ขับรถผ่านหน้าโรงเรียนทีใด น้ำตาไหล ไม่ลืมยกมือไหว้

      ผมเป็นศิษย์รุ่นบุกเบิกของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่าน เมื่อเรียนจบ ป 6 บังเอิญสอบเข้าเรียนต่อในระดับ ม 1 ที่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จังหวัดน่าน ได้ที่ 1  ได้ที่ 1 อย่างเหลือเชื่อแต่เป็นฝีมือล้วนๆ(ไม่ได้โม้) นับจากนั้นเป็นต้นมาโรเงรียนศึกษาสงเคราะห์น่าน ก็ไม่เคยเป็นรองใครในด้านคุณภาพการเรียนการสอน ลูกศิษย์มากมายได้ดิบได้ดีโด่งดังระดับประเทศ ตัวอย่างเช่น สารวัตรแม้ว สารวัตรกองปราบฯ  ผมเลือกที่ทำงานใกล้โรงเรียน มีโอกาสก้าวเข้าไปเป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน เป็นเลขานุการชมรมศิษย์เก่าชาวศึกษาสงเคราะห์น่าน  เวลาขับรถผ่านหน้าโรงเรียนทีใด น้ำตาไหล ไม่ลืมยกมือไหว้เพราะโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่านมีบุญคุณท่วมท้น ทดแทนชาตินี้คงไม่หมด  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่านเป็นโรงเรียนประจำ เป็นโรงเรียนของผู้ด้อยโอกาส อดีตนั้นผมก็เป็นผู้ด้อยโอกาสเพราะเลือกเกิดไม่ได้ เกิดมาเป็นชาวเขาอยู่บนดอยสูง โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่านให้โอกาสแก่ผมและผู้คนอีกมากมาย ได้หล่อหลวม ขัดเกลา เจียรไนสติปัญญา    ผมได้มีโอกาสกลับมาโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์อีกครั้งเมื่อ 31 มีนาคม 2552 ได้รับเชิญจากคณะครูให้เล่าเรื่องประสบการณ์ตรง "ชีวิตนอกรั้วศึกษาสงเคราะห์น่าน"ให้น้องๆที่จบ ม 3  ม 6 ฟัง เล่าบางช่วงบางตอนว่า กว่าจะได้ดี กว่าจะมีวันนี้ได้ บางครั้งต้องกินข้าวคลุกน้ำตา  อดอาหารกลางวันเข้าห้องสมุดหลบหน้าเพื่อนๆ ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราไม่ได้กินข้าวเที่ยง ท้ายสุด ฝากน้องๆที่จบใหม่และกำลังก้าวไปเผชิญชีวิตนอกรั้วโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่านว่า "เรียนเพื่อพัฒนาท้องถิ่น อย่า  เรียนเพื่อเจตนาทิ้งถิ่น"สนองเจตนารมณ์ของโรงเรียน