ความผันผวนของชีวิต : บททดสอบผู้ศรัทธา

บทความโดยเชค สะลีม อัลฮิลาลี

                    แปลและเรียบเรียงโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน

                 ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

               ***********************************************

        ชีวิตของมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ถาวรมั่นคง ทุกอย่างล้วนมีขึ้นมีลง มีสุขมีทุกข์ มีรวยมีจน บางครั้งก็สุขภาพดี บางครั้งก็เจ็บป่วยสลับกันไป แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม ผู้ศรัทธาก็คือผู้ที่รักษาระดับความศรัทธาของเขาไว้ไม่ให้ผันผวนไปตามกระแสชีวิต ไม่ว่าจะทุกข์จะสุข จะดีหรือร้าย ผู้ศรัทธาจะยังคงนึกถึงอัลลอฮฺเสมอ ไม่เอะอะโวยวายหรือตีโพยตีพายโทษนั่นโทษนี่และจะวิงวอนขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ให้ปลดเปลื้องความทุกข์ออกไปจากเขา นี่คือสิ่งที่ท่านนบีมุฮัมมัดได้อธิบายไว้เมื่อท่านกล่าวว่า : "ช่างน่าทึ่งเหลือเกินสำหรับการงานของผู้ศรัทธา ทุกอย่างล้วนเป็นประโยชน์แก่เขาทั้งสิ้น ถ้าหากเขาได้รับความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต เขาก็ขอบคุณและนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา และถ้าหากเขาได้รับความทุกข์ยากลำบาก เขาก็อดทน และนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา" (บันทึกโดยมุสลิม)

       และอัลลอฮฺทรงกล่าว : "แท้จริง เราจะทดสอบสูเจ้าด้วยความกลัว ความหิว การสูญเสียทรัพย์สิน ชีวิตและพืชผล และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้อดทน ผู้ที่เมื่อเคราะห์กรรมมาประสบแก่เขา พวกเขาก็กล่าวว่า "แท้จริง เราเป็นของอัลลอฮฺและยังพระองค์ที่เราต้องคืนกลับ" คนเหล่านี้แหละคือผู้ที่จะได้รับความจำเริญและความเมตตาจากพระผู้อภิบาลของพวกเขาและพวกเขาคือผู้ที่ได้รับทางนำที่ถูกต้อง" (กุรอาน 2 : 155-157)

ดังนั้นผู้ศรัทธาจะต้องกตัญญูรู้คุณและขอบคุณต่ออัลลอฮฺสำหรับความจำเริญและความดีงามที่พระองค์ได้ประทานแก่เขาและเขาจะต้องอดทนเมื่อต้องได้รับความทุกข์ยากลำบาก ความหิวหรือเคราะห์กรรมอื่นๆ ความทุกข์ยากลำบากเป็นผลดีแก่ผู้ศรัทธา

อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวว่าในชีวิตนี้ ความทุกข์ยากลำบากและหายนะภัยต่างๆเกิดขึ้นกับทั้งผู้ศรัทธาและผู้ไม่ศรัทธา สำหรับผู้ไม่ศรัทธานั้น ความลำบากคือสิ่งที่ทำให้เขาไม่สามารถใช้ชีวิตทางโลกตามปกติได้ แต่สำหรับผู้ศรัทธานั้นตรงกันข้าม เพราะความทุกข์ยากลำบากคือการรำลึกพระเจ้าและการทดสอบที่ได้รับสัญญาว่าจะได้รับรางวัลตอบแทนอันยิ่งใหญ่และเป็นสิ่งที่จะไถ่บาปต่างๆ ไม่ว่าเคราะห์กรรมที่เกิดขึ้นกับผู้ศรัทธาจะเล็กน้อยเพียงใด มันล้วนแต่จะนำข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องการให้อภัยและตำแหน่งอันสูงส่งในสวรรค์มาให้เขาเสมอ บรรพชนมุสลิมผู้ทรงคุณธรรมในอดีตของเรามักจะยินดีเมื่อต้องประสบเคราะห์กรรมหรือความทุกข์ยากลำบากเพราะพวกเขามองมันว่าเป็นรางวัลแห่งการให้อภัยและความเมตตาของอัลลอฮฺ ความทุกข์ช่วยไถ่บาป

อบูฮุร็อยเราะฮฺได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "ความทุกข์ยากลำบากยังคงเกิดขึ้นกับชายและหญิงผู้ศรัทธาในร่างกาย ครอบครัวและทรัพย์สินของพวกเขาจนกระทั่งพวกเขาได้พบอัลลอฮฺโดยไม่มีบาป" (อัตติรฺมีซี)

สัญญาณแห่งความรักของอัลลอฮฺ 
อบูฮุร็อยเราะฮฺได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "เมื่อใดที่อัลลอฮฺจะประทานความดีแก่ใคร พระองค์จะทำให้เขาได้รับความทุกข์ ยากลำบาก"(บันทึกโดยอัลบุคอรีและคนอื่นๆ)

สัญญาณของความศรัทธา 
อบูฮุร็อยเราะฮฺและกะอับ อิบนุมาลิก ได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "อุปมาของผู้ศรัทธาก็เปรียบได้ดังต้นไม้ที่สดใสชุ่มฉ่ำและถูกลมพัดเอียงไปทางนั้นทางนี้เช่นเดียวกับผู้ศรัทธา เขายังคงได้รับความทุกข์ยากลำบากต่อไป และอุปมาของพวกหน้าไหว้หลังหลอกนั้นเปรียบได้กับต้นซีดาร์ที่มั่นคง มันไม่สั่นคลอนจนกระทั่งมันถูกถอนรากทั้งหมดในทีเดียว" (บันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิม)

สัญญาณของคุณความดี 
บรรดานบีและผู้ทรงคุณธรรมล้วนได้รับเคราะห์กรรมอย่างสาหัสที่สุด แต่รางวัลตอบแทนของท่านและคนเหล่านั้นก็สูงที่สุด ซะด์ได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "คนที่ได้รับความทุกข์ทรมานที่สุดในหมู่มนุษย์ก็คือบรรดานบี หลังจากนั้นก็คนดีที่สุด แล้วก็คนดีที่สุดหลังจากนั้น แต่ละคนได้รับความทุกข์แสนสาหัสตามความศรัทธาของตน ถ้าหากความศรัทธาของเขามั่นคง ทุกข์ของเขาก็หนักและถ้าหากความศรัทธาของเขาอ่อนแอทุกข์ของเขาก็เบา ความจริงแล้วเขาจะต้องได้รับความทุกข์ยากลำบากอย่างหนักจนกระทั่งเขาเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนโดยไม่มีบาปใดๆ"(บันทึกโดยอะหมัดและอัตติรฺมีซี)

ชำระโทษก่อน 
อนัสได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "เมื่ออัลลอฮฺประสงค์ให้บ่าวของพระองค์ได้รับความดี พระองค์จะทรงเร่งการลงโทษเขาในชีวิตนี้ และเมื่อพระองค์ประสงค์ให้บ่าวของพระองค์ได้รับโทษ พระองค์ก็จะรักษาบาปของเขาไว้เพื่อตัดสินเขาตามนั้นในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ" (อัตติรฺมีซี)       

รางวัลตอบแทนทวีคูณ 
อนัสได้กล่าวว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "จำนวนของรางวัลตอบแทนนั้นเป็นไปตามจำนวนความทุกข์ยากเดือดร้อน เมื่ออัลลอฮฺทรงรักใครบางคน พระองค์ก็จะทดสอบพวกเขา(ด้วยความทุกข์ยากลำบาก) ดังนั้น ใครที่พอใจ(กับสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนด) อัลลอฮฺก็จะทรงยอมรับเขาและใครที่ไม่พอใจ(ในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนด)ก็จะได้รับความกริ้วจากอัลลอฮฺ? (อัตติรฺมีซี)

รางวัลสำหรับการเจ็บป่วย 
เราจะต้องไม่มองการเจ็บป่วยว่าเป็นความทุกข์โศกและสิ้นหวัง แต่จงจำไว้ว่าในความเจ็บป่วยนั้นมีความดีงามอยู่ มันเป็นความทุกข์อย่างหนึ่งที่อัลลอฮฺทรงใช้ทดสอบบ่าวของพระองค์โดยให้โอกาสพวกเขาได้รับรางวัลตอบแทนดังที่ได้อธิบายมาในตอนต้นและดังที่จะอธิบายต่อไป

ลบล้างบาปและยกฐานะ 
อบูฮุร็อยเราะฮฺได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "เมื่อใดก็ตามที่มุสลิมคนหนึ่งได้รับความทุกข์ยากจากความป่วยไข้หรือจากเรื่องอื่นๆ อัลลอฮฺก็จะปลดบาปของเขาเพราะความทุกข์นั้นเหมือนกับต้นไม้ปลิดใบของมันทิ้ง" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม) 
อบูสะอี๊ด อัลคุดรี ได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "มุสลิมไม่ได้รับความทุกข์ใดๆจากความลำบาก การเจ็บไขได้ป่วย ความเศร้าโศก ความกังวล อันตรายหรือความท้อแท้สิ้นหวังแม้แต่ถูกหนามตำ นอกไปจากอัลลอฮฺทรงไถ่บาปของเขาด้วยสิ่งนั้น" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)

สะอี๊ดได้กล่าวว่า "ฉันอยู่กับซัลมานเมื่อเขาไปเยี่ยมคนป่วยในคินดะฮฺ (เปอร์เซีย) และเขาได้กล่าวกับคนป่วยว่า "จงหวังในสิ่งดีเพราะอัลลอฮฺทรงทำให้การเจ็บไข้ได้ป่วยของผู้ศรัทธาเป็นการไถ่โทษ(สำหรับบาปของเขา)และเป็นระยะเวลาแห่งการพักผ่อน เขาเหมือนกับกับอูฐที่เจ้าของมันผูกไว้แล้วหลุดไป มันไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงได้ถูกผูกไว้และทำไมมันถึงได้ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ" (บันทึกโดยบุคอรี) 
ท่านหญิงอาอิชะฮฺได้รายงานว่าครั้งหนึ่งท่านนบีรู้สึกเจ็บปวดอะไรบางอย่างขึ้นมาซึ่งทำให้ท่านได้รับความทรมานและต้องพลิกตัวไปมาบนเตียง นางได้กล่าวว่า "ถ้าใครทำสิ่งนี้ ท่านก็น่าจะตำหนิเขาแล้ว" ท่านได้ตอบว่า "การเจ็บป่วยรุนแรงขึ้นสำหรับคนดี เมื่อใดก็ตามที่ผู้ศรัทธาได้รับความเดือดร้อนจากความลำบากไม่ว่าจะเป็นหนามอันหนึ่งหรือมากกว่านั้น มันก็จะทำให้บาปของเขาหลุดไป และเขาจะได้รับการยกฐานะขึ้นหนึ่งขั้นในสวรรค์" (บันทึกโดยอะหมัด)

รางวัลตอบแทนระหว่างป่วยยังเหมือนเดิม 
       โดยปกติแล้ว เมื่อผู้ศรัทธาล้มป่วย เขาจะไม่สามารถทำดี (เช่นการนมาซการถือศีลอด ช่วยเหลือคนอื่น) ได้เหมือนในยามปกติ แต่ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ ถึงแม้เขาจะไม่สามารถทำดีได้อย่างเต็มที่เพราะความป่วยไข้ พระองค์ยังคงบันทึกการทำความดีของเขาไว้เหมือนเดิม อบูมูซา อัลอัชอะรีได้กล่าวว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "สำหรับคนเดินทางหรือคนป่วย การกระทำของเขาจะถูกบันทึกไว้ตามสิ่งที่เขาเคยทำเมื่อเขายังดีอยู่"(บันทึกโดยบุคอรี) 
อับดุลลอฮฺ อิบนุอัมร์ ได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "ผู้ศรัทธาคนใดที่เจ็บป่วย การกระทำของเขาจะถูกบันทึกไว้สำหรับเขาตามที่เขาเคยทำในยามที่เขามีสุขภาพดี" (บันทึกโดยบุคอรี) 

อนัสได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "ไม่มีมุสลิมคนใดที่อัลลอฮฺให้ป่วยไข้นอกจากพระองค์จะบันทึกการกระทำไว้ให้เขาตามที่เขาเคยทำเมื่อเขายังมีสุขภาพดีอยู่ตราบใดที่เขาป่วย ดังนั้น ถ้าพระองค์เอาชีวิตเขา พระองค์ก็ทรงให้อภัยเขาและถ้าหากพระองค์ทรงให้เขาหายป่วย พระองค์ก็ทรงชำระล้างเขาให้หมดจากบาป" (บันทึกโดยบุคอรี) 
เหตุผลสำหรับการให้รางวัลตอบแทน

อะฏอ อิบนุเราะบาฮฺ ได้รายงานว่าอิบนุอับบาสได้บอกเขาว่า "ท่านต้องการที่จะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งจากชาวสวรรค์ไหม" เขาได้กล่าวว่า "อยากสิ" เขาได้กล่าวว่า "เป็นผู้หญิงผิวดำ นางได้มาหาท่านนบีโดยกล่าวว่า "ฉันเป็นโรคลมบ้าหมู ช่วยวิงวอนขอพรให้ฉันที" ท่านนบีจึงได้กล่าวว่า "ถ้าหากนางต้องการ จงอดทน และนางจะได้รับสวรรค์หรือถ้าหากนางต้องการ ฉันจะขออัลลอฮฺให้ทรงรักษานางให้หาย" นางได้ตอบว่า " ฉันจะอดทนแต่ร่างกายของฉันจะเป็นที่เปิดเผย(เพราะการล้ม) ดังนั้นโปรดวิงวอนต่ออัลลอฮฺว่าอย่าให้ร่างกายฉันต้องเป็นที่เปิดเผยเลย" ดังนั้นท่านนบีจึงได้วิงวอนขอพรให้" (บันทึกโดยบุคอรี)

นักวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันว่าคนป่วยจะได้รับรางวัลตอบแทนสำหรับการเจ็บป่วยหรือความอดทนระหว่างการเจ็บป่วย แต่ความเห็นที่ถูกต้องก็คือถ้าเขาอดทนและยอมจำนนต่อพระประสงค์ของอัลลอฮฺดังฮะดีษที่กล่าวมาข้างต้น เขาก็จะได้รับรางวัลสำหรับการยอมจำนนและการเจ็บป่วย มิเช่นนั้นแล้วเขาก็จะไม่ได้รับรางวัลใดเลยๆเพราะเขาไม่พอใจในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนดแก่เขา อัสกอลานีได้กล่าวว่า "ฮะดีษที่เชื่อถือได้กล่าวไว้ชัดเจนว่ารางวัลตอบแทนจะถูกบันทึกไว้ทันทีที่เคราะห์กรรมประสบกับมุสลิมคนหนึ่ง ส่วนเรื่องความอดทนและการยอมรับนั้นเป็นคุณธรรมที่จะทำให้ใครคนหนึ่งรับรางวัลเพิ่มเติมสำหรับเคราะห์กรรมที่ตัวเองประสบ" 

อับดุลลอฮฺ อิบนุอัมร์ ได้รายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : "ถ้ามุสลิมคนหนึ่งถูกหนามตำในชีวิตโลกนี้และเขาแสวงหารางวัลตอบแทนจากอัลลอฮฺ บาปบางอย่างของเขาจะถูกปลดเปลื้องไปในวันแห่งการตัดสิน" (บันทึกโดย บุคคอรี)

http://www.oknation.net/blog/knowislam