีตนายทหารกองโจรกะเหรี่ยงยศร้อยโทและคู่ปรับตัวฉกาจของรพินทร์ ไพรวัลย์ (ประมาณว่าทันกันทุกเม็ดเลยทีเดียว)

7. มาเรีย ฮอฟมัน - หญิงสาวลูกครึ่งเยอรมัน-ฝรั่งเศส มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา นักนิรุกติศาสตร์ อายุประมาณ 23 ปี รูปร่างสูงใหญ่(She SexSyมั่กๆ) แข็งแรง ร่าเริง เป็นภรรยาของสเตเกล ฮอฟมัน ที่ตายจากการถูกโจมตีของสางเขียวและถูกจับไปเป็นเชลย ภายหลังได้ร่วมเดินทางไปกับคณะของเชษฐา(และมีฟนใหม่ด้ว แต่จะเป็นใคร ต้องติดตาม)

8. มันตรัย - ราชปุโรหิต(ตัวร้ายของเรื่อง)แห่งอาณาจักรนิทรานคร อายุประมาณ 50 ปี รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าตอบ ผิวแห้งติดกระดูก นัยน์ตาลึกใหญ่ ศีรษะโล้นเลี่ยน (คุณลักษณะผีดิบชัดๆ)นุ่งห่มร่างกายด้วยผ้าที่ย้อมเปลือกไม้สีคล้ำ สวมลูกปะคำห้อยคอ มักใหญ่ใฝ่สูงในอำนาจวาสนา ต้องการครอบครองอาณาจักรนิทรานคร(กว่าพระเอกของเราจะปราบอยู่ก็หืดขึ้นคอเลยทีเดียว)

9. พรานบุญคำ - สมุนมือขวาของรพินทร์ ไพรวัลย์ กะเหรี่ยงผู้มากด้วยเวทมนตร์คาถาอาคม อายุประมาณ 55 ปี รูปร่างเล็ก ผอมสูงและเกร็ง มีแผลเป็นบริเวณใบหน้า ผมหยิกขอดติดหนังศีรษะ นิสัยทะลึ่งตึงตังและหยาบโลน (เป็นสีสันเพิ่มความเฮฮาได้มากพอดู) 

นอกจากนี่รพินทร์ยังมีพรานคู่ใจอีกสามคนคือ เกิด เส่ย และจัน ซึ่งมีฝีมือขำนาญป่าและวางใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

ต่อไปเป็น"เรื่องย่อ"นะคะ

ภาคแรก

 

สองราชนุกูลม.ร.ว.เชษฐา วราฤทธิ์อดีตทูตทหารบก กับม.ร.ว. ดาริน วราฤทธิ์ศัลยแพทย์จากอังกฤษ และพันตรีไชยยันต์ อนันตรัยพระสหายได้มาติดต่อว่าจ้างรพินทร์ ไพรวัลย์พระเอกของเราซึ่งจบวิชาทหารจากสามประเทศ และลาออกจากราชการตำรวจชายแดนมาทำอาชีพพรานจับสัตว์ขาย ให้เป็นพรานนำทางติดตามหา.ม.ร.ว.อนุชา วราฤทธิ์ ราชนุกูลองค์กลางที่ประชดชีวิตจากความผิดหวังไปหาขุมทรัพย์ที่ชื่อเพชรพระอุมากลางป่าลึกกับพรานคู่ใจที่ชื่อหนานอิน

 

ก่อนออกเดินทางจากหนองน้ำแห้งอันเป็นจุดเริ่มต้นนั้น ก็มีกะเหรี่ยงหนุ่มชื่อแงซายมาอาสาสมัครเป็นลูกหาบร่วมกับลูกน้องสี่ทหารเสือของรพินทร์คือ บุญคำ จัน เกิด เส่ย ระหว่างทางก็มีการล่าสัตว์ไปด้วย มีการไล่ราวเลียงผา ปราบเสือกินคนชื่อไอ้กุด ปราบควายป่าที่ชื่อไอ้เขาเกก ฉากใหญ่ของเรื่องคือการต่อสู้กับ "ไอ้แหว่ง" พญาช้างสารจนเชษฐาต้องบาดเจ็บทำให้การเดินทางต้องชะงักไปเดือนเศษ ระหว่างทางก็มีการเชือดเฉือนกันระหว่างรพินทร์กับแงซาย ระหว่างนั้น ความรักระหว่างพระเอกรพินทร์กับดารินก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นจากความยากลำบากที่ต้องฝ่าฟัน

 

ระหว่างหัวหน้าคณะบาดเจ็บ คณะเดินทางพักที่หล่มช้างอันเป็นชายแดนที่จะเข้าสู่ป่าลึก เมื่อเชษฐาหายจากบาดเจ็บก็ออกเดินทางต่อ ซึ่งก็ได้เจ้าคะหยิ่นนักเลงโตหัวหน้าหมู่บ้านมาเป็นลูกหาบเพิ่ม ออกเดินทางได้สองวันก็เจอสองผัวเมีย สเตเกลนักสำรวจชาวเยอรมันกับภรรยาชื่อมาเรียและพรานนำทางชื่อส่างปา ระหว่างนี้ก็ผจญมนุษย์กินคนเผ่าสางเขียว ฝ่ายผัวถูกฆ่าตาย เมียถูกสางเขียวพรากตัวไป หลังทำศึกและถล่มสางเขียวจนราบเรียบก็ออกเดินทางต่อ พบเมืองโบราณต้องคำสาปชื่อ "นิทรานคร" ได้ต่อสู้และปราบพ่อมดมันตรัย จนถอนคำสาปได้

 

การเดินทางต่อมาก็ผจญกับสัตว์โลกล้านปี ผ่านทะเลสาปมรณะจนมาถึงเมืองมนุษย์วาร หลังจากนั้นก็พบกับภัยธรรมชาติ ทั้งพายุ ลูกเห็บ ความหนาวเย็น จนสุดท้ายก็มาถึงมรกตนคร

 

เมื่อมาถึงมรกตนคร ความจริงสองอย่างก็ปรากฏ นั่นคือคนหายสองคนที่คณะเดินทางบากบั่นติดตามมานั้นยังมีชีวิต แต่ถูกทรราชจับติดคุกเพื่อเป็นต่อล่อให้ แงซายซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นรัชทายาทอันชอบธรรมของเมืองนี้ มาติดกับ คณะเดินทางจึงช่วยแงซายปราบทรราชแล้วแงซายก็ได้เป็นกษัตริย์ครองเมืองมรกตนคร ร่วมกับราชินีเมยานี แล้วคณะติดตามและคนหายที่ตามพบก็เดินทางกลับบ้าน 
ส่วน"ภาคสอง"ซึ่งเป็นภาคจบ จะขอกล่าวแค่เค้าโครงละกันนะคะ โดยเป็นเรื่องการตามหาเครื่องบินหาย ซึ่งรพินทร์จำใจต้องเป็นพรานนำทาง ฝ่ายนายจ้างเก่าได้ทราบข่าวและเกรงว่านายจ้างใหม่ที่เป็นฝรั่งจะฆ่าทิ้งเมื่องานสำเร็จ เพราะเป็นงานลับ จึงได้ออกติดตาม ระหว่างทางมันตรัยก็ฟื้นคืนชีพ ออกราวีทั้งสองคณะ จนสุดท้ายก็ปราบมันตรัยอยู่หมัด มีการกล่าวถึงอดีตชาติของตัวเอก มีการผจญภัยกับความยากลำบากต่างๆ ในภาคนี้มีอิทธิฤทธิปาฎิหาริย์เข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าภาคแรก ส่วนจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่นั้นคงต้องติดตามหาอ่านกันเองละกันค่ะ 

(ขอบคุณเนื้อหาสนับสนุนจาก : http://www.petprauma.com)

โดยหนังสือ"เพชรพระอุมา"ที่วางขายกันในปัจจุบันเป็นของ"สำนักพิมพ์บ้านวรรณกรรม"ค่ะ มีทั้งหมด48เล่ม แบ่งเป็น12ตอน ตอนละสี่เล่มเรียงดังนี้ค่ะ 
ภาคแรก
ตอนไพรมหากาฬ
ตอนดงมรณะ
ตอนจอมผีดิบมันตรัย
ตอนอาถรรพณ์นิทรานคร
ตอนป่าโลกล้าน
ตอนแงซายจอมจักรา
ภาคจบสมบูรณ์
ตอนจอมพราน
ตอนไอ้งาดำ
ตอนจิตรางคนางค์
ตอนนาคเทวี
ตอนแต่ปางบรรพ์
ตอนมงกุฎไพร

โดยราคาอยู่ที่เล่มละ 160ค่ะ สนใจก็ลองหาอ่านกันดูนะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ Confirm!