เพิ่งกลับเข้าบ้านก่อนหน้านี้ไม่นานนักก่อน 4 ทุ่ม ( 30-03-2552 ) เพราะสนใจไปติดตามเหตุการณ์การชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.น่าน โดยรับรู้มาตั้งแต่ก่อนเที่ยงวัน ต่อเนื่องจนเย็นและค่ำ ไม่ค่อยเห็นเหตุการณ์แบบนี้เท่าไหร่ ปกติน่านเป็นเมืองสงบ สนใจครับว่า กิจกรรมทางการเมืองครั้งนี้นั้น เพื่อนร่วมชาติ ร่วมจังหวัดของเรา คิดและกำลังทำอะไรกันอยู่
ในหลักการบุคคลย่อมเสมอภาคกันในทางกฎหมาย มีเสรีภาพที่จะแสดงความคิด ความเห็นโดยไม่ละเมิดบุคคลอื่น จากที่สังเกตการณ์พบว่า วาจาที่พูดผ่านไมค์ มีหลายท่านที่ไม่คุ้นเคย กล่าววาจาไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น เกี่ยวกับสีโดยอ้างว่าไม่เหมือนสีที่ตนใส่ ( ทำนองนั้น )
ส่วนตัวผมเองถูกผู้เกี่ยวข้องถามว่า ทำไมไม่ใส่สีเสื้อเหมือนผู้ถาม หลายท่านตั้งคำถามมา ไม่ได้ตอบไปตรง ๆ แบบชวนทะเลาะไม่ดี ไม่เหมาะสมกับบรรยากาศ ตอบไปว่า เลยยิ้ม ๆ หรือก็ตอบคำถามเกรงว่าจะไม่ถูกใจผู้ถาม เอาเป็นว่าให้ผู้ถามได้โปรดเข้าใจว่า เราเป็นคนไทย เป็นประชาชน ไม่ได้เป็นศัตรูคุณ ( เจ้าของสีต่าง ๆ )
ผมถูกครอบครัวสอนประชาธิปไตยในบ้าน คือ ให้รู้จักรับฟังอย่างให้เกียรติผู้พูด ให้รู้จักกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นโดยไม่ใช้อารมณ์ ครอบครัวอื่น ๆ เป็นอย่างไรไม่ทราบ เท่าที่สังเกตครอบครัวประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราปัจจุบัน ดูเปลี่ยนไป หากใครไม่ใช่สีเสื้อคุณแล้ว เขาไม่รักชาติ แบบนี้เห็นทีว่าจะต้องขอให้ครูสังคมศึกษา ได้สอนประชาธิปไตยในโรงเรียนกันใหม่ เพื่อให้หน่วยความรู้กลับไปให้ความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ครอบครัวประเทศไทย
หลายคนรวมทั้งผม ไม่ชอบการแบ่งฝ่าย แบ่งสี และไม่ชอบการชี้นำ มีคำพูดว่า แตกต่างต่างแต่ไม่แต่แยก ประโยคนี้ควรนำไปขยายความต่อ ผู้ที่อ้างว่า รักประชาธิปไตย ควรอย่างยิ่งที่จะต้องเคารพสิทธิขึ้นพื้นฐานของประชาชน เมื่อการเลือกตั้งจบลงผู้ที่ควรเป็นผู้นำควรบริหารตามครรลอง ไม่พอใจต่อไปก็ไม่ต้องไปเลือกให้มาบริหารบ้านเมือง มีกลไลไหนที่จะตรวจสอบ ทวงถามนักการเมืองให้ทำงานได้ก็ควรทำกันไปตามวิถีทาง
การแสดงออกในทางการเมืองที่เห็น ๆ กันอยู่ ถือว่าเปิดเผยดี แต่ต้องระมัดระวังว่า ไปละเมิดบุคคล องค์กร หรือสถาบันสำคัญ ไม่อยากให้พวกเราคนไทยด้วยกัน พากันมองกันแบบตั้งแง่ มองกันเหมือนเป็นศัตรูกัน ไม่ส่งเสริมบรรยากาศประชาธิปไตยกันเลย โถ...การเลือกตั้งที่เขาให้ลงคะแนนลับก็ต้องการไม่ให้ประชาชนทะเลาะเบาะแวงกันนั่นเอง ขอโปรดได้พยายามทำความเข้าใจกันทีเถอะ เพื่อบรรยาการความร่วมมือที่ดีในการพัฒนาประเทศชาติ
"ประชาชนยังคงเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งของนักการเมืองที่คิดแต่ตัวเองไม่เคยเปลี่ยนแปลง" ครับ ... เมื่อเกิดเหตุใด ๆ ขึ้นมา ประชาชนตายไปสักคน กลายเป็น ผู้เสียสละ ในขณะที่ประโยชน์ตกอยู่กับนักการเมืองที่เหยียบหัวเขาเพื่อสู่เป้าหมายเท่านั้น
การรู้จักไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ถือเป็น จิตสำนึกขั้นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย ครับ
เห็นด้วยครับ :)...