หัวใจก็มีไฟฟ้า

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ

           หัวใจเริ่มเต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา กล้ามเนื้อหัวใจมีลักษณะพิเศษกว่ากล้ามเนื้ออื่นๆ คือ สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้เอง ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะเริ่มต้นจากหัวใจห้องขวาบน เรียกว่า Sinus Node โดยมีอัตราการปล่อยไฟฟ้าประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาที (ถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนหลายชนิด) ไฟฟ้าที่ออกจาก Sinus Node จะกระจายออกไปตามเซลนำไฟฟ้า ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในหัวใจ เริ่มจากขวาไปซ้าย (ห้องบนขวาไปห้องบนซ้าย) และลงล่างด้วย เมื่อเซลกล้ามเนื้อหัวใจถูกกระแสไฟฟ้านี้ ก็จะเกิดการหดตัวขึ้น ทำให้เกิดการบีบตัวของห้องหัวใจ ดังนั้นการบีบตัวของห้องหัวใจจึงเริ่มจากด้านขวามาซ้าย และ ห้องบนก่อนห้องล่าง

        

            รูปที่ 1 แสดงการนำไฟฟ้าหัวใจ

l คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ( Electrocardiogram) ตัวย่อ ECG/EKG คือ การแสดงการทำงานของหัวใจในรูปแบบกราฟ โดยกราฟที่เกิดขึ้นนี้เกิดจาก การวัดความต่างศักย์ของการเหนี่ยวนำทางไฟฟ้าของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจนั่นเอง

คลื่นไฟฟ้าหัวใจจะบอกจังหวะการเต้นของหัวใจ บอกขนาดห้องหัวใจ(แต่ไม่ดีนัก) บอกโรคของเยื่อหุ้มหัวใจ บางชนิด หรือ กล้ามเนื้อหัวใจตาย หลายคนคิดว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการ “เช็ค” หัวใจคล้ายเช็คเครื่อง แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่เช่นนั้น คลื่นไฟฟ้าหัวใจจะผิดปกติก็ต่อเมื่อมีโรคหัวใจที่รุนแรง เช่น หัวใจขาดเลือดรุนแรง กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้น ผิดจังหวะ เป็นต้น ต้องเข้าใจว่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ปกติ ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้เป็นโรคหัวใจ

รูปที่ 2 แสดงลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ

รูปที่ 3 แสดงวิธีตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

รูปที่ 4แสดงตัวอย่างลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เร่งด่วน

Bradycardia

 Atrial  Flutter

Atrial Fibrillation

รูปที่ 5 แสดงลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เป็นอันตรายรุนแรง หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

l

 

Venticular Fibrillation

VenticularTachycardia

Asystole