
...
เป็นที่ทราบกันดีว่า นักกีฬาดังๆ เช่น เฟลพส์ (แชมป์ว่ายน้ำโอลิมปิค 8 เหรียญทองปักกิ่ง) ฯลฯ ดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนทั้งก่อนฝึก และก่อนแข่ง...
กาเฟอีนเป็นสารออกฤทธิ์กระตุ้นที่ทางสำนักต่อต้านการโด๊พโลก (World anti-doping agency) ยังไม่ได้ห้ามใช้ในการแข่งขัน
...
ปี 1978 มีการค้นพบว่า กาเฟอีนซึ่งมีในกาแฟ ชา โกโก้ โอวัลติน ไมโล ชอคโกแล็ต และเครื่องดื่มบำรุงกำลังหลายยี่ห้อช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการแข่งขันกีฬาหลายประเภท
กลไกที่เป็นไปได้คือ กาเฟอีนเพิ่มการใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงาน ทำให้ระดับแป้งไกลโคเจนในกล้ามเนื้อลดลงช้ากว่าเดิม ผลคือ เหนื่อยช้าลง ออกแรงได้มากขึ้นหรือนานขึ้น
...
ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ทาร์โนโปลสกีและคณะพบว่า กาเฟอีนทำให้กระบวนการปล่อยแคลเซียมในเซลล์กล้ามเนื้อทำงานได้ดีขึ้น กระบวนการนี้ช่วยให้ใยกล้ามเนื้อหดตัวดีขึ้น
นอกจากนั้นกาเฟอีนยังทำให้ความรู้สึกเหนื่อยล้า (exhaustion) ลดลง
...
การทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า กาเฟอีนทำให้สมรรถภาพเพิ่มขึ้นได้ 20-25% แต่ผลในทางปฏิบัติจริงๆ จะทำให้สมรรถภาพเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 3-5%
เดิมนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า จำเป็นต้องใช้กาเฟอีนขนาด 5-6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.) จึงจะได้ผลดี
...
สมมติว่า นายกอหรือนางขอหนัก 60 กิโลกรัม ใช้กาเฟอีน 5 มก./กก. = 300 มิลลิกรัม = กาแฟ (กาแฟ 1 ถ้วยมีกาเฟอีนประมาณ 100 มิลลิกรัม)
ท่านอาจารย์ลุยส์ เอ็ม. เบิร์คส์ และคณะ แห่งสถาบันวิจัยกีฬา แคนเบอร์รา ออสเตรเลีย พบว่า ขนาดที่ใช้ได้ผลเต็มที่คือ 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.)
...
สมมติว่า นายกอหรือนางขอหนัก 60 กิโลกรัม ใช้กาเฟอีน 1 มก./กก. = 60 มิลลิกรัม = ชา 1 ถ้วย (ชา 1 ถ้วยมีกาเฟอีนประมาณ 65 มิลลิกรัม)
คนไทยเราชอบพูดสำนวน "ทางสายกลาง (= in moderation) น่าจะดี" ปรากฏการณ์ทำนองนี้ก็พบในการโด๊พด้วยกาเฟอีนเช่นกัน
...
กาเฟอีนก็มี "diminishing returns" คำ 'diminish = ทำให้น้อยลง; returns = ผลตอบแทน; สำนวนนี้นิยมใช้ในทางเศรษฐศาสตร์
สำนวนนี้ใช้อธิบายว่า ความพึงพอใจจะเพิ่มขึ้นในช่วงแรก หลังจากพึงพอใจเต็มที่แล้ว ความพึงพอใจจะลดลง นั่นคือ อะไรที่มากไปน้อยไปมักจะไม่ดี
...
อาจารย์เทอร์รี กราแฮม และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยกูเอลฟ์ แคนาดาพบว่า ถ้านักกีฬาโด๊พกาเฟอีนถึงระดับ 9 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ประสิทธิภาพจะลดลง
สมมติว่า นายกอหรือนางขอหนัก 60 กิโลกรัม ใช้กาเฟอีน 9 มก./กก. = 540 มิลลิกรัม = กาแฟ 5.4 ถ้วย (กาแฟ 1 ถ้วยมีกาเฟอีนประมาณ 100 มิลลิกรัม) แบบนี้จะเล่นกีฬาได้แย่ลง
...
ดอกเตอร์ทาร์โนโปลสกีกล่าวว่า กาเฟอีน เช่น กาแฟ ฯลฯ ไม่ได้ทำให้นักกีฬาเกิดภาวะขาดน้ำเพิ่มขึ้น... นักกีฬาจะขาดน้ำหรือไม่ขึ้นอยู่กับการดื่มน้ำให้พอ ไม่ใช่กาแฟ (ฤทธิ์ขับปัสสาวะของกาแฟมีน้อยมาก)
ข้อควรระวังคือ คนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ หรือได้รับกาเฟอีนเป็นประจำ... การดื่มกาแฟอาจทำให้ชีพจรหรือความดันเลือดสูงขึ้นได้
...
วิธีลดผลข้างเคียงจากกาแฟคือ ให้ดื่มติดต่อกันนาน 3-4 วันขึ้นไป (ท่านที่มีความเสี่ยงต่อโรคสูง หรือมีโรคประจำตัว เช่น ความดันเลือดสูง เบาหวาน ฯลฯ ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้)
ดอกเตอร์ทาร์โนโปลสกีไม่ได้เป็นนักวิจัยอย่างเดียว ท่านเป็นนักกีฬาไตรอาธอน (triathlete = นักกีฬาที่แข่งกีฬา 3 รายการในคราวเดียวได้แก่ วิ่ง ว่ายน้ำ จักรยาน) นักสกี และนักวิ่งเทรล (trail runner = นักวิ่งวิบากระยะไกล) กล่าวว่า "ผมก็ดื่มกาแฟก่อนแข่งเหมือนกัน"
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่มา