เป็นโชคดีของดิฉันที่ได้มีโอกาสไปเยือนตลาดสามชุก ซึ่งเป็นตลาดที่ตั้งมาแล้วเป็นร้อยปี เนื่องจากได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร "ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารหลักสูตรการเรียนการสอนและการวิจัย สำหรับผู้บริหารระดับกลาง มหาวิทยาลัยขอนแก่น" จัดโดย ฝ่ายทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้เข้าอบรมก็เป็นผู้บริหารระดับกลางจากหลากหลายคณะของมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมแล้ว 31 ท่าน ...

การอบรมครั้งนี้ นอกจากจะมีวิทยากรที่มีให้ความรู้ แนวคิด และบอกเล่าประสบการณ์ของท่าน ในเรื่องงานบริหารต่างๆแล้ว (ไว้เวลาอำนวยจะมาสรุปแลกเปลี่ยนสู่ฟังนะคะ) เรายังได้มีโอกาสดีๆ ที่ได้ไปศึกษาดูงานในสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานที่มีจุดเด่น แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ที่เราควรศึกษาเพื่อนำไปปรับใช้กับองค์กรของเรา (เช่นกัน ไว้เวลาอำนวยจะมาสรุปแลกเปลี่ยนสู่ฟังนะคะ...อิอิ) 

ในวันเดินทางเพื่อไปศึกษาดูงาน ทางทีมงานผู้จัดที่ใจดีมากๆ ได้พาพวกเราไปเปลี่ยนบรรยากาศนอกห้องประชุมที่ "ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปีที่เมืองสุพรรณบุรี" "พิพิธภัณฑ์ลุกหลานมังกร" และ "ล่องเรือที่แม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมรับประทานอาหารเย็นแสนอร่อย"

เราประทับใจกับสภาพบรรยากาศคึกคักของตลาดสามชุก ที่มีนักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆ มาเดินชมภาพบรรยากาศ มาเดินชิมและซื้อขนมและอาหารไทย ซึ่งบางอย่างก็อาจหารับประทานไม่ได้แล้ว ทำให้คิดได้ว่า เมืองไทยยังมีที่ที่ให้เราไปชมและเรียนรู้อีกมากมาย ทำให้ทึ่งกับที่ว่าขณะนี้เมืองไทยกำลังโหยหาบรรยากาศเก่าๆ สังเกตุได้ว่าอะไรก็ตามที่บอกว่าโบราณ เช่น ขนมโบราณ กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยวโบราณ จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ... ยกเว้น คนโบราณ...อิอิ

นักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่พบมากไม่แพ้กันคือ ตากล้องค่ะ แต่ละคนเดินถือกล้องตัวโตๆ หามุมถ่ายภาพสวยๆ รอบๆตลาด อยากเดินเข้าไปขอดูภาพเพื่อเรียนรู้มุมกล้อง ก็ยังเกรงใจอยู่ จึงได้แต่เล็งๆ อยู่ใกล้ๆ ...  

วันนี้ดูภาพขนมและอาหารจาก "ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปีที่เมืองสุพรรณบุรี" ไปก่อนนะคะ ส่วนดิฉันก็ขอไปทานข้าวก่อน หลังจากดูภาพนี้กระตุ้นน้ำย่อยแล้ว

 

สุดท้ายขอขอบคุณทีมงานผู้จัด และเพื่อนๆสมาชิกรุ่น 3 ทุกท่าน ที่ทำให้การเรียนรู้ครั้งนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและอบอุ่นค่ะ

ประวัติตลาดสามชุก (จาก http://www.samchuk.in.th/content/view/1/5/)

ตลาดสามชุก เป็นตลาดสำคัญในการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่สำคัญในอดีต ตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี แต่เมื่อถนนคือ เส้นทางจราจรทางบกที่เข้ามาแทนที่การเดินทางทางน้ำ ทำให้คนหันหลังให้กับแม่น้ำท่าจีน ความสำคัญของตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าริมน้ำเริ่มลดลง บรรยากาศการค้า ขายในตลาดสามชุกเริ่มซบเซา และเมื่อต้องแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดนัดภายนอก ทำให้ร้านค้าภายในตลาดต้องหาทางปรับตัว และเมื่อราชพัสดุ เจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านเช่าที่ดินมายาวนาน ดำริจะรื้ออาคารตลาดเก่า สร้างตลาดใหม่ จึงทำให้ชาวบ้านพ่อค้าที่อยู่ในตลาดสามชุก ครูอาจารย์ที่เห็นคุณค่าตลาดเก่า รวมตัวเป็นคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ระดมความคิด หาทางอนุรักษ์ตลาดและที่อยู่ของตนไว้ และหาทางฟื้นคืนชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

เป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ใช้การท่องเที่ยวศึกษาวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ชุมชน เป็นเครื่องมือการพัฒนาอาคารไม้เก่าแก่ ในตลาดสามชุก ที่ก่อสร้างเป็นแนวตั้งฉากกับแม่น้ำท่าจีน เป็นสิ่งบอกให้รู้ว่าเป็นลักษณะของตลาดจีนโบราณ เป็นชุมชนชาวไทย-จีน ที่ยังคงอยู่มาถึงปัจจุบัน ลวดลายฉลุไม้ที่เรียกว่าลายขนมปังขิง ซึ่งเท่าที่พบในตลาดนี้มีถึง 19 ลาย คือ ศิลปะตกแต่งอาคารไม้โบราณ ที่หาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน หากไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ก็ย่อมสูญหายไปเช่นเดียวกับตลาดโบราณอื่นๆนอก จากสถาปัตยกรรม อาคารไม้โบราณที่พบเห็นได้ตลอดแนวทางเดิน 2 ข้างทางเดินในตลาด วิถีชีวิตบรรยากาศภายในตลาดการค้าขายที่ยังคงรักษาวิถีแบบดั้งเดิมเช่นใน อดีต และบรรยากาศน้ำใจอัธยาศัยไมตรีของแม่ค้า ข้าวของเครื่องใช้ ขนมอาหารที่นำมาตั้งขายในตลาด เป็นสิ่งยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่สิ่งที่จำลองมาเพื่อให้ผู้ชมได้ดูชั่วครั้งชั่วคราว แต่เหล่านี้คือ วัฒนธรรมที่สืบเนื่องจากอดีต บ่มเพาะมาเป็น 100 ปี


นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสได้ ไม่รู้เบื่อ อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มท้องอย่างไม่รู้ตัว และทำให้ตลาดสามชุก แห่งนี้ได้รับขนานนามว่า ตลาด 100 ปี พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต