การผลิตกล้วยไข่ส่งออกทดแทนพื้นที่การปลูกส้มที่สักงาม ในตอนที่2นี้จะขอกล่าวถึงกระบวนการผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออกไปยังประเทศจีน
จากการที่คุณวิศรุต ปิติวิทยากุล ได้เล่าถึงเหตุผลในการตัดสินใจที่ผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออก ทดแทนการปลูกส้มที่หมู่ 1 บ้านสักงาม ตำบลสักงาม อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งได้กล่าวไว้ในตอนที่ 1 แล้ว สำหรับในตอนที่2 นี้จะขอนำเรื่องเล่าที่คุณวิศรุตได้กล่าวต่อไปว่า การผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออกของตนเอง ได้ทำการผลิตมาแล้ว 3 ปี โดยมีกระบวนการผลิตดังนี้

ขั้นที่ 1. การคัดเลือกพื้นที่ปลูก ตนเองได้ใช้พื้นที่เป็นแปลงปลูกส้มเดิม โดยทำการขุดต้นส้มออกทิ้ง จากนั้นก็เตรียมหลุมปลูกลักษณะของพื้นที่ปลูกส้มเดิมเป็นคันดินบนที่ดอน(ลอนลูกฟูก )


ขั้นที่2. ใช้ระบบการให้น้ำแบบปริงเกอร์ ซึ่งเป็นระบบการให้น้ำเดิมที่ใช้กับการปลูกส้มมาก่อน โดยปรับปรุงมาใช้ใหม่ สำหรับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆก็ใช้ของการปลูกส้มมาก่อนทั้งสิ้น
ขั้นที่ 3. การปลูกมีการคำนึงถึงช่วงเดือนปลูกเป็นสำคัญ คือปลูกประมาณเดือนมีนาคม สำหรับการผลิตเพื่อส่งออกกล้วยไข่นอกฤดูกาล ส่วนใหญ่จะต้องให้ผลผลิตกล้วยไข่ที่จะออกสู่ตลาดระหว่างเดือนธันวาคม- มีนาคม ไม่เกินกลางเดือนเมษายน ซึ่งราคากล้วยไข่จะมีราคาดี ปัจจุบัน( เดือนมีนาคม 2552 ) ตนเองได้ผลิตให้กับบริษัทส่งออกกล้วยไข่ ราคาดีราคารับซื้อกก.ละ 20 บาทหากราคากล้วยต่ำกว่า กก.ละ 14 บาทเกษตรกรผู้ผลิตจะอยู่ไม่ได้
ขั้นที่ 4. การดูแลรักษาต้นกล้วยไข่ที่ปลูก จะต้องมีการปฏิบัติทั้งการให้น้ำ ให้ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช รวมทั้งการตัดแต่งใบ หน่อ รวมทั้งการตัดปลีกล้วย สำหรับการผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออก จะต้องทำการห่อด้วยถุงพลาสติก เพื่อรักษาผิวและป้องกันแมลงศัตรูกล้วยแต่ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับเครือกล้วยมีดังนี้

ก. กล้วยตกเครือ ขนาดผลเท่าหัวแม่มือ ให้ทำการตัดปลีออก เพื่อเตรียมห่อ
ข. ทำการห่อกล้วยไว้ ประมาณ 20-30 วัน
ค. ทำการตัดกล้วยเมื่อกล้วยสุก 70 เปอร์เซ็นต์ ตัดเครือกล้วยได้
ง. ทำการตัดหวีกล้วยออกจากเครือ และคัดแยกขนาด
จ. ทำความสะอาดผลกล้วยด้วยสบู่
ฉ. บรรจุกล่อง รองก้นกล่องด้วยพลาสติกเจาะรูทั้งผืน
หากเราจะนับตั้งแต่ปลูกหน่อกล้วยไปจนถึงตัดได้ อายุประมาณ 8-9 เดือน การดูแลรักษาเมื่อตกเครือเมื่อลูกโตขนาดหัวแม่มือจะห่อเครือกล้วยด้วยถุงพลาสติก เพื่อพรางแสงแดดให้กล้วยโดนแสงน้อยจะทำให้ผิวสวย ห่อกล้วยประมาณ 20-30 วัน จะคอยตรวจดูกล้วยอยู่เรื่อยๆ โดยมองดูปากถุงจะเห็นสีของกล้วย หรือสังเกตดูเหลี่ยมกล้วยไม่มาก จะอยู่ที่ประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นช่วงที่สมควรตัดเครือได้



เมื่อเก็บกล้วยมาถึงโรงบรรจุหีบห่อ จะตัดหวีกล้วยออกจากเครือและคัดเกรด ทำความสะอาดแล้วบรรจุกล่อง ใช้ยากันเชื้อราไม่ให้เกิดเป็นราระหว่างทางได้ สำหรับการส่งทางเรืออุณหภูมิจะอยู่ที่14 องศาเซลเซียส ตู้คอนเทนเนอร์จะควบคุมอุณหภูมิให้ได้สม่ำเสมอ สามารถขนส่งไปทางไกลได้
ขั้นที่ 5. สำหรับการซื้อขายทางคุณวิศรุต จะไม่ผ่านนายหน้าหรือผู้ประสานในท้องถิ่น แต่จะเป็นผู้ประสานกับบริษัทส่งออกกล้วยไข่ไปประเทศจีนโดยตรง ซึ่งแต่ประสบการณ์ในอดีตเคยถูกนายหน้ารับซื้อกล้วยในท้องถิ่นโกงมาแล้ว
แต่ปัจจุบันนี้ คุณวิศรุต ก็มีใจอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์การผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออกไปยังพี่น้องเกษตรกรรายย่อยที่รวมกลุ่มกันเพื่อการผลิตกล้วยไข่ในฤดูกาลให้หันมาผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออกนอกฤดูจะดีกว่า เพราะว่าจะสามารถลดความเสี่ยงจากลมพายุได้ดีพอสมควร เพราะปกติจากการสังเกตพบว่าที่กำแพงเพชรจะพบกับพายุฝนและลมช่วงเดือน สิงหาคม - ตุลาคม ของทุกปี
ทุกวันนี้ ได้ทดลองนำกล้วยไข่ไปปลูกที่เขตตำบลท่ามะเขือ อำเภอคลองขลุง และเขตอำเภอขาณุวรลักษบุรี เพื่อปลูกทดแทนพื้นที่การปลูกส้มเดิม ประมาณ 200-300 ไร่ ถ้าหากการผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออก สามารถขยายผลไปได้ดีก็คาดหวังว่าพื้นที่การปลูกกล้วยไข่ในภาพรวมของจังหวัดกำแพงเพชรคงจะเพิ่มขึ้นได้ไม่ยากต่อไป.......
ปล. "กล้วยไข่แกล้มกาแฟ" เป็นเมนูเด็ดสำหรับผมเลยล่ะครับ หุหุ
กล้วยไข่ปีนี้ตกเครือดีมั้ยคะ แล้วปกติกล้วยไข่จะตกเครือเครือละกี่หวี
มีความต้องการส่ง กล้วยไข่ จำนวนมาำก ต่อปี ( 100 ตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่ ต่อ ปี)
ผุ้สนใจ อยากร่วมธุรกิจ กรุณาติดต่อกลับ มาด้วย
ผมอยากได้ราคา FOB ด่วน
ธานินท์
081-8131328
[email protected]