เมื่อหัวค่ำวันนี้ 27-03-2552 ออกไปซื้อของนอกบ้าน ที่ร้านค้าเห็นเขาเปิดทีวีช่องสีแดง ถือโอกาสดูว่าจะมีการนำเสนออะไร ได้เห็น สส. และ อดีตนายกพูดผ่านจอทีวี มีผู้คนสนใจรับฟังมากมาย
ก่อนที่อดีตนายกพูด มีผู้ใหญ่เป็น สส.ออกมาพูด โดยพูดทำนองเดียวกัน ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่ มีการอ้างยศ อ้างชื่อ ที่สำคัญยศที่อ้างเป็นถึง พลเอก จำนวน 3 คน
สส.คนที่ออกมาพูดปราศรัย เราคิดแบบตื้น ๆ ว่า เวทีของ สส.มีอยู่ที่สภาผู้แทน กับการพูดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยขณะนั้น ทำให้คำพูดผู้ใหญ่ เหมือนไม่เป็นผู้ใหญ่ ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย เนื่องจากเป็นการว่าเขาฝ่ายเดียว
คำพูดอดีตนายก พูดจาว่าสรุปรวมความว่า เขาเป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เขาเชิญชวนผู้คนให้รับรู้เรียกร้องความเป็นธรรม
ผู้ใหญ่ที่ถูกพาดพิง หากท่านนั้น ๆ ไม่ออกมาโวยวายตอบโต้ผ่านสื่อ อาจมอบให้ผู้แทนไปแจ้งความดำเนินคดี เรื่องต่าง ๆ ก็คงกันไม่จบ ทำให้มองว่า ผู้ใหญ่ไม่ว่า เป็น สส.หรืออดีตนายก ดูจะไปกันใหญ่ หากมองแง่ดี ทำให้รับรู้ว่า โลกเราก็เป็นแบบนี้นี่้เอง
คำพูดผู้ใหญ่ บ่อยครั้งเชื่อถือไม่ได้เลย คงต้องใช้หลักธรรมะ ฟัง ไตร่ตรอง คิดพิจารณาให้ถ่องแท้เสียก่อน โถ..... ตอนที่มีอำนาจดูเหมือนจะไม่ประชุม ครม.หรือสั่งราชการใด ๆ เสียดาย เมื่อพ่ายแพ้ก็ออกมาโวยวายให้สังคมรับรู้ คงต้องรับรู้ และเรียนรู้ติดตามกันไปล่ะครับ ว่าจะต่อความยาวสาวความยืดกันอย่างไร
ดูและฟังทีวีสีแดงจาก อดีตตำรวจชั้นนายพล วัย 66 ปี กล่าวเกี่ยวกับ ท่านองคมนตรี นั้นบอกตามตรงว่า ไม่สบายใจเลยครับ
ผมคิดว่า ท่านนายพลกล่าวได้อย่างไร แต่คิดอีกที กล่าวกล่าวปราศัยนั้น ท่านย่อมต้องรับผิดชอบในคำพูดของท่านอยู่ดี แต่คำว่านายพลตำรวจก็คงไม่ต่างจากนายพลทหารที่เพิ่งเป็นข่าวไปในสัปดาห์ก่อน
แปลกในว่า ท่านนายพลตำรวจ วัย 66 กล่าวถ้อยคำถึงรัฐบุรุณวัยใกล้ 90 ปี ในทางไม่ดีได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ท่านอยู่รับราชการมานาน ไม่ปรากฏว่า ท่านจะเขียนหรือสื่อสารใด ๆ ให้สติสังคมมาก่อนเลย กับเมื่อครู่และขณะนี้ท่านกล่าววาจาหยาบคายกับบุคคลสำคัญ
ผมจำเป็นต้องอธิบายให้ลูก ๆ หลาน ๆ สมาชิกครอบครัวได้รับรู้และเข้าใจว่า ที่ผ่านมา น่าเศร้าว่า ยศสูงของพวกเขาที่กล่าวปราศัยไม่สามารถหาอ่านได้เลยจากสื่อใด ๆ ส่วนนายพลเอก เจ้าของสโกแกน คาบ๊อง นั้น จู่ ๆ กลายเป็นโจ๊กว่า ได้วางแผนยึดอำนาจแล้วไปเล่าให้นายใหญ่ฟังที่เมืองจีนจนนายใหญ่ต้องมาเปิดเผย แล้วนายพลเอกมาไขความต่ออีก ใช้เล่ห์เหลี่ยมข่มขื่นประเทศกันเข้าไป คงต้องใช้สติ ปัญญาไตร่ตรองกันให้รอบคอบ
แปลกใจว่า ปชต.คือการกล่าวจาบจ้วง หยาบคาย และที่สำคัญเคยเป็นใหญ่ มียศสูง ห้วงเวลารับราชการ นิ่งเฉยเสีย อย่างไรก็ดี จะลองไปสืบค้นว่า ท่านนายพลตำรวจและนายพลทหาร เคยมีงานคิด งานเขียนเรื่องเกี่ยวกับประชาธิปไตยหรือไม่อย่างไร
การแสดงออกเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ นั้น เป็นธรรมดาของผู้คนในระบอบประชาธิปไตย แต่ควรได้มีขอบเขตเหมาะสม หากเป็นนักการเมืองก็มีเวทีในสภาน้อยใหญ่ไล่เลียงลำดับกันไป ในสภาถูกกดดันมาก ๆ ก็มาว่ากันนอกสภา สถานะของผู้ปราศรัยในทางการเมือง เวทีต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ประชาชนแบบเราท่านควรติดตามกัน