เดือนที่ผ่านมาได้รับแต่ข่าวไม่ดี เห็นกันอยู่หลัด ๆ ก็จากไปอย่างง่าย ๆ
เห็นว่าเป็นเรื่องที่นำมาเตือนใจทุกท่านได้เป็นอย่างดี จึงมาเล่าให้ฟัง
๑.
น้องสาวของภรรยาของพี่อาจารย์ที่เคารพกันอยู่ ... ขับรถชนต้นไม้ตายที่ถนนสายสุพรรณบุรี - นครสวรรค์
เท่าที่ทราบเรื่อง คือ น้องสาวของภรรยาของพี่อาจารย์เป็นคนเชียงราย แต่ย้ายตามครอบครัวมาอยู่ที่สุพรรณบุรีได้หลายปีแล้ว มีพี่น้อง 2 คน ผู้หญิงทั้งคู่ ครอบครัวแฟนเปิดร้านทองอยู่ที่สุพรรณบุรี มีลูกเล็ก ๆ 2 คน คือ 3 ขวบ กับ 1 ขวบ
ถึงไม่รู้จักหน้าตาค่าตาก็พอทราบเรื่องเล่าจากพี่อาจารย์ที่เล่าและบ่นให้ฟังอยู่บ่อย ๆ
พ่อแม่อยู่ที่เชียงราย เคยไปเลี้ยงหลานให้ที่สุพรรณบุรีหลาย ๆ เดือน เกษียณแล้วยังต้องขับรถมาเอง เพราะห่วงลูกห่วงหลาน
ครอบครัวสามีเป็นคนจีน เหมือน "สะใภ้กงสี" คือ กระดิกตัวไปไหนไม่ได้มากนัก ต้องคอยดูแลแม่สามีอย่างหนัก
ได้รับฟังความทุกข์ไว้มากมายเหมือนกัน ... อายุมากกว่าผมแค่ปีเดียว
ก่อนเสียชีวิต พี่อาจารย์กับภรรยากำลังเดินทางจากเชียงใหม่ ไปเยี่ยมน้องสาวและหลานที่สุพรรณบุรี เมื่อถึงพิษณุโลก พี่อาจารย์ได้รับโทรฯ จากน้องสาวคนนี้ สอบถามเรื่องแบตเตอรี่มือถือ พี่อาจารย์เล่าให้ฟังว่า ร้อยวันพันปีเค้าจะโทรหาพี่ แต่โทรหาพี่สาวเขาตลอด
ที่ทำงานของเขาอยู่ที่นครสวรรค์ เดินทางไปกลับนครสวรรค์ - สุพรรณบุรี ทุกวัน
หลังจากนั้น ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มีโทรศัพท์โทรมาอีกครั้ง แต่จากโรงพยาบาลนครสวรรค์ ... บอกว่า น้องสาวได้รับอุบัติเหตุขับรถชนต้นไม้ อาการสาหัสมาก
พี่อาจารย์ไม่กล้าบอกภรรยาที่อยู่ข้าง ๆ แต่ขับรถย้อนกลับไปที่นครสวรรค์อีกครั้ง เนื่องจากขับรถจะถึงสุพรรณบุรีอยู่แล้ว
ผมเห็นไม่ทราบว่าทันดูใจไหมนะครับ ... ทราบแต่ว่าได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ตำรวจสันนิษฐานว่า คงขับรถหลับใน เพราะรถยนต์ข้ามเลนส์ไปชนต้นไม้ ซึ่งมีอยู่ต้นเดียวในบริเวณนั้น แถมอีก 100 เมตรก็จะถึงสถานีตำรวจอยู่แล้ว ตอนชนต้นไม้ รถก็ยุบช่วงคนขับ แต่ช่วงคนนั่งข้าง ๆ ไม่มีรอยยุบเลย
ผมคิดว่า ดวงถึงที่ตาย ครับ
๒.
อีกสักอาทิตย์หนึ่ง ก็มีว่าที่พ่อสามีของน้องอาจารย์ท่านหนึ่ง เสียชีวิตอีกจากการที่ขับรถแล้วมีถังแก๊สร่วงมาชนบริเวณของคนขับรถ (พ่อสามี) เต็มที่ พ่อสามีตายคาที่ ส่วนคนที่นั่งมาข้าง ๆ บังคับพวงมาลัยแทนได้ทัน ไม่งั้นคงตายด้วย
เหตุการณ์นี้ที่เชียงใหม่
เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงมาก ๆ ครับ ขับรถตามรถแก๊ส แล้วอยู่ดี ๆ ก็มีถังแก๊สร่วงลงมาโดนรถคันหลัง
สองเหตุการณ์นี้ ผมว่าเป็นอุทธาหรณ์แก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ทุก ๆ ท่านนะครับว่า ทุก ๆ คนมีความเสี่ยงในการมีชีวิตอยู่ทุกคน แล้วแต่ว่าเราจะไปเมื่อไหร่
ชอบมีคนถามว่า มนุษย์เกิดมาทำไม ? ...
มนุษย์เกิดมาเพื่อทำความดี สะสมบุญกุศล ให้เป็นเสบียงล่อเลี้ยงตัว เมื่อยามที่ตนสิ้นลม ไปเกิดในชาติภูมิ ภพภูมิใหม่
แต่เราเคยเห็นไหมครับ ข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ทุก ๆ วัน เวลาคนที่เกิดมาประกอบแต่กรรมชั่วถึงได้เยอะขึ้นมากมาย เป็นไปได้ไหมครับว่า ศีลธรรมของคนเริ่มเสื่อมทรามลง หากตายไปในวันนี้ แล้วจะได้มีโอกาสทำความดีได้แค่ไหน
เกิดมาแล้ว ใช้โอกาสนั้นทำความดีกันเถอะครับ
อย่าประมาทกับชีวิต
หากรู้จักรักตัวเอง รักสังคม รักประเทศชาติ รู้จักให้อภัยกันบ้าง สังคมคงไม่วุ่นวายอย่างที่เราเห็นกันอยู่
บุญรักษาทุกท่าน ครับ :)
สวัสดีค่ะ..
ความตาย..เป็นสิ่งที่เราไม่อยากเจอะเจอ..
แต่ทุกคนก็ต้องพบเจอจนได้..
addก็ยังเศร้าไม่หายกับการจากไปของแม่
แต่แม่เตรียมตัวเองเป็นอย่างดีกับการตายโดยที่เราคาดไม่ถึง
สิ่งที่เราทำได้ขณะที่มีชีวิตอยู่ก็คือความดีที่ควรสะสมไว้
เพื่อคนรุ่นหลังจะได้กล่าวชื่นชมนะคะ..
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ตั้งใจทำความดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ..อย่าประมาทในชีวิต
ขอบคุณครับ ท่าน ศน.add :)
สวัสดีค่ะ
มาอ่านเรื่องราวที่ให้ข้อคิดเตือนใจค่ะ....
ชอบจังเลย
เกิดมาแล้ว ใช้โอกาสนั้นทำความดีกันเถอะครับ อย่าประมาทกับชีวิต
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ คุณ คนไม่มีราก :) ...
ขอบคุณครับ คุณ รัตน์ชนก :) ... ที่รู้ใจครับ ก็ถือเป็นเรื่องเตือนใจในความไม่ประมาทครับ ... คนไทยยังชอบทำร้ายคนอื่นด้วยการดื่มอยู่เสมอ ครับ
สวัสดีอีกครั้งครับผม
เห็นดีเห็นงามด้วยครับที่เราอาจไม่เข้าใจนักว่าเกิดมาทำไม แต่คิดเอาเองว่าไหนๆก็เกิดมาแล้ว เรามาช่วยกันทำดีทำถูกตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่กันเถอะ
ผมเคยได้ยินคำพูดนึงจากไหนไม่ทราบครับแต่ชอบ... บอกว่า
ทำดีคือ ถ้าทำแล้วเราสามารถบอกกับใครก็ได้อย่างไม่อาย
ทำชั่วก็คือตรงกันข้ามคือบอกได้แต่จะรู้สึกและได้รับปฏิกิริยาอีกแบบ :)
ยังไงก็จะไม่ประมาทนะครับผม ขอบพระคุณมากๆเลย
ขอบคุณ น้อง adayday มากครับที่นำแง่คิดมาฝากครับ :)
ทำดี คือ ทำแล้ว เราสามารถบอกกับใครก็ได้อย่างไม่อาย
ทำชั่ว คือ บอกได้แต่จะรู้สึกและได้รับปฏิกิริยาอีกแบบ