สติต้องฝึกมากเลยในการฟังอย่างไม่ตัดสิน แต่ในความเป็นจริงของชีวิต พบว่าจิตชอบเตลิด คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้

เวลาเราฟังคนอื่นๆเล่าเรื่องในวัยเด็ก(โบราณกาลนานแสนนานมาแล้ว) มักจะเริ่มต้นแบบนี้ "มาจะกล่าวบทไป ถึง.อะไรก็ว่าไป....." ในยุคนี้การเล่าในแวดวงผู้คนรอบข้างน้าลูกหมี มีการเขียน Blogกันเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น พอลล่า แม่ต้อย แล้วใครต่อใครอีกหลายคน น้าลูกหมีไม่อยากตกยุค ก็จะขอเล่าผ่านblog บ้าง เพื่อให้ทันตามยุคสมัยใหม่ เป็นอันต้องเดือดร้อนหลายคน ที่ต้องเข้ามาช่วยตั้งแต่การลงทะเบียน การใช้ blog ก็นับเป็นเรื่องการเรียนรู้อีกอย่างที่เข้าการมาในชีวิต ในวัยนี้ แม่ต้อย น้องพอลล่าก็สนับสนุนในการเขียน

แม่ต้อยบอกให้เขียนเรื่อง HHC (Humanized Health Care)มากๆ ก็หนักใจเป็นนักหนา เพราะเป็นเรื่องที่ซับซ้อน เข้าเป็นเรื่องของจิตใจ จิตวิญญาณ แม่ต้อยสอนว่าเป็นเรื่องของความจริง ความดี และความงาม ที่ต้องใช้ใจสัมผัส โดยเริ่มต้นต้องเปิดใจก่อน (หวาดเสียวจัง กลัวโป๊) แล้วเปิดพื้นที่ให้ผู้อื่นได้แสดงความคิดเห็น รับฟังอะไรก็ตามที่คนอื่นๆต้องการสื่อออกมา ส่วนใหญ่เป็นคำพูด ให้ฟังอย่างตั้งใจ ไม่ต้องตัดสินคำพูดเหล่านั้นทั้งในเชิงบวกและลบ (ก็บอกแล้วไงว่าฟังอย่างเดียว ไม่ต้องคิดอะไร ) แม่ต้อยบอกว่าการฟังเป็นการเยียวยา  มีหลายระดับ

Toy8  

ถามตัวเองในใจว่าเราหนอเป็นแบบไหน(เห็นไหมคนเราขาดสติกันง่ายมากแค่ไหน แม่ต้อยกำลังพูดอยู่ยังไปวอกแวกคิดอะไรอีก....อย่างนี้แหล่ะที่เรียกว่าขาดสติ ต้องเรียกสติกลับอีก) ต้องฝึกมากเลยในการฟังอย่างไม่ตัดสิน  แต่ในความเป็นจริงของชีวิต พบว่าจิตชอบเตลิด คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้

ในระหว่างฟังเรื่อย เลยมานั่งคิดว่าถ้าจะฟังให้ได้ผลอย่างที่คาดหวัง ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ที่แน่ๆคือต้องมี "สติ" คำสั้นๆแต่มีความหมายมากมาย เขียนต่อคงตกม้าตายแน่ๆ เพราะการเจริญสติ สำหรับตนเองเป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่เข้าใจยาก ต้องฝึกปฏิบัติจนเกิดความเคยชินจนฝังลึกในตัว คุ้นๆชอบกล เหมือนเวลาเราพูดกับโรงพยาบาลในเรื่องการพัฒนาคุณภาพ ว่าทำอย่างไรจึงจะให้อยู่ในงานประจำจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กร เกิดความยั่งยืนต่อไป