ลดความเครียดและความกังวลให้กับเด็กในการฝึกพูดภาษาอังกฤษ โดยใช้สถานการณ์จำลอง

ชื่อเรื่อง                        การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้

                                    สถานการณ์จำลอง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านกอกหวาน

                                    อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ

ผู้วิจัย                            นางกัลยาณี  มั่งคั่ง

ที่ปรึกษาการวิจัย        นายสุภาพ  ยามไสย

หน่วยงาน                   โรงเรียนบ้านกอกหวาน  อำเภอปรางค์กู่  จังหวัดศรีสะเกษ

ปีที่พิมพ์                      2551

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ  1) พัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้สถานการณ์จำลอง ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75   2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ            โดยใช้สถานการณ์จำลองสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5   3) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดโดยใช้สถานการณ์จำลอง  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 4) เพื่อศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดโดยใช้สถานการณ์จำลองสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านกอกหวาน อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เขต 3  ในภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา  2551  จำนวน 25 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive  Sampling)  เครื่องมือที่ใช้คือ แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดโดยใช้สถานการณ์จำลอง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 8 แผน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้ในการทดลอง  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการปฏิบัติการสอน คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มี 4 ตอน เป็นแบบจับคู่  แบบเติมคำ  แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก และตอนที่ 4 เป็นการทดสอบภาคปฏิบัติจากสถานการณ์จำลองที่กำหนด รวม 40 คะแนน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ค่าประสิทธิภาพ ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ ค่าความเชื่อมั่นและค่าความยากง่ายของแบบทดสอบ และสถิติที่ใช้ในการทดสอบนัยสำคัญโดยการทดสอบค่า t-test  (t-Dependent)

                   ผลการวิจัยพบว่า

1.     คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจากการเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะ

การพูดภาษาอังกฤษโดยใช้สถานการณ์จำลองสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รวม 8 เรื่อง มีค่าเฉลี่ย  เท่ากับ 22.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.52 คิดเป็นร้อยละ 76.05 และคะแนนจากการประเมินหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 33.82  มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.17  คิดเป็นร้อยละ 83.30 ดังนั้นแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้สถานการณ์จำลอง มีประสิทธิภาพเท่ากับ 76.05/83.30 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้  

                   2.  ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดย

ใช้สถานการณ์จำลอง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.7203 แสดงว่าหลังการ

เรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้สถานการณ์จำลองสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา

ปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น นักเรียนมีความสามารถในทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 72.03

                   3.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้สถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาทักษะการพูด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน คะแนนเฉลี่ยทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ 43.00 แสดงว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้สถานการณ์จำลองหลังการเรียนรู้เพิ่มขึ้นจากก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

                   4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะการพูดโดยใช้สถานการณ์จำลอง มีคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนสอบวัดผลหลังเรียนและคะแนนสอบวัดผลหลังเรียนไปแล้ว 4 สัปดาห์มีค่าไม่แตกต่างกัน แสดงว่านักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะการพูดโดยใช้สถานการณ์จำลองมีความคงทนในการเรียนรู้

 

 

 

 

                   จากการวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้นวัตกรรมการสอน คือแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดโดยใช้สถานการณ์จำลองที่มีคุณภาพในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ทักษะการพูดด้านอื่น ๆ ต่อไป