มหาตมะคานธี เคยกล่าวไว้ว่า ความสุขเกิดจากการให้ มิใช่จากการได้ และสุขที่แท้เป็นสุขที่เกิดขึ้นจากความสงบภายใน มิใช่สุขจากภายนอก หรือจากวัตถุสิ่งของไม่

การสร้างสุขภายในจึงเป็นการแสวงหาความสุขที่สงบ สว่างในกลางใจ หนึ่งในวิธีนั้นคือการทำสมาธิภาวนา

เป็นที่น่ายินดีว่ามีหน่วยงานสาธารณสุขหลายแห่งได้ปรับเอากระบวนการสร้างสุขภายใน คือวิถีแห่งพุทธมาปรับใช้กับการดูแลผู้ป่วยที่เรียกกันว่า รพ.วิถีพุทธ

...................................................

คุณจันทณัช ทองศิริกลุ่มงานเวชกรรมสังคม ได้เล่าว่า...

รพ.น่าน ได้นำการดำเนินงาน รพ.วิถีพุทธ มาใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ โดยมีการดำเนินการดังนี้

๑.  การปรับแนวคิดและสร้างความเข้าใจของผู้ให้บริการ โดยการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ รพ.น่าน, รพ.ชุมชน, และสอ. ณ วัดป่าคอวัง อ.เมืองน่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าใจหลักคิดและวิธีปฏิบัติ และได้ร่วมกันกำหนดแนวทางในการที่จะนำไปปรับใช้ในโรงพยาบาลและสถานีอนามัย

๒. สร้างปฏิสัมพันธ์เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย ญาติ ให้สอดคล้องกับวิถีของชาวพุทธ เช่น

- การจัดให้มีสถานที่ทำบุญตักบาตรให้เอื้อ

- การจัดเสียงตามสายเผยแพร่ธรรมะและเปิดเพลงธรรมะ

- สร้างสัมพันธ์เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยและญาติด้วยการทำสมาธิเคลื่อนไหวด้วยเพลงดั่งดอกไม้ในตอนเช้าก่อนปฏิบัติการทางการพยาบาล ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน

- การสวดมนต์ทุกวันก่อนนอนพร้อมกันผ่านเสียงตามสายของรพ.

- มีการทำสมาธิภาวนาก่อนการเปิดการอบรม/ประชุมทุกครั้ง

- ผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก ได้นิมนต์พระมาเป่า เสกน้ำมนต์ เพื่อให้ความสบายใจตามความเชื่อของชาวบ้าน

- จัดให้มีการทำสมาธิบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมก่อนทำเคมีบำบัด

- จัดบริการหนังสือธรรมะสำหรับผู้ป่วยและญาติไว้ในมุมหนังสือหรือมุมธรรมะของหอผู้ป่วย

๓. การกำหนดนโยบายเป็นนโยบายของรพ.ในการที่จะนำแนวทางรพ.วิถีพุทธมาเป็นแนวทางของรพ. เช่น

- การเชิดชูผู้ทำความดี ทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย และญาติ

- ส่งเสริมเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติถือศีล ทำสมาธิ และปัญญา

นี่คือภาพรวมของการพัฒนารพ.น่านเป็นรพ.วิถีพุทธ

...................................................

ในขณะที่หอผู้ป่วยต่างๆ ได้มีการนำแนวทางรพ.วิถีพุทธมาใช้ในการจัดบริการในหอผู้ป่วยหลากหลายรูปแบบ เช่น

คุณศิวภรณ์ ชัยมงคลหัวหน้าตึกหอศัลยกรรมกระดูกหญิง ได้เล่าให้ฟังว่า

ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ป่วยเรื้อรัง ปวดหลัง เข่าเสื่อม จะเข้าออกรพ.บ่อยๆ การดำรงชีวิตเปลี่ยนไป จึงเริ่มเริ่มออกกำลังกายทุกจันทร์-พุธ-ศุกร์ ส่วนผู้ป่วยที่ปวดหลังจะให้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลัง มีการสอนการทำกีฬานามัย ให้แก่เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย ของญาติ และการปรับเปลี่ยนอิริยาบถผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเอง

และในปี ๒๕๕๑ ได้เริ่มการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ผสมผสานกับการดูแลทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ได้นิมนต์พระจากสำนักสงฆ์วัดป่าธรรมชัย โดยพระสมุห์ธรรมชัย ปัญญาวชิโร เข้ามาดูแลผู้ป่วยในช่วงเวลา ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น. เช่น เป่า เสก ซึ่งก่อนที่พระจะมาพยาบาลจะมีการสอบถามผู้ป่วยแต่ละเตียงก่อนว่าจะรับพระหรือไม่ แล้วแต่ความสมัครใจ ส่วนใหญ่จะรับเพราะเป็นเชื่อของชาวบ้านอยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังได้เริ่มสมาธิบำบัดในบนเตียงอีกด้วย

ผลที่เกิดขึ้น คือ ความปิติสุข  ความพึงพอใจของผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่

ในปี ๒๕๕๒ จากการประเมินพบว่าการทำสมาธิบนเตียงไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่สงบจึงได้เสนอของบประมาณปรับปรุงจัดทำห้องระหว่างทางเดินให้เป็นมุมสงบสำหรับการทำสมาธิบำบัด และจัดหาหนังสือธรรมะไว้ให้ผู้ป่วยและญาติได้อ่าน และมีการสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนทุกวัน

ปี ๒๕๕๒ ได้เริ่มเชื่อมโยงเครือข่ายดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยและญาติจากรพ.ออกไปสู่วัด โดยจัดทีมสหสาขาวิชาชีพออกไปปฏิบัติธรรม ณ สำนักสงฆ์ธรรมชัย ทุกวันศุกร์สัปดาห์แรกและที่สามของเดือน (ภาคเช้า) โดยให้บริการวัดพุง, คัดกรองสุขภาพ, แนะนำออกกำลังกาย, และมีการจัดทำทะเบียนประวัติผู้ป่วยทุกรายไว้ที่วัด ส่วนวัดก็จะมีการให้บริการการแพทย์ทางเลือกต่างๆ เช่น การย่ำขาง, อบนวดสมุนไพร เป็นต้น

ผลพลอยได้จากการดำเนินงานร่วมกับวัด ทำให้รพ.ได้เงินบริจาคจากสำนักสงฆ์ธรรมชัยในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ไว้ใช้ในหอผู้ป่วย และมีผู้มีจิตศรัทธาได้บริจาคเงินและปรับปรุงห้องพิเศษให้แก่รพ.

สิ่งที่ได้จากการดำเนินงานคือ การส่งเสริมสุขภาพองค์รวม, ลดจำนวนวันในการนอนรพ.ของผู้ป่วยลง, ลดอัตราการกลับมานอนรพ.ซ้ำ, มีจิตอาสาเข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วย และเกิดนวัตกรรมในการบริการ

นอกจากนี้ยังมีหอผู้ป่วยอื่นๆ ที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้ เช่น หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกชาย, หอผู้ป่วยจิตเวช เป็นต้น

.............................................

จิตอาสา

หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันเล่นๆ ว่า แก้วอาสา นั่นคือเป็นคนที่มีใจอาสา อยากช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอๆ

คุณระเบียบ วงศ์วัฒนะอนันต์ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม เล่าว่า

จริงๆ แล้วจิตอาสาในงานสาธารณสุขมีมานานแล้วตั้งแต่มีอสม.มาตั้งแต่ ๓๐ กว่าปีที่แล้ว และในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ สุรยุทธ จุฑานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ที่เป็นรองรัฐมนตรี ได้เริ่มผลักดันเรื่องจิตอาสาเป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีนโยบายดำเนินการเรื่อง รพ.จิตอาสา หลายรพ. หลายสอ.ได้มีการดำเนินการมาก่อนที่กระทรวงจะมีนโยบายมาเสียอีก นั่นเป็นต้นทุนเดิมทีมีอยู่

รพ.น่าน ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ ธ.ค. ๒๕๔๙ เนื่องจากผลกระทบจากนโยบายรักษาพยาบาลฟรีตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำให้มีคนไข้มารับบริการมากขึ้น ในขณะที่เจ้าหน้าที่น้อยลง จากสภาพปัญหาดังกล่าวจึงได้ประชุมนำเสนอสภาพปัญหาในการประชุมอสม. ผู้สูงอายุ และแกนนำครอบครัว แล้วชักชวนคนมาเป็นจิตอาสาของรพ.

แรกๆ มีคนมาสมัครเล็กน้อย และเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๐ และจากทุนเดิมที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาคีเครือข่าย, การมีชุมชนที่เข้มแข็ง และยืดหยัดมานาน มีความเป็นพวกเดียวกัน และที่สำคัญรพ.น่านเป็นของคนเมืองน่าน จึงทำให้เริ่มมีคนสมัครใจเข้ามาเป็นจิตอาสาในรพ.เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เข้ามาช่วยรพ.ในหอผู้ป่วยนอก เช่น การจัดคิว, การประชาสัมพันธ์, การวัดความดันโลหิต, วัดไข้, การแนะนำห้องตรวจ, การพาไปรับบริการตามจุดต่างๆ, การให้ความรู้สุขศึกษา เป็นต้น

รพ.ก็ได้จัดสวัสดิการให้แก่จิตอาสา เช่น เสื้อกั๊กให้แก่จิตอาสาที่ปฏิบัติงานยังไม่ครบ ๖ เดือน เสื้อสีชมพูสำหรับผู้ปฏิบัติงานเกิน ๖ เดือน

ในปี ๒๕๕๒ ได้มีการพัฒนาเครือข่าย จัดอบรมให้ความรู้ ขยายจากหอผู้ป่วยนอกไปยังหอผู้ป่วยในอีก ๙ หอ ได้ไปเชิญชวนผู้ที่เกษียณอายุมาเป็นจิตอาสา และมีกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น

- จัดเวทีเอาตัวอย่างคนจิตอาสามาเล่าสู่กันฟัง ทบทวนกิจกรรมที่ทำการแลกเปลี่ยนหาแนวทางของจิตอาสาด้วยกัน

- การฝึกเรียนรู้ อบรมทักษะ ก่อนเข้าไปทำงานในหอต่างๆ

- ได้มอบประกาศเกียรติคุณผ่านการอบรม ครบ ๑ ปี และจิตอาสาดีเด่น

- มีการประชุมติดตาม หลังทำงาน เพื่อประเมินการทำงาน และความสมัครใจที่จะทำงานด้านใด หน่วยไหน

- จัดทำใบสมัครเพื่อเป็นทะเบียนจิตอาสา

นอกจากนี้ยังมีจิตอาสาในชุมชนในการออกดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยในชุมชน เช่น สำรวจลูกน้ำ ใส่ทราย ฟื้นฟูผู้ป่วยเรื้อรัง ออกกำลังกาย ประดิษฐ์กายอุปกรณ์ เครื่องมือออกกำลังกาย

....................................................

นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ แต่มีหัวใจอันยิ่งใหญ่ของแก้วอาสา

ที่อาสาเข้ามาทำงานด้วยหัวใจที่อยากทำ อยากให้

ให้ที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ

เพราะนี่คือการให้ ให้ และให้

....................................................

นอกจากนี้แต่ละรพ.และสสอ.ก็มีเรื่องราวดีดีของการดำเนินงานรพ.จิตอาสาและชมรมจริยธรรมในหลากหลายรูปแบบ แม้ว่าบางแห่งยังไม่ได้เริ่มหรือเริ่มแบบไม่ประติดประต่อก็ตาม การได้มาเห็นตัวอย่างเรื่องเล่าดีดี ทำให้มีกำลังใจและแรงบันดาลใจที่จะกลับไปทำที่หน่วยงานของตนเองให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

และที่ประชุมก็นัดหมายกันว่าจะมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทุกๆ ๓ เดือน เพื่อกลับมาเติมพลังกาย พลังใจ และความรู้กันและกัน

ดอกไม้กำลังเบ่งบาน และจะขยายไป

......................................................

บันทึกจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รพ.จิตอาสา และ ชมรมจริยธรรม

วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุม ๑ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน

ขอบคุณบุคคลต้นเรื่อง

และภาพจากชมรมจริยธรรมรพ.น่าน

ขอบคุณจิตอาสาทุกๆ ท่าน

ขอบคุณกัลยาณมิตรผู้ร่วมสร้างจิตอาสาและธรรมะในหัวใจ