แนะนำบทความดีๆ อ่านแล้วสนุกแฝงด้วยข้อคิดที่ดีมาก ๆ  จึงอยากจะฝากให้ทุกคนได้อ่านกันคะ

 

พ่อสอนลูกสาว

 

ในวันหนึ่ง..คุณพ่อเรียกลูกสาวเข้าไปพบแล้วได้บอกแก่ลูกสาวว่า

พ่อมีอะไรให้ดู ซึ่งสำคัญมากนะลูก   ( แล้วคุณพ่อก้อหยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อเอามือกำไว้ )

พ่อถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรอยู่ในมือพ่อ     ------- >    ลูกสาวพยักหน้า

ถ้าอยากรู้ให้เอามือเขกพื้น ที                           ------- >   ลูกทำตาม...1....2...3

คุณพ่อบอกว่า ขอเพิ่มเป็น 5 ที                            ------- >    ลูกเขกพื้นอีก 5 ที   1....2.....3....4......5..

อยากรู้มั๊ยงั้นขอเพิ่มเป็น  10  ที ละกัน              ------- >  ลูกสาวเขกพื้นอีก 10 ที    

อืมเปลี่ยนเป็น  15 ทีดีกว่า                                 ------- >    ลูกสาวเลยบอกกับพ่อว่า  หนูอยากรู้จริงๆว่าในมือคุณพ่อมีอะไร   

                                                                                           เมื่อไหร่คุณพ่อจะแบมือออก เสียที

คุณพ่อจึงเริ่มแบบมือช้าๆ  ช้าๆ ...และแล้วสิ่งที่เผยออกมาก็คือ เหรียญห้าบาท ธรรมดานี่เอง

คุณพ่อหัวเราะ..... แล้วกำมือกับเหรียญ ห้าบาทเดิม ถามว่าอยากดูอีกใหม๊   

ถ้าอยากดูต้องเขกพื้น  10 ที                                        ------- >    ลูกบอกว่า หนูรู้แล้ว ไม่อยากดูแล้วค่ะ

คุณพ่อว่า เอ้า...เขกพื้น  ทีเดียวก้อได้                          ------- >    ลูกบอกว่า รู้แล้วไม่อยากดูอีกเบื่อ

คุณพ่อว่า ให้ดูฟรีๆ                                                      ------- >    ไม่รู้จะดูทำไมในเมื่อก็รู้แล้วว่ามันมีอะไรในมือของคุณพ่อ

คุณพ่อเลยสอนว่า .นี่นะลูก อะไรที่เป็นความลับคนมักยอมทำทุกอย่าง  ที่จะได้สมปรารถนา อยากดู
                                                อยากรู้ อยากเห็น แต่เมื่อสมความปรารถนาแล้ว ดูบ่อยๆแล้วก้อมักจะเบื่อ 
                                                ให้ดูฟรีๆยังไม่อยากดูเลย  

แล้วสิ่งที่พึงหวงแหนสำหรับลูกผู้หญิง เป็นส่งมีค่า    ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควร ก้อจะไม่มีค่าอะไร ไม่ต่างอะไรกับเหรียญห้าบาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีๆหรอก

บทความดีๆ แบบนี้ เทคนิคการสอนลูกสาวที่น่าประทับใจแบบนี้    ควรที่จะได้รับการแบ่งปันให้กับคนรู้จัก   มีลูกสอนลูกมีหลานสอนหลาน  เพื่อคนที่เรารักนะคะ  ได้ฉุกคิดสักนิดก็ยังดีคะ 

ที่มา :  Forward mail