การกระทำโดยประมาท ได้แก่การกระทำโดยขาดความระมัดระวัง ขาดความรอบคอบ ซึ่งบุคคลที่อยู่ในภาวะเช่นนั้นจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ แต่ก็หาได้ใช้ความระมัดระวังดังกล่าวไม่ และการกระทำนั้นเป็นผลโดยตรงให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่นดังเช่นคดีดังต่อไปนี้
คืนวันหนึ่ง จำเลยขับรถยนต์รรทุกสิบล้อไปตมถนนเพชรเกษม เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถยนต์เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องไม่อาจขับต่อไปได้ จำเลยจะต้องใช้ความระมัดระวังนำรถออกไปจอดให้พ้นผิวการจราจร เพื่อมิให้ขัดขวางทางเดินรถซึ่งจำเลยสามารถกระทำได้
หรือจำเลยจะต้องแสดงเครื่องหมายเพื่อแสดงให้รถอื่นทราบว่ารถยนต์ของจำเลยเครื่องยนต์หรืออุปกรณ์ของรถขัดข้องแต่จำเลยหาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่เช่นกัน
กล่าวคือ จำเลยจอดรถยนต์ทิ้งไว้โดยส่วนของรถด้านขวายื่นล้ำเข้าไปในผิวจราจรอันเป็นทางเดินรถ เป็นการกีดขวางการจราจรและไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณตามลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
จากการกระทำของจำเลยดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้เสียหาย ซึ่งขับรถยนต์กระบะไปในทางเดียวกันและมุ่งหน้าในทางเดียวกัน เมื่อถึงที่เกิดเหตุมองเห็นรถรถยนต์ที่จำเลยจอดอยู่ในระยะกระชั้นชิด เพราะในที่เกิดเหตุเป็นที่มืด รถยนต์ที่จอดอยู่มีสีกลมกลืนกับความมืด ประกอบกับมีรถยนต์แล่นสวนทางมาหลายคัน จึงต้องเปิดไฟหน้ารถต่ำ เป็นเหตุให้รถยนต์ที่ผู้เสียหายขับชนท้ายรถยนต์ที่จำเลยจอดรถในส่วนที่ยิ่นล้ำเข้ามาในผิดจราจรอย่างแรง เป็นเหตุให้ผู้โดยสารในรถยนต์ถึงแก่ความตาย ๒ คน บาดเจ็บสาหัส และบาดเจ็บได้บอันตรายแก่กายอีก ๒ คน
กรณีนี้ศาลเห็นว่า...การที่จำเลยจอดรถทิ้งไว้ในทางเดินรถในลักษณะกีดขวางการจราจรและไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณตามลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนดในกฏกระทรวงซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นส่วนของการกระทโดยประมาทและด้วยความประมาทดังกล่าวก่ออันตรายในช่องเดินรถ อันเป็นเหตุให้รถยนต์ผู้เสียหายขับมาชนท้ายและผลของความประมาทของจำเลยทำให้ภริยาและบุตรของผู้เสียหายถึงแก่ความตาย ผู้โดยสารอื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย...(คำพิพากษาฏีกาที่ ๖๘๖๓/๒๕๕๐)
จากกรณีดังกล่าวการกระทำของจำเลยจึงมีความผิดฐานจอดรถลักษณะกีดขวางการจราจรและไม่แสดงเครื่องหมายสัญญาณ และความผิดฐานกระทำโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รับอันตรายสาหัส และรับอันตรายแก่กายอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลจึงลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด
หลักกฎหมายเกี่ยวกับกรณีนี้ ได้แก่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ บัญญัติไว้ว่า
"ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท"
...กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้น จักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ (มาตรา ๕๙)
...ผู้ขับรถยนต์นอกจากเมาไม่ขับแล้ว หากมีกรณีดังคดีนี้ก็ควรใช้ความระมัดระวัง อย่าลืมแสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณในครารถเกิดเหตุขัดข้อง เพื่อป้องกันความเสียหายอันจะเกิดจากการกระทำของเราด้วย...!!!
ขับรถตอนกลางคืน อันตรายหลายอย่างครับ
1. จอดรถข้างทาง ไม่มีสัญญาณให้เห็น
2. รถไม่มีไฟท้าย
มีกฏหมายบังคับลงโทษบ้าง ก็ดีครับ
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆครับ
มาชม
เคยขับรถจะเข้าจอดด้านขวา กำลังเอาหัวรถเข้าไปชิดกับรถตุ๊ก ๆ ที่จอดรอผู้โดยสาร ตั้งใจว่าแล้วจะถอยหลังเข้า
เอ้า...รถตุ๊ก ๆ ดันถอยหลังโดยคนขับหันไปด้านซ้ายด้านเดียว ถอยมาเกือบชนหัวรถเหลือนิดเดียว...เอาก้ประมาทคือนึกแทนเขาว่า
ถ้าเขาถอยรถคงมองกระจกหลังและเห็นรถอยู่คงไม่ถอย...แต่ผิดคาด อิ อิ อิ
ขนาดให้สัญญาณล่วงหน้า..มอเตอร์ไชด์เราคงต้องระวังให้ดีค่ะเพราะเขาไม่ค่อยใส่ใจสัญญาณเท่าไรนัก..อันตราย
แวะมารับความรู้ค่ะ ....
เป็นประโยชน์และใกล้ตัวเรามากค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านศรีกมล
เหตุการณ์แบบนี้แป๋มพบบ่อยๆค่ะท่าน
ยิ่งถนนโคราชสายนอกนี่จะพบบ่อยๆ
ภาวนาให้ทุกคนรู้จักหน้าที่ของตนเอง
ช่วยกันรักษากฏระเบียบกันตามหน้าที่
แค่นี้ก็ดีถมเถแล้วค่ะท่าน...(ออกมาแนวบ่นค่ะ)
เจริญพร โยมศรีกมล
เหตุการณ์อย่างนี้อาตมาประสบมาครั้งหนึ่ง
แต่คนขับประสบการณ์มากจึงหักหลบทัน
แต่ทำให้ใจสั่นไปเหมือนกันโยม
เจริญพร