“ เขา สัญญากับผม.. ว่าเขาจะอยู่จนกว่า ดอก อินทนิลต้นนี้จะบาน...”

วันนี้แม่ต้อยตื่นสายกว่าปกติ และรู้สึกเมื่อยไปทั้งเนื้อทั้งตัวเลยทีเดียว เหตุเนื่องจากว่าเมื่อวานนี้กว่าที่เครื่องบินจะบินจากจังหวัดพิษณุโลกถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็ เป็นเวลาเกือบ ห้าทุ่มแล้ว และกว่าที่เราจะรอรับกระเป๋า สัมภาระต่างๆ( ใบเดียวนั่นแหละคะ อิอิ) แม่ต้อยถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน หลับไปรวดเดียวถึงตอนเช้าชนิดที่ว่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว

 

       อย่างไรก็ตามในความคิดของแม่ต้อยก็ยังเรื่องราวเรื่องหนึ่งฝังในใจตลอดเวลา จนอยากที่จะเอามาเล่าต่อดังนี้

 

       ในช่วงสองวันที่ผ่านมา แม่ต้อยและน้องๆ อีกสองคนคือ คุณวราภรณ์ ที่มีชื่อเล่นว่า พอลล่า และน้อง วรวรรณ ที่มีชื่อเล่นแสนน่ารักว่า ลูกหมี ได้ไปทำกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อสร้างแนวคิดการสร้างกระบวนการดูแลคนไข้ด้วยจิตใจที่เอื้ออาทร

       แม่ต้อยได้บอกกับน้องๆที่มาร่วมการประชุมในวันนั้นว่า พวกเราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆที่อาจจะนับได้ว่าเป็นความรู้ใหม่ๆ จากน้องๆนั่นเอง เป็นความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติของเขา อันเป็นความรู้ดั้งเดิมภายในของคนที่ทำงาน ( tacit knowledge ) ที่นับว่ามีค่ายิ่ง

 

       จนบัดนี้แม่ต้อยยังจำได้ถึงเรื่องราวของน้องเภสัชกร คนหนึ่งที่ได้มาเล่าเรื่องราวให้กลุ่มการเรียนรู้ของพวกเราฟัง 

 

       เช้า วันนี้ ความสวยงามที่ผมเห็นสิ่งแรกคือ ดอก อินทนิลที่บาน สะพรั่งเต็มต้นครับ...น้องคนนี้  ออกมายืนหน้าห้อง อย่างเขินๆพร้อมกับเล่าให้เพื่อนๆฟัง

 

       ในการประชุมวันที่สอง แม่ต้อยขอให้น้องๆทุกคนลองเขียนสิ่งที่เห็นว่าเป็นความงาม อาจจะ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็น หรือไม่เคยคิดว่าเป็นความงามมาก่อนเลยก็ได้ 

 

       ดอก อินทนิล ที่ผมเห็นว่าเป็นความงามนั้น มันมีเบื้องหลัง ระหว่างผมกับคนไข้คนหนึ่ง.. และผมอยากจะเล่าให้ฟังดังนี้นะครับ...

 

       ทุกๆเย็น เมื่อผมเสร็จสิ้นภารกิจจากงานหน้าที่ในห้องยาแล้ว ผมมักจะเดินเข้าไปเยี่ยมคนไข้ ที่ป่วยหนักตามตึกต่างๆ เพื่อพุดคุยกับเขา ให้กำลังใจเขา..

 

       ผมได้พบคนไข้คนหนึ่งครับ  เป็นคนไข้ผุ้ชายอายุประมาณ สามสิบกว่าปี เขาป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีแผลที่ปากเต้มไปหมด พ่อแม่ของคนไข้คนนี้มาเฝ้าทุกวัน..

 

       ผมรู้ดีว่าคนไข้อยู่ในระยะสุดท้าย เมื่อผมเข้าไปพุดคุย ผมสัมผัสได้ว่า เขาเจ็บป่วยเฉพาะที่ร่างกายเท่านั้น กำลังใจคนไข้คนนี้ดีมากๆ

      

       บังเอิญว่าคนไข้คนนี้นอนที่เตียง ที่หน้าต่างสามารถมองเห็นต้นอินทนิลต้นใหญ่ หน้าโรงพยาบาลอย่างชัดเจน  วันหนึ่งผมจึงพูดกับคนไข้ว่า เขาจะยังไม่เป็นอะไร เขาจะอยู่จนกว่าจะได้

เห็นดอกอินทนิลบานเต็มต้น ในหน้าร้อนนี้อย่างแน่นอน..

  เขา สัญญากับผม.. ว่าเขาจะอยู่จนกว่า ดอก อินทนิลต้นนี้จะบาน...

 

       วันนี้ ดอกอินทนิลต้นนั้น..บานดอกสวยสะพรั่งเต็มต้นแล้ว.. และผมก็ได้ทราบว่าคนไข้คนนี้เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อเช้านี้เองครับ

... เย็นนี้ผมต้องไปงานของเขาครับ... เสียงพูดแผ่วเบา..

 

       เรื่องเล่าของน้องเภสัชกรคนนี้ ทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบ แม่ต้อยรู้สึกว่ามีน้ำตาอุ่นๆมาคลอที่เบ้าตาเลยทีเดียว คนไข้คนนั้นคงมีชีวิตในระยะสุดท้าย ด้วยความอบอุ่นจากเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เภสัชกรคนนี้ได้ทำหน้าที่ของผู้ที่ให้บริการที่ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ในความรับผิดชอบเท่านั้น แต่ยังใช้เวลาในยามว่างที่เหลือ เพื่อทำหน้าที่ของเพื่อนมนุษย์ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทรอย่างแท้จริง

      

เมื่อถึงเวลาพัก แม่ต้อยจึงขอคุยกับน้องคนนี้เพิ่มเติม ด้วยความสนใจในวิธีคิด ของน้องคนนี้ให้มากขึ้น เราเดินคุยกันไปเรื่อยๆ บริเวณทางเดินที่ร่มรื่นของโรงพยาบาลพิจิตร

 

       ผมคิดว่า การที่ผมเป็นเภสัชกร และทำหน้าที่เฉพาะในห้องยานั้น ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับคนไข้น้อยมาก  จะคุยกันเฉพาะเรื่องการใช้ยาเท่านั้น.. ผมจึงอยากลองเข้าไปเยี่ยมคนไข้ หลังเลิกงาน ด้วยตนเอง. เพื่อให้กำลังใจคนไข้ที่มีอาการหนักทุกคน ...

 

       บางครั้ง การที่เราทำอะไรที่นอกกรอบจากวิชาชีพของเรา การที่เราไม่มีข้อผูกมัดว่านี่คือหน้าที่  เราจึงรู้สึกเป็นอิสระในการทำ และเป็นการทำด้วยใจที่มีความสุข จริงๆ..

 

  อาจารย์ ครับ ผมได้เรียนรู้จากคนไข้คนนี้เลยว่า ที่จริงแล้ว คนไข้เขาป่วยเฉพาะร่างกาย แต่ใจเขาไม่ได้ป่วยเลย  เขาเข้มแข็งมาก เขาไม่ได้น้อยใจ ที่เสียใจที่เกิดมาแล้วต้องเผชิญกับโรคร้าย

 

จน ผมคิดว่าบางครั้ง พวกเรานี่แหละอาจจะเป็นคนที่ป่วย เรายังจิตใจไม่หนักแน่น ไม่เข้มแข็งพอ เราคิดว่ามันหมดหวังแล้ว ซึ่งคนไข้เขาอาจจะไม่ได้คิดเหมือนเรา..ก็ได้

 เภสัชกร  สันทัศน์ ทองงามดี รพ.วชิรบารมี  พิจิตร

      

       เมื่อแม่ต้อยเดินทางกลับจากจังหวัดพิจิตร แม่ต้อยมีความคิดตลอดเวลาจนถึงบัดนี้ว่า ที่จริงแล้ว การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เรื่องราวเล็กๆ ที่ดุคล้ายๆไม่มีความหมายใดใดในสังคม  กลับกลายเป็นเรื่องที่มีความหมาย มีคุณค่าระหว่างผุ้คนที่อยู่ร่วมกัน การแม่ต้อยมีโอกาสคุยกับน้องเภสัชกรคนหนึ่งนับว่าเป็นความรู้ที่ยิ่งใหญ่ ได้เห็นและเข้าใจวิธีคิดการทำงานของบุคลากร ด้านสาธารณะสุขเล็กๆคนหนึ่ง แต่มีหัวใจที่แกร่ง และยิ่งใหญ่ยิ่งนัก

 

       วันนี้ ดอกอินทนิล บานสะพรั่งเต็มต้น  กลีบดอกสีม่วงสวยแผ่กระจาย ...พร้อมๆกับที่ชีวิตหนึ่งที่รอคอยได้จากไป..ด้วยคำมั่นสัญญาจากจิตใจที่เข้มแข็งของคนๆหนึ่ง...

 

       จากนี้ต่อไป....ทุกครั้งที่เห็นสีม่วงสวยของดอกอินทนิล .ไม่ว่าจะที่ไหน.. หรืออีกเมื่อไหร่ ก็คงจะเตือนใจให้แม่ต้อยรำลึกถึงคุณงาม ความดี ของน้องเภสัชกรคนนี้ตลอดไป

 

ขอขอบคุณ เรื่องเล่าของ เภสัชกร สันทัศน์ ทองงามดี รพ.วชิรบารมี จังหวัดพิจิตร ด้วยนะคะ

เรื่องนี้อาจจะตรงกับเรื่องเล่าของน้องพอลล่าที่เขียนไว้บ้างแล้ว เรื่องเล่าของแม่ต้อยส่วนนี้จะเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมในแง่มุม วิธีคิด และ แนวทางในการทำงานของบุคคลที่แม่ต้อยชื่นชอบคะ

 

สวัสดีคะ