ยามที่พ่ายแพ้ทดท้อ หมดหวังอย่าก่นเศร้า อย่าบ่น อย่าพร่ำพรรณนา อย่าขอความเห็นใจจากคนอื่น...

 

ระยะนี้ ... อากาศร้อนอบอ้าว และดูเหมือนอากาศร้อน ๆ นี้จะทำให้เกิดความท้อแท้ขึ้นได้ง่าย ๆ  กัลยาณมิตรบางคนเจองานรุมเร้า บางคนพบความโหดร้ายของบางสิ่งบางอย่าง บางคนใกล้หมดแรงแต่ยังไม่หมดใจกับการมุ่งมั่นตามความคิดฝันของตัวเอง บางคนก็สับสนในเส้นทางของตน ...

 

กลอนนี้กลั่นออกมาอย่างกระพร่องกระแพร่ง ตามเรื่องตามราว จากความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวเอง

 

                 ขอบคุณคุณอ้อยเล็ก...ที่กรุณาใส่กลอนในภาพสวยที่แสนถูกใจค่ะ

 

    ในยามที่เหน็ดเหนื่อยกับสงครามชีวิต บางครั้ง...ล้าเสียจนเกือบหมดเรี่ยวแรง กลับพบว่า ...

 

ศัตรูที่น่ากลัวและน่าครั่นคร้ามที่สุดคือ ความคิดของเรา” นี่เอง

 

คนไม่มีรากถูกสอนและปลูกฝังว่า...ยามที่พ่ายแพ้ทดท้อ หมดหวังอย่าก่นเศร้า อย่าบ่น อย่าพร่ำพรรณนา อย่าขอความเห็นใจจากคนอื่น (ยังดีที่ไม่ห้ามการร้องไห้ด้วย) ให้ยืนหยัดด้วยตนเอง  เมื่อผ่านจุดนั้นไปได้ เราจะแกร่ง เข้มแข็ง ตอนได้ยินคำสอนแรก ๆ ให้รู้สึกว่า...

 

โอย...โลกนี้ไม่น่าอภิรมย์เสียเลยหนอ....

 

แต่ก็อีกนั่นแหละ ... เมื่อวันเวลาผ่านไป จึงพบว่าเป็นคำสอนที่จริงแท้และทรงคุณค่า

 

ก็ยามที่เราเศร้า พ่ายแพ้ จะมีคนสักกี่คนกันที่อยู่กับเรา ช่วยเราซับน้ำตาและเหงื่อแห่งความทดท้อ (บางคนโชคดีมีครอบครัว ญาติมิตรที่คอยให้กำลังใจ แต่บางคนก็ไม่โชคดีเช่นนั้น)  เช่นนี้แล้ว เราจึงควรที่จะต้องพัฒนาและเสริมสร้าง “ความแกร่ง” ผ่านเส้นทางของอุปสรรคและกาลเวลา…

 

เพื่อ...ที่เราจะได้เข้มแข็ง ยืนหยัด และเพื่อวันหนึ่งจะได้สามารถช่วยคนอื่น ๆ รอบตัว ... ซับน้ำตาและเหงื่อแห่งความทดท้อนั้นได้ด้วย

 

มอบไว้ให้เป็น พลังใจ” กับกัลยาณมิตรทุกท่าน ด้วยความรัก ปรารถนาดีอย่างจริงใจค่ะ....

 

ปล.ที่คิดถึงและมอบให้เป็นพิเศษคือ คุณใบไม้ย้อนแสง คุณครูปู  คุณกวิน คุณPoo คุณแสงแห่งความดี ... และตัวเอง ค่ะ

                                              (^___^)