ช่วงต้นกล้วยไข่ที่ปลูกยังต้นเล็กอยู่ก็ทำการคัดเลือกพืชที่จะมาทำการปลูกแวมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวในช่วงที่รอผลผลิตกล้วยไข่

การปลูกพืชแซมในไร่กล้วยไข่อาจจะยกระดับเป็นพืชแข่งขันได้

 

จากการที่ผมได้มีโอกาสออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา เท่าที่โอกาสจะอำนวย  จากการสังเกตพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกกล้วยไข่บางราย ก็มีความคิดว่า ช่วงที่ปลูกต้นกล้วยไข่ใหม่ๆ หากพูดง่ายๆก็คือ ช่วงต้นกล้วยไข่ที่ปลูกยังต้นเล็กอยู่ ก็จะทำการคัดเลือกพืชที่จะมาทำการปลูกแซม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวช่วงที่รอผลผลิตกล้วยไข่ 

 

         เท่าที่สังเกตเห็นก็จะพบเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ได้นำข้าวโพดข้าวเหนียว และดาวเรือง ซึ่งเป็นพืชที่ให้รายได้เสริม ในช่วงที่ต้นกล้วยไข่ยังไม่ให้ผลผลิต โดยทั่วไปแล้วจะพบในสวนกล้วยไข่ในเขตตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองกำแพงเพชร บางพื้นที่ก็มีการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ ซึ่งทำรายได้ที่ดีกว่า พบที่ตำบลหนองหลวง อำเภอลานกระบือ และมีบางพื้นที่ปลูกยางพาราในไร่กล้วยไข่ พบที่ตำบลเขาคีริส อำเภอพรานกระต่าย ตำบลสักงาม อำเภอคลองลาน นอกจากนี้ยังมีการปลูกมันสำปะหลัง(มันห้านาที)แซมในไร่กล้วยไข่ที่ตำบลสักงาม อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชรอีกด้วย  ซึ่งมีภาพให้ชมดังนี้

 

 

        แต่ก็จะมีเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่บางราย  ได้ทดลองปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ปลูกกล้วยไข่ โดยทำการเปรียบเทียบในเรื่องการลงทุนต่อไร่และผลตอบแทนต่อไร่ว่าพืชใดจะทำรายได้ดีกว่ากัน ซึ่งอยู่ในช่วงทดลองการเปรียบเทียบอยู่นะครับ

 

 

 

         น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยเหมือนกันครับว่า หากราคามันสำปะหลังมีราคาเหมือนปี2550-2551 ที่ผ่านมากล้วยไข่อาจจะแพ้มันสำปะหลังก็เป็นได้ เพราะว่ามันสำปะหลังอาจจะดูแลเอาใจใส่ที่น้อยกว่า และอาจจะเป็นการลงทุนต่อไร่ที่น้อยกว่าก็เป็นได้ หากในปีใดเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่โชคไม่ดีเกิดมีพายุฝน พร้อมมีลมแรงเมื่อไหร่ กล้วยไข่ก็ไม่สามารถหลีกหนีลมไปได้ต้องโค่นหักล้ม เกิดความเสียหายปีแล้วปีเล่า เกษตรกรก็เกิดอาการที่ไม่อยากจะกล้วยไข่ต่อไปได้ นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่พื้นที่ปลูกกล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร ลดน้อยถอยลงอย่างน่าใจหาย จากพื้นที่ปลูกแต่เดิมเมื่อสิบปีก่อน มีพื้นที่ปลูกกล้วยไข่ประมาณ สองสามหมื่นไร่บางปีมีข้อมูลถึงสี่หมื่นไร่ด้วยซ้ำไป แต่ในปัจจุบันปี 2552นี้ จังหวัดกำแพงเพชรมีพื้นที่ปลูกกล้วยไข่ ประมาณ สองพันไร่เศษเท่านั้นเอง

 

 

 

           หน่วยงานทั้งภาครัฐและท้องถิ่น ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ควรจะหาแนวทางรณรงค์ ให้พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดกำแพงเพชร ได้อนุรักษ์การปลูกกล้วยไข่ไว้ให้คงอยู่คู่เมืองกำแพง ดีกว่าที่จะเหลือเพียงตำนาน  แต่ทางปฏิบัติก็อาจจะสวนทางกับความเป็นจริง  การบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ หากขาดความจริงใจต่อกันแล้วการบูรณาการก็จะยังไม่เกิดเป็นรูปธรรม  การทำงานบางองค์กรก็แบบตั้งรับไม่ทำงานเชิงรุก เมื่อไหร่การส่งเสริมการปลูกกล้วยไข่ถึงจะเป็นรูปธรรมแบบครบวงจรเสียทีครับ  เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่จะต้องรอเวลาอีกนานหรือไม่อย่างไรครับ........