ผมก็แค่รู้ขึ้นมา มันอธิบายยากนะ เหมือนกับว่าผมได้ยินเสียงบอกให้ทำอะไร คงคล้ายๆ กับคนส่วนมากในแง่ที่ว่าเรารู้ว่าเราอยากทำอะไร แต่ทีนี้เราต้องมีวินัยในการฟังด้วย แล้วก็ต้องกล้าพอที่จะทำตามหัวใจ ผมพบว่าทันทีที่คุณรู้ คุณต้องทำด้วย แค่รู้นั้นไม่พอหรอกครับ

         หลายครั้งในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ถึงแม้หัวใจของเราจะบอกให้เราเปลี่ยนแปลง แต่ก็ใช่ว่าเราจะใส่ใจ ทำตามหัวใจ เสมอไป เรายังต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ ประกอบอีก บางครั้งเราอาจต้องการ ความกล้า บางครั้งอาจหมายถึง การเพิกเฉย ต่อเสียงต่างๆ รอบข้างตัวเรา ผู้เขียน (ดร.จอห์น ไอโซ) เคยถามคนที่เขาสัมภาษณ์ว่า คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณกำลังทำตามสิ่งที่หัวใจบอก ผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ตอบว่า ผมก็แค่รู้ขึ้นมา มันอธิบายยากนะ เหมือนกับว่าผมได้ยินเสียงบอกให้ทำอะไร คงคล้ายๆ กับคนส่วนมากในแง่ที่ว่าเรารู้ว่าเราอยากทำอะไร แต่ทีนี้เราต้องมีวินัยในการฟังด้วย แล้วก็ต้องกล้าพอที่จะทำตามหัวใจ ผมพบว่าทันทีที่คุณรู้ คุณต้องทำด้วย แค่รู้นั้นไม่พอหรอกครับ คำพูดนี้เป็นสิ่งที่ฟังดูง่ายๆ แต่ช่างเป็นคำแนะนำที่ยิ่งใหญ่มาก สำหรับคนหลายๆ คน อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่หาใช่เป็นเพราะตนไม่รู้ หากแต่ว่าเป็นสิ่งที่รู้แล้วแต่ไม่ทำต่างหาก

         ในหนังสือหน้า 129 ได้พูดถึง การเรียนรู้ตามธรรมชาติ ไว้อย่างน่าสนใจว่าประกอบด้วยขั้นตอนที่ง่ายๆ สองขั้นตอนคือ รับรู้และลองทำ หากเราให้ความสนใจกับสองขั้นตอนนี้ เราจะสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เราสามารถใช้แนวคิดง่ายๆ นี้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนในชีวิตของเราได้ เราจะสามารถเคลื่อนไปยังสิ่งที่คงอยู่ในการรับรู้ของเรา ชีวิตของเราจะเป็นไปตามความมุ่งหวังความสนใจของเรา ยิ่งเรามีบางสิ่งบางอย่างไว้ในการรับรู้ของเรามากเท่าใด เราก็มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไปหามันมากขึ้นเท่านั้น นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกกันว่า “Law of Attraction” หรือกฎแห่งการดึงดูดก็ได้ ซึ่งหลักใหญ่ก็คือ สิ่งใดที่เราย้ำตรึงไว้ในการรับรู้ของเรา เราก็จะเคลื่อนเข้าไปหาสิ่งนั้นโดยธรรมชาติ ส่วนขั้นตอนต่อไปก็คือการ ลงไม้ลงมือทำ ทำไป ทบทวนไป พัฒนาไป นี่แหละการเรียนรู้ตามธรรมชาติที่ท่านนำมาแนะไว้ . . . ขอให้โชคดีครับ