ครูประภาพร สีกา โรงเรียนบ้านเปือยใหญ่ชาติหนองบ่อ สพท. ขอนแก่น เขต 3

 

ชื่อผลงาน             รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกัน

เรียนรู้  (STAD)  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา   ศาสนาและวัฒนธรรม                           ชั้นประถมศึกษาปีที่  4

ชื่อผู้ศึกษา             นางประภาพร  สีกา

ปีที่พิมพ์                 2550

                                               

บทคัดย่อ

 

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้   แบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD)  ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรมวัฒนธรรม    สาระที่  3   เศรษฐศาสตร์   หน่วยการเรียนรู้คุณภาพชีวิต   ชั้นประถมศึกษาปีที่  4   

กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียน  ช่วงชั้นที่  2 ชั้นประถมศึกษาปีที่   4 โรงเรียนบ้านเปือยใหญ่ชาติหนองบ่อ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น  เขต  3 จำนวน  20  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้    แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม  แบบทดสอบย่อยและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยเครื่องมือทั้งหมดที่ใช้ในการการศึกษาผ่านขั้นตอนการหาประสิทธิภาพแล้ว  พบว่ามีประสิทธิภาพสูง 

                การศึกษาครั้งนี้ใช้รูปแบบการศึกษาแบบ  One - Short  Case Study  เป็นการทดลองกับกลุ่มเป้าหมายเพียงกลุ่มเดียว   โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้  (STAD) การเก็บรวบรวมข้อมูล มีการปฐมนิเทศนักเรียนก่อนเรียนและในระหว่างการเรียนได้บันทึกพฤติกรรมการเรียน         ของนักเรียน  สังเกตกระบวนการทำงานกลุ่ม เมื่อสอนครบ  4   แผน  จะทดสอบย่อยเพื่อวิเคราะห์ความก้าวหน้าและนำข้อมูลมาปรับปรุงแก้ไขในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ต่อไป  เมื่อดำเนินการสอนครบทั้ง   12  แผนการจัดการเรียนรู้แล้วได้ให้นักเรียนทำแบบทดสอบ   วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อนำผลการทดสอบมาประเมินผล    

            การวิเคราะห์ข้อมูล  ผู้ศึกษาได้นำสถิติมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากการเก็บรวบรวมระหว่างการศึกษาและหลังจากสิ้นสุดกระบวนการศึกษา  มาวิเคราะห์โดยใช้สถิติพื้นฐานคือ การหาค่าเฉลี่ยและหาค่าร้อยละ

ผลการศึกษาพบว่า

                1.   การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD)ทำให้นักเรียน ได้รับความรู้จากการนำเสนอต่อนักเรียนทั้งชั้น    นักเรียนได้ศึกษาร่วมกันเป็นกลุ่มย่อย  ทำให้รู้จักการค้นคว้าและหาความรู้ด้วยตนเอง รู้จักการทำงานอย่างเป็นระบบ รู้จักการวางแผนในการศึกษาค้นคว้า สามารถทำงานกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดียอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น  สามารถนำทักษะและความรู้จากการทำงานไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นระบบ   ทำให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ  รู้จักหน้าที่ของตนเอง รู้จักการแก้ปัญหา พัฒนาตนเองและท้องถิ่นให้มีคุณภาพ  ส่งผลให้ประสบความสำเร็จตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้   จากผลการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้  (STAD) ได้ค่าเฉลี่ย  4.51  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  0.53   ซึ่งหมายความว่าแผนการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพระดับมากที่สุด 

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคิดเป็นร้อยละ  74.10   ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือร้อยละ 70.00    ของคะแนนเต็ม และมีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ   90.00   ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด    ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ร้อยละ   80   เช่นกัน