เก็บลิตรละ50สต. คลังจี้รัฐวิสาหกิจ เร่งส่งรายได้คืน ชงกู้เพิ่ม9.4หมื่นล.

เก็บลิตรละ50สต. คลังจี้รัฐวิสาหกิจ เร่งส่งรายได้คืน ชงกู้เพิ่ม9.4หมื่นล.


เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) เป็นประธานประชุมวิชาการเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจโลกกับกรุงเทพมหานคร โดยกล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า รายได้ของ กทม.เป็น 1 ใน 4 ของรายได้ของระบบเศรษฐกิจไทย จากภาวะเศรษฐกิถดถอย ทำให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ลดลงตามลำดับ จากปี 2547 อยู่ที่ 6.3 ถึงปี 2550 จีดีพี อยู่ที่ -2.5 ตัวเลขการว่างงานทั่วประเทศอยู่ที่ 5.2 แสนคน คิดเป็นสัดส่วนในกทม. 9 หมื่นคน อีกทั้ง รายได้จากการท่องเที่ยว การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลง ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบของกทม.มีปัญหา ต้องนำเงินสะสมออกมาใช้เดือนละ 1 พันล้านบาท

กทม.ถังแตกเล็งเก็บภาษีน้ำมัน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวต่อว่า ดังนั้น กทม.ต้องช่วยตัวเองด้วยการหารายได้จากแหล่งอื่น โดยกำลังพิจารณาจัดเก็บรายได้จากภาษีน้ำมันลิตรละ 5 สตางค์ เพราะที่ผ่านมากทม.ไม่ได้จัดเก็บรายได้ส่วนนี้ ขณะที่จังหวัดอื่นเก็บลิตรละ 10 สตางค์ ถ้ากทม.เก็บจะมีรายได้ปีละ 500 ล้านบาท แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เกรงจะซ้ำเติมประชาชน อาจชะลอไว้ก่อน นอกจากนี้ อาจจัดเก็บภาษีเหล้า บุหรี่และโรงแรม ซึ่งกำลังยกร่างแก้ไขพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528
นอกจากนี้ ได้เร่งเบิกงบประมาณกทม.ปี 2552 และ เตรียมเสนอ กทม.อนุมัติงบ 3,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ การจ้างงานบัณฑิตจบใหม่เป็นเวลา 6 เดือน โครงการธนาคารเพื่อประชาชน โครงการบ้านยิ้ม และส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีราคาสูงในกทม. อาทิ เมลอน (Melon) ในเขตหนองจอก กทม.โดยรายได้อยู่ที่ 2.4 แสนบาทต่อไร่ รายได้ดีกว่าปลูกข้าว

ห่วงรัฐบาลไม่มีงบอุดหนุน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การที่รัฐบาลออกมายอมรับว่าอัตราการขยายเศรษฐกิจติดลบ 3% ถือเป็นเรื่องดี เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เตรียมมาตรการรองรับ ทั้งนี้ ตนเป็นห่วงว่ารัฐบาลจะไม่มีเงินมาสนับสนุนการดำเนินภารกิจโครงการต่างๆ ของ กทม.อาทิ เตาเผาขยะ การสร้างสาธารณูปโภคหากเศรษฐกิจยังเป็นเช่นนี้

บี้รสก.ส่งรายได้คืนคลัง
ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่านายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังสั่งให้สคร.ไปขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจให้นำส่งรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงไปสำรวจดูว่าหน่วยงานใดมีเงินสดคงเหลืออยู่ในมือเป็นจำนวนมาก และยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินขอให้ส่งเงินกลับคืนมาที่คลัง เพื่อมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โรงงานยาสูบที่เดิมมีการจัดสรรเงินไว้ เพื่อสร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่ แต่ในเมื่อแผนการชะลอไป ก็ควรส่งเงินคืน อย่างไรก็ตาม สคร.ยังมั่นใจว่าการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจปี 2552 จะไม่ได้รับผลกระทบแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่เป็นห่วงกระแสเงินสดที่หน่วยงานแต่ละแห่งต้องนำมาใช้หมุนเวียนอาจได้รับผลกระทบบ้าง ที่ผ่านมากระทรวงการคลังรายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 25 มีนาคมว่า รายได้จากรัฐวิสาหกิจปี 2552 จะมีจำนวน 85,000 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการณ์ที่ตั้งไว้ว่าจะมีการนำส่งรายได้เข้ารัฐ 93,000 ล้านบาท

เก็บรายได้หลุดเล็งหาชดเชย
นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการจัดเก็บรายได้ของรัฐถึงเดือนมีนาคมยอมรับว่า มีแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของรัฐสุทธิอาจลดลงต่ำกว่าประมาณการถึง 240,000 ล้านบาทหรือ 15% จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่ารายได้รัฐบาลน่าจะต่ำกว่าประมาณการ 180,000 ล้านบาทหรือ 10% เท่านั้น จึงต้องหารายได้อื่นมาชดเชย ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังดูการเลี่ยงภาษี โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ไปหาทางอุดช่องโหว่ที่ทำให้การจัดเก็บรายได้ลดลง พร้อมดูภาษีใหม่ที่จัดเก็บเพิ่มได้ โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตคาดจะได้ข้อสรุปเดือนเมษายน

ชี้ขาดเก็บภาษีชา-กาแฟเมย.
รมช.คลังยังกล่าวถึงคณะกรรมการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่มี น.ส.สุภา ปิยจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานว่า จะได้ข้อสรุปเรื่องปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตทั้งหมดรวมถึงข้อสรุปการจัดเก็บภาษีชา กาแฟ ภายในเดือนเมษายน จากนั้นจะเสนอให้ ครม.พิจารณาว่าจะจัดเก็บภาษีหรือไม่ แม้นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดไม่จัดเก็บภาษีชากาแฟแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ครม.ยังต้องพิจารณาในส่วนภาษีบาป เช่น เหล้า เบียร์ บุหรี่ว่าจะเก็บเพิ่มหรือไม่ รวมถึงการจัดเก็บภาษีเอสเอ็มเอส และเกมส์ออนไลน์ที่จะได้ข้อสรุปภายในเดือนเมษายน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)เปิดเผยว่า ได้เสนอเรื่องการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้รมว.คลังพิจารณาแล้ว จะทำให้ระยะปานกลางและระยะยาวท้องถิ่นจะเก็บรายได้มากขึ้น จากนั้นจะเสนอเก็บภาษีมรดกตามมาทีหลัง

คลังดันครม.กู้เพิ่ม 9.4หมื่นล.
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวว่า วันที่ 31 มีนาคม กระทรวงการคลังจะเสนอครม.อนุมัติการกู้เงิน 9.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้ที่อาศัยช่องทางของพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ และ พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ที่เปิดช่องกรณีที่รัฐบาลมีวงเงินรายจ่ายมากกว่ารายได้ ทั้งนี้ การกู้เงิน 9.4 หมื่นล้านบาท จะทำให้วงเงินกู้เพื่อชดเชยขาดดุลปี 2552 เต็มเพดานที่กฎหมายกำหนด หรือประมาณ 4.4 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมามีการกู้ไปแล้ว 3.5 แสนล้านบาท
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า
กระทรวงการคลังจะเสนอ พระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้รัฐบาลพิจารณาเร็วๆนี้ เหมือนปี 2540 ที่ รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน ซึ่งการออก พ.ร.ก.กู้เงินนี้ ทำให้ไม่ต้องไปแก้กฎหมายขยายการก่อหนี้ของรัฐบาลไม่เกิน 20% ของเงินงบประมาณ รวมกับ 80% ของต้นชำระเงินกู้ ทั้งนี้ การกำหนดเงินกู้ในพ.ร.ก.ขึ้นอยู่กับโครงการที่จะลงทุนของรัฐบาลในอนาคต

"อันวาร์"แนะอาเซียนจับมือฟื้นศก.
วันเดียวกัน นายอันวาร์ อิบราฮิม หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน มาเลเซีย กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง วิกฤตเศรษฐกิจโลกกับอนาคตของอาเซียน ซึ่งจัดโดยสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันวิชาการ 14 ตุลาโดยสรุปว่า อาเซียนต้องร่วมมือกันแก้วิกฤตเศรษฐกิจโลกขณะนี้ โดยยึดหลักหลักธรรมาภิบาล รื้อระบบใหม่ แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น การมีผู้นำที่มีประสิทธิภาพ มีเหตุผล จะทำให้การแก้ไขวิกฤตได้กระทำอย่างทันท่วงที เพื่อความยุติธรรมทางสังคม ระบบพวกพ้องที่ทำความผิดแล้วไม่ลงโทษจะต้องแก้ไข

 

แนวหน้า วันที่ 31/3/2009