อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

  ติดต่อ

  รู้ว่าต้องกินเท่าไหร่ กินครบ ๕ หมู่ ให้หลากหลาย กระจายเหมาะสม ตรงต่อเวลา ไม่หนักมื้อใดมื้อหนึ่ง  

เป็นที่ยอมรับกันว่าอาหารเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน อาหารเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด จึงต้องมีการให้ความรู้เรื่องอาหารแก่ผู้ป่วยเสมอ ขาดไม่ได้

นักกำหนดอาหารหรือนักโภชนาการจะต้องให้ตัวอย่างแก่ผู้ป่วยอย่างชัดเจน จะได้นึกภาพออกว่าในแต่ละวัน จะรับประทานอะไรได้บ้าง มากน้อยแค่ไหน บางครั้งอาจต้องมีตัวอย่าง "เมนูอาหาร" ด้วย ตามไปดูวิธีทำงานของคุณปฏิมา พรพจมาน นักกำหนดอาหารของโรงพยาบาลเทพธารินทร์ กันดีกว่าค่ะ

"ตามปกติจะให้คำปรึกษา โดยให้ผู้ป่วยรู้ปัญหาของตนเองก่อน ให้ความรู้ที่เป็นหลักการ เช่น กินอะไรได้แค่ไหน..... เพื่อให้ผู้ป่วยคิดตัดสินใจและตั้งเป้าหมายของตนเองได้ ไม่พยายามฝืน lifestyle ของผู้ป่วย แต่ให้ผู้ป่วยรู้จักเลือกและสามารถปฏิบัติได้จริง บางรายที่ต้องคิดเมนูให้ ก็จะดูว่าปกติผู้ป่วยกินอย่างไร ชอบกินอะไร ก็จัดให้สอดคล้องกัน แต่ต้องเหมาะกับภาวะของโรคด้วย จัดเป็นตัวอย่างสัก ๓ วัน เวลาคิดเมนูไม่ยาก ถ้าเป็นอาหารไทย เพราะพอทำเป็นบ้าง แต่ต้องใช้เวลาในการคำนวณปริมาณสัดส่วนอาหาร คำนวณพลังงาน ความต้องการ macronutrient ต่างๆ ในแต่ละวัน ซึ่งก็ดูได้จาก Food Pyramid"

ตัวอย่างเมนู ๑ วัน สำหรับคนเมือง (ไม่ใช่กินแบบนี้ทุกวัน)

มื้อเช้า คนมักต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ถ้าเป็นอาหารแบบฝรั่ง อาจจัดเป็นแซนวิช นม ผลไม้  ถ้าพอมีเวลาไม่เร่งรีบมาก ก็อาจเป็นข้าวกับแกงจืด แกงส้ม หรือเป็นโจ๊กและผลไม้ เพราะโจ๊กไม่ค่อยมีใยอาหาร หลักคือง่าย แต่มีคุณค่าสารอาหารครบถ้วน โดยทั่วไปอาหารในมื้อเช้าจะประมาณ ๓๐-๓๕ % ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมดต่อวัน

มื้อกลางวัน อาจเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำ ลดแป้งลง แต่เน้นผักมากขึ้น เพราะมื้อเช้ามักจะได้ผักน้อย บางครั้งอาจดื่มน้ำผลไม้ น้ำชาเขียวใส่น้ำแข็งบ้าง แต่ควรกินผลไม้มากกว่า เพราะจะได้ใยอาหารด้วย อาหารกลางวันจะประมาณ ๓๕-๔๐ % ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน

มื้อเย็น ไม่ควรเกิน ๓๐-๓๕ % ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน เป็นข้าว กับข้าว เช่น ต้มยำ ผัดผัก ไก่ย่างหรือหมูย่าง ผลไม้ ก่อนนอนอาจมีนมอีก ๑ แก้ว

อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าอาหารแต่ละชนิดใน ๑ วัน ต้องได้เท่าไหร่ แล้วกระจายสัดส่วนอาหารให้เหมาะในแต่ละมื้อ เช่น ถ้าตอนเช้าไม่ได้กินผัก ก็ไปเพิ่มผักในมื้อเที่ยงหรือเย็น เป็นต้น

หลักคือรู้ว่าต้องกินเท่าไหร่ กินครบ ๕ หมู่ ให้หลากหลาย กระจายเหมาะสม ตรงต่อเวลา ไม่หนักมื้อใดมื้อหนึ่ง

ขณะนี้มีข้อแนะนำใหม่เรื่องสัดส่วนอาหารของ Joslin Diabetes Center สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (ยกเว้นผู้ที่มีปัญหาการทำงานของไต) คือคาร์โบไฮเดรต ๔๐% โปรตีน ๒๐-๓๐% และไขมัน ๓๐-๓๕%

หัวใจสำคัญคือผู้ป่วยต้องมีใจรักสุขภาพ จึงจะสามารถดูแลเบาหวานได้ดี

   
 มื้อเช้า ข้าวต้มเครื่อง นมใส่งาดำ  มื้อกลางวัน สลัดทะเล โยเกริต์ผลไม้สด

 
 มื้อเย็น ข้าวกล้อง ปลานึ่งสมุนไพร ต้มข่าไก่

เมนูสำหรับคนรักสุขภาพ  ๑๕๐๐ แคลอรีต่อวัน มีความหลากหลายและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยวิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร Glycemic Index แต่ละมื้อต่ำ  แม้จะมีเครื่องปรุงเยอะ แต่ปรุงง่าย และใช้เวลาไม่นาน 

สมาชิกท่านใด ต้องการทราบสูตรอาหารข้างต้น ติดต่อที่คุณปฏิมา พรพจมาน โทร ๐-๒๒๔๐-๒๗๒๗ ต่อ ๒๒๓๓

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน DM KM Facilitator

หมายเลขบันทึก: 2507, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-20 09:14:36+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #การให้ความรู้#เมนูอาหาร

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (2)

IP: xxx.144.144.164
เขียนเมื่อ 

ดีค่ะได้ความรู้เยอะเลยค่ะ     ............ขอบคุณค่ะ...........

 

เอ้
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะที่ช่วยแนะนำ