" อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดั่งจินดาค่าบุรินทร์"

         สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนได้มาตั้งใจเรียนรู้เอาเมื่อวัยล่วงเลยมามากแล้ว นั่นก็คือการเรียนดนตรีไทย สมัยเด็กๆจะชอบการร้อง รำมากกว่า งานโรงเรียน งานเทศกาลต่างๆ ตลอดจนงานวันเกิด งานรื่นเริงต่างๆ เด็กหญิงบุญรุ่ง ตันติราพันธ์ คนนี้ จะออกไปร่ายรำ อย่างไม่เคอะเขิน ชำนิชำนาญ เพราะชื่นชอบนาฏศิลป์มาก รางวัลที่ผู้ใหญ่นึกเอ็นดู และให้เป็นกำลังใจแก่ผู้เขียนบ้าง ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญนัก แต่การออกไปร่ายรำตามจังหวะทำนองต่างหาก ที่ทำให้เหมือนตนเองล่องลอย อยู่อีกโลกหนึ่ง ที่มีแต่ความอ่อนหวาน สวยงาม สดชื่นทุกคราวไป

        รำพลายชุมพล ศรีนวล กฤษดาภินิหาริย์ เชิ้งต่างๆ ต้นวรเชษฐ์ ฯลฯ เป็นสิ่งที่ผู้เขียน ได้รับการฝึกสอนจากคุณครู ที่โรงเรียน แต่ทำไมผู้เขียนจึงจำได้แม่นยำ ติดตราในหัวใจยิ่งนัก ต่อมาได้ไปเรียนที่ จ.ลำปาง ก็ได้ไปรำต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมโรงเรียนอีก แสดงถึงว่าเป็นสิ่งที่ผู้เขียนถนัด และมีความรักในวัฒนธรรมไทยชนิดนี้ อย่างใหญ่หลวง

        ชีวิตคนเรานี่ก็แปลก ทำไมนะ เมื่อถึงวัยทำงาน เรากลับ หลงทำงานจนลืมเลือน ความสุขต่างๆ ที่เคยได้ทำเมื่อสมัยเยาว์วัยไปเสียสิ้น จนวันหนึ่งผู้เขียนได้ยินเสียง เครื่องเสียง ที่เด็กๆ ซ้อมกันที่โรงเรียนข้างบ้าน และแล้วความเป็นเลือดศิลปิน ก็แผ่ซ่านอีกครั้ง ผู้เขียนผ่านไปดูหลายครั้ง จนที่สุดก็เข้าไปสมัครเรียนดนตรีไทย และเลือกเรียนขิม ที่มีเสียงชนะใจผู้เขียนที่สุด นับจากวันนั้น ผู้เขียนก็ได้ทำสิ่งที่ยังไม่เคยทำมาก่อนในชีวิตอีกครั้ง คือการเรียนดนตรีไทย จากครูน้อย (นิรัตน์ มีมุข) ซึ่งต่อมาผู้เขียน ได้ไปเรียนที่บ้านของครู ที่อยู่ที่อ่าวอุดม ศรีราชา ทุกวันเสาร์ เป็นต้นมาก

      การเรียนวิชาดนตรีครั้งนี้ มีความพิเศษ เพราะครูน้อยสอนผู้เขียน ให้ตีขิมแบบสัมผัส คือแปลงตัวโน๊ตให้เป็นตัวเลข และตีขิมโดยไม่ต้องดูขิม ไม่ใช่การท่องจำ แต่เป็นการอ่านโน๊ตแบบสากล ซึ่ง ท่านบอกว่าทำให้ผู้เรียนนั้น สามารถฝึกตีได้ตามโน๊ต เพียงให้เข้าใจลักษณะ เครื่องหมายที่ได้ให้ไว้

  ครูน้อยเป็นครูคนแรกคนดียวในประเทศไทย ที่ได้มีความคิดริเริ่มและปรับการสอนแบบใหม่ ที่ผู้เขียนเป็นศิษย์ลำดับที่ สามร้อยกว่าของครู และครูก็ได้เมตตาสอนผู้เขียนอย่างละเอียด พร้อมทั้งประวัติศาสตร์ทั้งดนตรี และเรื่องราวต่างๆมากมายที่ครูน้อยนำมาเล่าให้ฟัง เสมอๆ จนเหมือนว่า ได้กลับเข้าไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ที่ชื่นชอบอีกครั้ง

  การมาเรียนครั้งนี้ ผู้เขียนถือว่า เป็นโอกาสอันดีของตัวเอง ที่ได้พบสุดยอดรูดนตรีไทยท่านหนึ่ง ที่น่ายกย่องนับถืออย่างยิ่ง

 ตั้งใจจะเล่าเรื่องของการเรียนดนตรี ขิม สัปดาห์ละครั้ง เป็นอย่างน้อย เพราะจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และผู้ที่สนใจ วิชาดนตรีไทย จะได้มีแรงบันดาลใจ ให้ช่วยกันศึกษาเล่าเรียน สืบทอดวัฒนธรรมไทยต่อๆไป

  วันนี้ ผู้เขียนอาจจะยังตีขิมไม่ชำนาญ หรือไพเราะเหมือนใครๆ แต่ก็มีความตั้งใจสูงค่ะ และหวังว่าสักวัน จะเป็นนักดนตรีที่ดี และถ้ามีโอกาส จะได้นำไปเผยแพร่ ให้ชาวโลกได้รู้จักวัฒนธรรมการดนตรีไทย ที่มีคุณค่า แห่งความไพเราะ และการเล่นที่พิศดารยิ่งนัก

      ดนตรี สร้างอารมณ์ที่ละมุนละมัย   ผ่อนคลาย เพลิดเพลิน เป็นสุข เพราะเสียงดนตรีนั้น ประดิษฐ์มาจากเสียงธรรมชาติ นำมาร้อยเรียง ประสานทำนอง จนไม่ว่าชนชาติใด ก็สามารถซาบซึ้ง กับเสียงนั้นได้เป็นอัศจรรย์ ดนตรีมีคุณค่ามากกว่าที่คิด มาเถอะค่ะ มาฟังดนตรีกัน เพราะ.....

" อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดั่งจินดาค่าบุรินทร์"

 

ภาพและเพลงจาก www.arunsawad.com

 


ระบำสุโขทัย(RABUM SU-KHO THAI) - Undefined