ผมจำได้ว่าท่านอัยการชาวเกาะเคยเขียนเรื่องดอกซากุระเมืองไทย ผมเลยแสดงความเห็นไปว่า ผมระลึกถึงดอยแม่สะลอง ขาขึ้น ช่วงนั้นดอกซากุระจะบานพอดี
ดอกซากุระหรือดอกนางพญาเสือโคร่ง นี้เองทำให้ผมรำลึกถึงอดีต ตอนที่ไปแม่สะลอง ซึ่งก็นานหลายปีแล้ว ตอนเราทำสารคดีโทรทัศน์ concept ของเราคือความสมานฉันท์ พวกเราเลยเลือกสถานที่และชุมชนที่เขาอยู่ร่วมกันหลายๆความเชื่อ

นักเรียนโรงเรียนห้วยมะหินฝน

พี่น้องมุสลิมชาวเขา

เด็กๆนักเรียนชาวเขาใยบรรยากาศสมานฉันท์

ท่าน ผอ.โรงเรียนตอนนั้น

ชาวเขาสามัคคีกว่าชาวเราเสียอีก

ตอนนี้หนูเป็นสาวหมดแล้ว ลุงเบดูอิน ไม่ทันสมัยเลย
จากนั้นทีมงานก็มุ่งหน้าสู่ดอยแม่สะลอง ดินแดนไทยกลิ่นไอจีน ผมกำลังคิดว่าเรากำลังเดินทางสู่มณฑลยูนานประเทศจีน สิ่งก่อสร้าง ผู้คน ต่างละม้ายคล้ายคลึงเมืองจีนมาก ผมจึงให้ท่านดูภาพก่อน หลายๆท่านยังทายว่าผมไปจีน ที่แท้จริงผมอยู่ดอยแม่สะลอง ประเทศไทยครับ
ต้องบอกเลยว่าถ้าไม่มีปัญญาไปเมืองจีนแบบผม นี่เลยดอยแม่สะลอง เหมือนเมืองจีนมาก ความสะดวกสบายมีครบครัน ธนาคาร ปั๊มน้ำมัน โรงแรม ความเป็นเมืองจีน ความเป็นชนบท ความเป็นดอย มันช่างกลมกลืนได้อย่างดียิ่ง สามวัฒนธรรมบวกหนึ่ง มันช่างเป็นเสน่ห์จริงๆ
ชุมชนดอยแม่สะลองคืออดีต พลพรรคของกองพลที่ 93 ของจีน ที่ถูกตีจนต้องถอยร่นมาตั้งหลักตรงนี้ แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ พวกเขาได้ผ่านการทดสอบที่ยาวนาน แสนสาหัส เจ็บปวด พลัดพราก บททดสอบในวันนั้น ทำให้วันนี้ของเขาเข็มแข็งมาก
ไม่น่าเชื่อว่า ทหารกองพลที่ 93 มีทั้งสามศาสนา พวกเขาร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างน่าเห็นใจ ระยะเวลาได้ทำให้พวกเขารักกันดุจพี่น้องที่คลานตามกันมา มีทุกข์เขาทุกข์ด้วยกัน พวกเขาไม่เคยแบ่งแยกเลยว่าใครนับถือศาสนาอะไร
ภูเขาด้านหน้าทางขึ้น เรามองเห็นมัสยิดแอบอิงขุนเขา มองไปทางซ้ายทางขวาเห็นโบถส์และวัด หรือแม้แต่ศาลเจ้า ทีมงานเผลอลั่นออกมาจนเสียงดังว่า “นี่แหละ concept ” เราถามหาผู้นำที่นี่ มีคนพาเราไปพบกับผู้ชายไร้ผมที่ท่านเห็นในภาพ ท่านทักทายเราแบบทั้งไทยและจีน รวมทั้งการสลามแบบมุสลิม ใช่ครับเขาเป็นมุสลิม ชุมชนแม่สะลองยกให้เขาเป็นผู้นำ(ประธานชุมชน) ตลอดระยะทางที่ท่านพาเราไปดูสถานที่ต่างๆท่านจะทักทายผู้คนตลอดทาง บ้างก็จอดรถไปกอดคนโน้นคนนี้ มิน่าละเขาถึงเลือกเป็นผู้นำชุมชน

ณ.ตรงนี้ทำให้ผมเข้าใจคำว่าพี่น้องต่างศาสนิกได้ดียิ่งขึ้น ท่านประธานได้เล่าประวัติอันเจ็บปวดที่ยาวนานในช่วงที่พาพวกเราไปดูสุสานท่านนายพล พวกเขาไม่ว่าจะศาสนาอะไรต่างก็ให้เกียรติท่านนายพลมากด้วยเหตุว่าท่านเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ไม่ทิ้งลูกน้อง เป็นตายก็ไปด้วยกัน และให้ความเท่าเทียมกันทุกคน ผมยืนดูจากดอยมองไปรอบๆพลางนึกในใจว่านี่ขนาดเราเดินทางมากับรถ กว่าจะถึงยังลำบากขนาดนี้เลย พวกเขาเดินทางรอนแรมข้ามป่าเขา ใช้เวลานานเท่าใด??? ท่านประธาน เล่าอดีตพร้อมกับพาพวกเราเดินชมสิ่งต่างๆ ผมคิดในใจเอาละวะได้มาเมืองจีนสมใจแล้ว

สาธิตความเป็นอยู่ในอดีตให้ชม

ได้เวลาอาหาร ท่านประธานพาเราไปทานอาหารที่ร้าน..ภัตตาคารแห่งหนึ่งบนดอย สภาพน่าจะคล้ายๆกับที่ท่านบรรหารกับท่านทักษิณเคยไปซดหูฉลาม ที่เยาวราช แต่ที่นี่บนดอย ที่สุดยอดก็คือผมได้ทานอาหารจีนที่ฮาล้าล เจ้าของภัตตาคารเป็นมุสลิม ท่านที่ขึ้นมาบนดอยนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน มีทุกชนิด แบบภัตตาคารหรือแบกะดิน อาหารจีนแบบทั่วๆไปหรืออาหารจีนฮาล้าล ท่านประธานเชิญพวกโซ้ยโดยมีตะเกียบเป็นเครื่องมือ วันนี้ขอสวมวิญญาณจีนซักวัน เสียงคุยไม่ค่อยมี ได้ยินแต่เสียงกระทบของช้อน ตะเกียบ และเสียงซุ้ดซาดแบบจีน โดยมีท่านประธานเป็นแกนนำ ท่านจะแนะนำอาหารเป็นระยะๆ...อ้า..นี่ผัดฟักแม้ว ...ถ้าเป็นยุคนี้อีกฝ่ายคงจะเคี่ยวละเอียดแน่ๆ ตอนนั้นแม้วยังไม่ดัง..ฮ้า ใช้เวลาไม่นานอาหารบนโต๊ะหายไปกับตา ผมคิดเร็วหน่อยจึงพูดขึ้นว่า โอ่..อาหารสุดยอด ไม่เคยทานที่ไหนมาก่อนเลย...เท่านั้นแหละมีเสียงดังตามมาของหลายๆคนว่า ใช่ๆๆ วิชาแก้ผ้าเอาหน้ารอดจากความตะกะผมพอมีความรู้อยู่บ้าง จะไม่ให้ผมแก้ผ้าได้ไง กับข้าวแม้แต่แมวที่นั่งรออยู่ก็ด่าในใจ ไม่เหลือให้แมวดมเลย ใจดำมากพวกนี้
เราได้ภาพมามากมาย ยกเว้นภาพตอนทานอาหาร เหน็ดเหนื่อยกันทั้งวัน เราเข้าพักที่โรงแรม เชิงเขา มองผ่านหน้าต่างเห็นทิวเขา ป่าไม้ แต่แปลกโรงแรมนี้เงียบมาก แต่เย็นสบายดี ประเภทสอดรู้สอดเห็นนี่ผมถนัดมาก เลยถามพนักงานว่า แอร์ที่นี่ทำไมไม่มีเสียง คำตอบคือไม่มีแอร์
ความที่อากาศดีมากๆพวกเราจังไม่เพลีย ไม่ง่วงนอน นั่งคุยกันต่อ นานเท่าไหร่ไม่รู้ มารู้สึกอีกที่ใกล้สว่าง ตื่นเต้นอีกแล้ว หมอกลอยมาใกล้หน้าต่างโรงแรมและเป็นทะเลหมอกสุดตา ไม่มีใครต้องขยี้ตาตัวเองเลย ตื่นเต้นกันไปหมด ทีมงานคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเต้นเหมือนกับว่าเมียไม่ได้จ่ายค่าโทรศัพท์ให้..."เร็วตลาดเช้า มีชาวเขาเอาของมาขายเพียบเลย" ผมแทบลืมเปลี่ยนชุดนอน อ้า...อยากเห็นมาก ถ้าเป็นตอนนี้พี่คิม กรรมการ ดาวลูกไก่ ฯลฯ คงหัวเราะพร้อมกับพูดว่า ไอ้ในเมือง(ตรงข้ามกับไอ้บ้านนอก)เขาเห็นกันมาตั้งนานแล้ว แต่เบดูอิน ไม่ค่อยเคยเห็นวิถีชีวิตบริสุทธิ์อย่างนี้เลย เห็นใจกันบ้างเถอะ
เหมือนละครนั้นแหละกำลังสนุกพอดี....โปรดติดตามตอนต่อไป..อิอิ
จองงงงงงงงค่ะ
ดีจังเลยค่ะ ทายเกือบถูกใช่หรือเปล่าค่ะ ในเมืองไทยของเรามีสถานที่แบบนี้ดีค่ะ เที่ยวเมืองไทย ช่วยไทย ช่วยชาติค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเบดูอิน
แวะมาทักทายค่ะ
ได้ตามไปเที่ยวด้วย
(^___^)
แต่ละภาพนี่ ให้รำลึกถึงอดีตเลยนะคะเนี่ย :)
และทึ่งกับข้อมูลความรู้ใหม่นี้ค่ะ
ไม่น่าเชื่อว่า ทหารกองพลที่ 93 มีทั้งสามศาสนา พวกเขาร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างน่าเห็นใจ ระยะเวลาได้ทำให้พวกเขารักกันดุจพี่น้องที่คลานตามกันมา มีทุกข์เขาทุกข์ด้วยกัน พวกเขาไม่เคยแบ่งแยกเลยว่าใครนับถือศาสนาอะไร
รอชมและอ่านตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะมาเที่ยวชม แม่สะลอง
บรรยากาศดีๆ ที่ชาวเราหาได้ไม่เท่าชาวเขา
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ อ่านแล้วอยากไปเที่ยวจังเลย...เอาเช็คช่วยชาติมาฝาก.ด้วยครับ
ป๊ะป๋าขา..ดอยแม่สะลอง..เมืองเหนือกลิ่นอายเมืองจีน..
ครูน่ารักนักเรียนน่ารัก..น่ารักจริงจริงนะคะ
สุดท้ายภาพนี้รู้สึกกลัวค่ะป๊ะ
" ฮัลโล รายการเจาะโลกผ่านเลนซ์ใช่ใหมคะ....."(ขออนุญาตพาหลานมาแซว...ลุงเบดูอิน)
สวัสดีค่ะ