ที่จริงเรามี สวรส. ทำหน้าที่ดูแลการวิจัยระบบสาธารณสุข มาเป็นเวลาเกือบ ๑๖ ปีแล้ว    และก่อผลให้ระบบสาธารณสุขไทยมีความซับซ้อนหลากหลาย    เป็นระบบที่แข็งแรง เป็นที่ยอมรับนับถือไปทั่วโลก   และทำให้คนไทยได้รับการดูแลสุขภาพดีขึ้นอย่างมากมาย    โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลตนเอง การดูแลช่วยเหลือกันในครอบครัว และในชุมชน  

          แต่มิติด้านสุขภาพมีความซับซ้อน และมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว    จึงต้องการการจัดการการวิจัยระบบสุขภาพรูปแบบใหม่ๆ ที่ทันกับการเปลี่ยนแปลง

          นั่นคือที่มาของการตั้งคณะกรรมการพัฒนาการวิจัยระบบสุขภาพเพื่อสนับสนุนธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ   ตามคำสั่งคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๒   ลงนามโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ    โดยระบุหน้าที่และอำนาจดังนี้
               ๑. จัดทำยุทธศาสตร์และแผนการวิจัยระบบสุขภาพ เพื่อสนุบสนุนการขับเคลื่อนระบบสุขภาพไปสู่ระบบที่พึงประสงค์ ผ่านธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ   
               ๒. สนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์และแผนการวิจัยระบบสุขภาพ ทั้งในระบบย่อยและระบบใหญ่
               ๓. ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและกลไกที่เกี่ยวข้อง เพื่อการทบทวนและพัฒนาข้อเสนอภาพอนาคตของระบบสุขภาพ ที่พึงประสงค์   เพื่อใช้เป็นกรอบในการทบทวนและปรับปรุงธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ   
               ๔. สนับสนุนกระบวนการพัฒนาศักยภาพนักจัดการงานวิจัย ผ่านกระบวนการตั้งโจทย์วิจัยเชิงระบบ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการจัดการความรู้
               ๕. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน เพื่อดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น

 

          ผมเพิ่งมาเห็นภายหลังว่าคำสั่งนี้มีข้อบกพร่อง ตรงที่ไม่ระบุวาระการทำงานของคณะกรรมการ

 

          คณะกรรมการชุดนี้ประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ ๓๐ มี.ค. ๕๒   เราตีความว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีหน้าที่ลงมือทำ    แต่มีหน้าที่กำหนดให้มีกระบวนการตั้งโจทย์วิจัยเชิงระบบ   และแนะนำให้มีเจ้าหน้าที่จัดการงานวิจัยเชิงระบบ    เราจึงตกลงให้มีคณะทำงานไปรวบรวมข้อมูลเพื่อยกร่างภาพใหญ่ ว่าในปัจจุบันการวิจัยระบบสุขภาพของประเทศไทยเป็นอย่างไร   ภาพที่ควรจะเป็นเป็นอย่างไร   ช่องว่างก็คือโจทย์วิจัย   ให้เสนอแนะโจทย์วิจัยมาด้วย   ให้เวลาคณะทำงาน ๓ เดือน    แล้วจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสัก ๕๐ – ๖๐ คน มาช่วยกันออกความเห็น   เพื่อสังเคราะห์เป็นประเด็นวิจัยที่มีลำดับความสำคัญสูง    และเท่ากับเป็นสัญญาณ “ปลุก” นักวิจัยไปในตัว

          เราตกลงกันว่า เป้าหมายของการทำงานของคณะกรรมการ เพื่อนำไปสู่ผลผลิต ๓ อย่าง
               ๑. ความรู้
               ๒. การพัฒนาระบบ  ผมตีความว่าพัฒนาทั้งระบบสุขภาพ และระบบการวิจัยระบบสุขภาพ
               ๓. capacity building ของระบบการวิจัยระบบสุขภาพ    คือพัฒนาทั้งนักวิจัย และนักจัดการงานวิจัย   และน่าจะรวมการพัฒนาสถาบันวิจัย/ทีมวิจัย   รวมทั้งพัฒนา infrastructure ของการวิจัย เช่นระบบข้อมูล ที่ทำให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับนำมาหาความหมาย

          แน่นอนว่า สไตล์การทำงานจะต้องเป็นเชิงรุก   และต่อยอดจากความเข้มแข็งที่มีอยู่เดิม

         คณะกรรมการชุดนี้มีผมเป็นประธาน  นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เป็นรองประธาน  ผอ. สวรส. เป็นกรรมการและเลขานุการ   มีผู้ช่วยเลขานุการ ๒ คน คือคุณติ๊ก จาก สช. กับ นพ. จเร จาก สวรส.   สองคนนี้คือผู้ทำงานตัวจริง

 

วิจารณ์ พานิช
๓๑ มี.ค. ๕๒