จะไม่ตอบก็เหมือนกับเราไม่เปิดเผย แต่ถ้าพูด เราก็ไม่สบายใจ

            ในการ run จกรรมเพื่อพัฒนาพนักงาน อีกกิจกรรมหนึ่งที่ผมประทับใจ และสร้างกำลังใจอย่างยิ่งให้กับผมทุกครั้งที่เข้าไปมีส่วนร่วม นั้นคือกิจกรรม Deep Listening การฟังอย่างใคร่ครวญ หรือ ฟังนิ่งๆ ไม่ต้องถาม นั่นเอง

            ซึ่งในการพัฒนากระบวนกรหน้ามน ของบริษัทที่จัดขึ้นมานั้น เราได้จัดกิจกรรม Deep Listening ขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง  คือในช่วงต้น ที่จะเป็นการเปลือยหัวใจ ทีม Fa รุ่น1 (Fa1)  ซึ่งจะเป็นการสะกิดในชิมลางถึงกระบวนการรับฟัง และในช่วงค่ำ จะเป็นกิจกรรมของ Deep Listening จริงๆ โดย มีการกำหนด ground rule ไว้ต้งแต่เริ่มต้นกิจกรรมแล้ว คือ “1 คนพูด หลายคนฟัง” 

           กิจกรรมเปลือยหัวใจ Fa1 จัขึ้นเพื่อสลายกำแพงตัวตนของแต่ละคนลง โดยเน้นให้ Fa1 เปิดใจ เป็นตัวอย่างให้ทุกคนรับทราบ และเป็นตัวอย่างในการสร้างความไว้วางใจ (Trust) ในวงสนทนา และดขนาดของ safe zone ของแต่ละคนลง

          งานนี้เรามีผู้บริหารเข้าร่วมกิจกรรมด้วยครับ เป็นการร่วมกิจกรรมต่อเนื่องมาจากการเปิดกิจกรรม เล่นเกมส์ และล้อมวงสนทนากัน ผมประทับใจในคำพูดของพี่ๆ ที่ว่า เค้ายกเลิกงานอื่นๆ ทั้งหมด เพื่อเข้าร่วมวงสนทนาของเรา  แต่อีกใจหนึ่งก็เก็งๆ และเกรงว่า การที่มีผู้บริหารมาร่วมวงแล้ว เราจะลด safe zone ของ Fa แต่ละคนลงได้มากแค่ไหน ผมเห็นความกังวลใจต่างๆ เริ่มปรากฎในสายตาของหลายๆ คน  รวมถึงตัวผมเองด้วยก็รู้สึกไม่ safe เช่นกัน

ยอมรับครับว่า คนเปิดวงคนแรกนั้นเปิดประเด็นได้ดี  ต่อเนื่องมาที่คนที่สอง แต่กลับกลายเป็นว่า พี่ๆที่น่าลากของเรา ฝ่าฝืน Ground rule เป็นคนแรกและบ่อยครั้งมาก (ตัวกวนมาป่วนซะแล้ว) เพราะพี่ๆ เล่นยิงคำถามในสิ่งที่ตนอยากรู้ หรือแซว แหย่ ในวงสนทนา อยู่บ่อยครั้ง

         ผมคิดว่า ี่แกคงอยากสร้างบรรยากาศให้ดูเป็นกันเอง ช่องว่างระหว่างพี่ๆกับพนักงานลง และอยากรับรู้เรื่องราว ประสบการณ์อันมีค่าของแต่ละคน แต่ในขณะเดียวกัน Fa อย่างผมเองก็กังวลใจว่า ิ่งที่พี่ๆ ทำจะเป็นการสร้างกำแพงหรือทำลาย safe zone ของแต่ละคนซะมากกว่า เพราะรูปแบบคำถามที่ยิงเข้ามา มันทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัยพอ และไม่สามารถ concentrate กับสิ่งที่เราได้เตรียมมา 

         อย่างผมเองก็รู้สึกว่าถูกบีบบังคับให้พูดในสิ่งที่ตนเองไม่อยากพูด (ยังไม่ถึงวาระและโอกาสที่หมาะสม) แต่พอถูกคำถามจี้มา  จะไม่ตอบก็เหมือนกับเราไม่เปิดเผย  แต่ถ้าพูด เราก็ไม่สบายใจ  แต่เอาวะ!  เพื่อลด safe zone ของทุกคน ผมจึงจำเป็นต้องพูดในสิ่งที่ยังไม่ต้องการพูด   แต่เฮ้อออออ! เหนื่อยจริงๆ  เพราะกว่าจะจบกิจกรรมนี้ ก็เกือบบ่ายโมงไปแล้ว

          จุดเรียนรู้ใหม่ๆ ี่ได้จากวงในช่วงเช้านี้ อาจจะไม่ตรงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมที่ทำ แต่ผมรับรู้เต็มๆ  ก็คือ ารดูจิตตัวเอง นที่ตัวป่วนกำลังป่วนใจอยู่  มเห็นความกังวลใจของตัวเอง ความเซ็งในอารมณ์ของตนเอง พร้อมความหงุดหงิด ตะหงิดๆในหัวใจ

          แต่ก้อดีนะ เพราะหลังจากเริ่มิตสงบลง ก้อเริ่มเห็นข้อดีของตัวป่วนกวนใจบ้างเหมือนกัน เช่น พี่เค้ามาช่วยทดสอบจิตและความสามารถของ Fa1 อย่างเรา หรือ ธรรมะจัดสรร ให้เราได้เจอ เพื่อช่วยพัฒนาฝีมือของเรา

 แต่บอกตามตรงนะ กว่าจะเค้นออกมาได้  เครียดแถบแย่เชียวแหล่ะ   แล้วจะมาเม้าท์ กิจกรรมในช่วงค่ำต่อในครั้งหน้านะครับ