ต่อจากตอนที่ 1
นอกจากนี้ในทุกโอกาสที่พนักงานสละเวลาวันหยุดมาทำกิจกรรมพัฒนาโรงงาน เช่น Big Cleaning Day ซึ่งไม่ถือเป็นการทำงานล่วงเวลา บริษัทจะสมทบเงินเข้ากองทุนเพิ่มอีกตามจำนวนพนักงานที่มาร่วมกิจกรรม และในทุกสิ้นปีจะสมทบเพิ่มเติมอีกเท่ากับเงินรางวัลผลงาน ๕ ส. ประจำปีของแต่ละหน่วยงาน วิธีการสงเคราะห์ผู้อื่นด้วยความดีของตนเอง เช่นนี้ ช่วยให้กิจกรรมพัฒนาต่างๆได้รับความร่วมมือจากพนักงานเป็นอย่างดี และส่งเสริมให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กรและการเสียสละเพื่อส่วนรวม
โครงการสำคัญที่ส่งเสริมความเป็น “ผู้ให้” และความกตัญญูต่อถิ่นฐานบ้านเกิด คือ “โครงการกองทุนพัฒนาบ้านเกิด” ซึ่งบริษัทได้เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๔๕ จำนวน ๑๐ ทุน และเพิ่มขึ้นทุกปีจนเป็น ๘๐ ทุน (ทุนละ ๓,๐๐๐ บาท) ในปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา พนักงานสามารถเขียนโครงการขอรับทุนเพื่อไปทำสาธารณะประโยชน์ให้กับท้องถิ่นบ้านเกิดของตนเองในโอกาสที่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านช่วงวันหยุดปีใหม่และสงกรานต์ โดยบริษัทจะมอบทุนพร้อมจดหมายขอบคุณท้องถิ่นบ้านเกิดที่ได้บ่มเพาะบุคลากรที่ดีมาร่วมงานกับบริษัท และชื่นชมในความกตัญญูที่พนักงานผู้นั้นมีต่อบ้านเกิดของตน โครงการนี้ได้ผลเป็นอย่างดียิ่งในการส่งเสริมความกตัญญู และเปิดโอกาสให้พนักงานได้สัมผัสกับ “ความสุขจากการเป็นผู้ให้” โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ทั้งยังช่วยให้ท้องถิ่นมีความหวังกำลังใจ พ่อแม่ของพนักงานภาคภูมิใจในคุณความดีของลูก
อีกกิจกรรมที่ปลูกฝัง “คุณธรรม” ในระดับจิตใจ คือ “โครงการปฏิบัติธรรม” ซึ่งบริษัทอนุญาต ให้พนักงานเข้าปฏิบัติธรรมกับยุวพุทธิกสมาคม (หลักสูตร ๘ วัน และ ๓ วัน) โดยไม่นับเป็นวันลา ทั้งยังอำนวยความสะดวกจัดหาเสื้อผ้า (ชุดขาว) และรถรับส่ง ใน 2 ปีที่ผ่านมีผู้เข้าร่วมโดยสมัครใจแล้วทั้งสิ้นกว่า ๘๐ คน เรายังได้ร่วมทอดกฐินทุกปีกับยุวพุทธิกสมาคมเพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดให้พนักงานที่เกิดในแต่ละเดือนได้ทำบุญใส่บาตรร่วมกันที่โรงงานทุกเดือน และในโอกาสวันสำคัญทางศาสนาจะนิมนต์พระสงฆ์ มาบรรยายธรรมะให้พนักงานได้ฟัง รวมทั้งร่วมรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” กับทาง สสส. เป็นประจำทุกปี
ควบคู่ไปกับกิจกรรมส่งเสริม “ความเสียสละและคุณธรรม” บริษัทตระหนักดีว่าต้องไม่ละเลยการพัฒนา “ความอยู่ดีมีสุข” ของพนักงานด้วยโดยบริษัทได้จัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ จนได้เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทนำร่องที่ได้รับรองมาตรฐาน MS:QWL (ระบบพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานในสถานประกอบการ) ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และโครงการ Happy Workplace ของจังหวัดชลบุรี (ภายใต้การสนับสนุนของ สสส.) ซึ่งทั้ง ๒ โครงการมุ่งเน้นการสร้าง “ความสุข” และ “คุณภาพชีวิต” แบบบูรณาการครอบคลุม ๔ มิติด้วยกัน คือ กาย อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ รวมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย มรท. ๘๐๐๑ ด้วย
บริษัทยังมุ่งเน้นมาตรการป้องปรามภัยยาเสพติดด้วยการเข้าร่วมโครงการ To Be Number One และโรงงานสีขาวทุกปี บริษัทเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับ สสส. ในทุกโครงการสำคัญเพื่อรณรงค์ลดอบายมุขและอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล รวมทั้งให้การสนับสนุน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในการให้โอกาสแก่ผู้ที่ผ่านการบำบัดได้มีอาชีพสุจริตทำการจะทำให้ “คุณธรรม” ฝังแน่นอยู่ในจิตใจและพัฒนาเป็นพฤติกรรมดำเนินชีวิตปกติ ต้องอาศัยการปลูกฝังตอกย้ำข้อคิดและสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ อยู่เสมอ
บริษัทส่งเสริมให้พนักงานระดับหัวหน้างานจนถึงผู้บริหารทุกคน ศึกษา “พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” อย่างจริงจัง โดยมอบหนังสือ ๖๐ พระบรมราโชวาทให้ทุกคนไปศึกษา และนำมาถ่ายทอดให้ที่ประชุมฟังถึงข้อคิดจากพระบรมราโชวาทที่ตนเองประทับใจและตั้งใจยึดถือปฏิบัติตาม สำหรับพนักงานระดับปฏิบัติการทุกคน บริษัทได้จัดให้เรียนรู้เกี่ยวกับ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” จาก CD E-Learning ซึ่งได้รับมาจากมูลนิธิชัยพัฒนา
กิจกรรมพัฒนาหลากหลายข้างต้นเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของบุคคลากรทุกคนทุกหน้าที่ในองค์กร โดยมีฝ่ายพัฒนาบุคลากรและองค์กร ร่วมกับ “คณะกรรมการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของพนักงาน” (ซึ่งเป็นคณะตัวแทนพนักงานทุกระดับและมาจากการเลือกตั้ง) เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและดำเนินการ โดยบริษัทได้กำหนดเป็นงบประมาณประจำปี เพื่อสนับสนุนกิจกรรมครอบคลุมการพัฒนาบุคคลากรและองค์กรในทุกด้าน ในการสร้างให้เป็นทั้ง “คนเก่ง” และ “คนดี” และบุคคลากรทุกคนได้ถือเป็นข้อตกลงร่วมกันที่จะ “ลงทุน” เวลาส่วนตัวอย่างน้อย ๔๘ ชั่วโมงต่อปี ในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาตนเองต่างๆ เพิ่มเติมจากหลักสูตรการพัฒนาทักษะความรู้ในเวลางานปกติ เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับตนเองและองค์กรได้อย่างรวดเร็ว
3. ท่านคิดว่าองค์ประกอบหรือปัจจัยใดเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดองค์กรสุขภาวะ
(ความเป็นผู้นำ (Leadership) นโยบาย(Policy) แกนนำ (Core Group) สภาวะแวดล้อม(Environment))
ตอบ
เจตนา ความจริงใจ ตั้งใจจริงของเจ้าของกิจการ ที่เห็นคุณค่าและความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรและองค์กร ด้วยการบ่มเพาะคุณธรรมความดีงาม มิใช่มุ่งแต่ผลกำไร ที่สำคัญมิใช่แต่เพียงกระทำด้วยการพร่ำสอนบอกกล่าวให้ผู้อื่นกระทำเท่านั้น ผู้ประกอบการต้องแสดงออกจากพฤติกรรม การดำรงชีวิตของตนเองอันสอดคล้องและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสมาชิกในองค์กร ชักชวนให้ผู้บริหารระดับสูงท่านอื่นๆ ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี เช่นเดียวกัน
การสร้างความพร้อมของเงื่อนไขหรือเหตุปัจจัย อันเกิดประสบการณ์จากการสร้างสภาพแวดล้อมภายใน การจัดระเบียบเพื่อการสร้างความเชื่อมโยง และการฝึกอบรม มิได้เกิดขึ้นพร้อมกันโดยทันที แต่เกิดขึ้นตามความพร้อมขององค์กรในแต่ละช่วงเวลา และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อการสะสมประสบการณ์การบ่มเพาะคนดีอย่างเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างเป็นองค์รวม นำสู่ความพร้อมแห่งเหตุปัจจัยหรือเงื่อนไขทั้งปวงในเวลาต่อมา
แม้การเกิดขึ้นของกิจกรรมอันเป็นเงื่อนไขหรือเหตุปัจจัยในข้อ ๒ อาจไม่ได้มาจากการริเริ่มของเจ้าของกิจการหรือผู้บริหาร แต่การเข้าร่วมกิจกรรมโดยเจ้าของกิจการและผู้บริหารร่วมกับพนักงานทั้งหมดกลับเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงเจตนาและความตั้งใจของเจ้าของกิจการได้เป็นอย่างดี มากกว่าการแสดงออกด้วยคำพูดเท่านั้น
การดำรงอยู่ของกิจกรรมในข้อ ๒ ไม่ควรเกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ควรดำรงอยู่ในแบบแผนการดำเนินงานในองค์กรอย่างเป็นประจำ หรืออยู่ในวิถีชีวิตของคนในองค์กรนั้นๆ โดยอาจจัดเป็นประจำทุกปี หรือ เป็นภาคบังคับให้กับพนักงานใหม่ หรือ นำผลการฝึกอบรมเข้ามาใช้ในวิถีการทำงานเป็นต้น
การสื่อสารภายในองค์กร เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวังทั้งในเรื่อง การเน้นให้เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารสูงสุดเป็นผู้สื่อสารเรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเอง ในกรณีที่เป็นประเด็นที่อ่อนไหวและมีความสำคัญยิ่งยวด ด้วยท่าที และการใช้คำพูดที่เป็น สัมมาวาจา คือ ไม่กล่าวโกหก ส่อเสียด และเบียดเบียนกันแล้ว ยังเป็นคำพูดที่ทำให้เกิดความรู้สึกดี เสริมกำลังใจ เป็นอาหารเสริมทางจิตใจให้แก่กันและกัน เป็นการสื่อสารสร้างพลังคุณธรรม ความดีงาม ให้กับคนในองค์กรที่สำคัญ

อ. สัมฤทธิ์ สว่างคำ