ในการทำเวทีเสวนา.ทุกเวที่ ชาวบ้านและนักศึกษา กศน. มักตั้งคำถามกับเราว่า “ ทำไมกระท่อม จึงจัดเป็นยาเสพติด ประเภทที่ 5 “ผมเกิดมา..ผมก็เห็นมันขึ้นอยู่ในสวนแล้ว .เวลาผมเป็นเริม หรืองูสวัด ผู้ใหญ่็เอาในกระท่อม าตำละเอียด ผสมกับเหล้าขาว 35 ดีกรี โปะลงบนแผล..อาการปวดแสบ..ปวดร้อน ก็ทุเลา และหายไปในที่สุด” ..เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ไปร่วมเวที ก็บอกว่า.น่าจะหายโดยบังเอิญก็ได้ ..ที่แน่ ๆ คือ..ในกระท่อม มีสารเสพติดที่เป็นอันตรายแน่นอน ..เสพไปนาน จะทำให้ร่างกายทุดโทรม ถึงแก่ชีวิต..เหมือนยาเสพติดอื่น ๆ ที่จังหวัดชุมพร เคยมีการจัดทำเวทีระดับจังหวัดจัดคุยกันเรื่องนี้ แต่ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้.. ฝ่ายตำรวจ ก็บอกว่า ผมก็ต้องจับ และทำลายต้นไม้ประเภทนี้ ..ผลที่ตามมา ชาวบ้านก็ไม่ค่อยพอใจ หาว่าผมทำเกินเหตุ “กินแล้ว ไม่เคยไปตีหัวใคร..ตีแต่หัวนา หัวไร่ (ขยันทำไร่ ทำนา ) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็กิน กระท่อม ถ้าจับก็จับให้หมด…ใครหนอ.จะกล้าปฏิวัติ.. วันนี้ 15 สิงหาคม 2548 ในที่ประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด ..ก็มีการอภิปรายแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะในที่ประชุมระดับประเทศ จังหวัดชุมพรก็ติดอันดับในการใช้กระท่อม.. ของคนชุมพร ในที่สุดที่ประชุมก็มีมติให้ใช้การให้การศึกษา.สร้างความตระหนักในหมู่ชาวบ้าน.. ให้เห็นพิษภัยของกระท่อม ใครมีคำแนะนำดี ๆ แนะนำด้วยจะเป็นพระคุณ
กระท่อม..ยาเสพติด หรือสมุนไพร.ในมิติชาวบ้าน
มีการใช้.กระท่อม กันอย่างกว้างขวาง ในหมู่ชาวบ้าน
ทะมายจากินม่าดั้ยอ่ะคับ มันม่าดั้ยกินแล้วปัยทัมร้ายคัยนี่นา หรือไม่จังอ่ะครับ
การปลูกไว้กินเองกับปลูกไว้ขายเจตนามันต่างกันบ้านละต้นสองต้นคงไม่ก่อให้ยาเสพติดล้นเมืองนะครับ