ชื่อเรื่อง การศึกษาผลการใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ (MIA) กับ
การจัดการความรู้ (Knowledge Management) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ผู้วิจัย นางจิรา สุทธินุ่น ครูชำนาญการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
ปีที่ศึกษา 2551
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุงหมายเพื่อศึกษาผลการใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ ดอกซ์ (MIA)กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ในการพัฒนาความสามารถด้านการอานภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน37 คน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน ก่อนและหลังการใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ (MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) 2) ผลการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนด้านการเรียนรู้และการจัดการความรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี และ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่จัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ (MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ (MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) 2) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีตอวิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ (MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) 3) แบบประเมินด้านพฤติกรรมการเรียนรู้และการจัดการความรู้
4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยสรุปดังนี้
1. ผลประเมินความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน (อ 40223) พบว่า หลังการใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ (MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์(MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
2. ผลการประเมินด้านพฤติกรรมการเรียนรู้และการจัดการความรู้ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี พบว่าหลังการใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ ดอกซ์ (MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้วิธีสอนแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ (MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
3. ผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านภาษาอังกฤษ หลังการใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของ เมอร์ดอกซ์ (MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านภาษาอังกฤษทุกด้านหลังการใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ (MIA) กับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.01
การใช้วิธีสอนอ่านแบบบูรณาการของเมอร์ดอกซ์ เป็นการพัฒนานักเรียนได้จริง ผมได้ใช้ปฏิบัติจริงกับนักเรียนมาแล้ว และยิ่งได้อ่านบทคัดย่อของอาจารย์ที่ใช้เทคนิคการจัดการความรู้มาร่วมกับวิธีสอน MIA แล้ว ผมคิดว่าน่าจะได้ผลดียิ่งขึ้นครับ
ดิฉันสอนวิชาภาษาอังกฤษ อ่าน-เขียน ม.5ค่ะ เคยได้ศึกษาวิชาสอนแบบ MIA กับการจัดการความรู้อยู่บ้าง ได้อ่านเนื้อหาด้านบนของอ.จิราแล้วน่าสนใจมากค่ะ เลยอยากทราบขั้นตอน ว่ามีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง เผื่อว่าจะได้นำเอาไปใช้สอนที่โรงเรียนได้บ้าง