ระบบปิด

บำบัดน้ำเสียด้วยระบบปิด สามารถนำเป็นพลังงานทดแทนได้

น้ำเสีย...เป็นปัญหาที่ควบคู่กับอุตสาหกรรมการผลิตแป้งมันสำปะหลัง มาเรื้อรัง ซึ่งการบำบัดส่วนใหญ่จะใช้บ่อเปิด...ส่งกลิ่นลอยคลุ้งรบกวนชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง

จากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สนง.พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงนำระบบบำบัดนํ้าเสียเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพมาใช้ ในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง

การวิจัยในเรื่องนี้มีมานาน แต่ว่ามีการปรับและพัฒนาเพื่อให้ได้ระบบที่มีประสิทธิภาพที่เหมาะสม ล่าสุดจึงได้ “ระบบบำบัดแบบตรึงฟิล์มจุลินทรีย์ชนิดไร้อากาศ” (Anaerobic Fixed Film Reactor : AFFR) ซึ่งนอกจากจะบำบัดนํ้าเสียแล้ว ยังใช้พื้นที่น้อยกว่าระบบบ่อเปิด ที่สำคัญคือมีผลพลอยได้จากก๊าซชีวภาพ เป็นพลังงานทดแทนน้ำมันเตา เป็นการลดภาระต้นทุนจากเชื้อเพลิง

ดร.อรรณพ นพรัตน์ นักวิจัยและผู้เชี่ยว ชาญจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า “ระบบดังกล่าวเป็น เทคโนโลยีที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเองในประเทศ ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง โดยใช้หลักการตรึงเซลล์จุลินทรีย์ไว้บน ผิววัสดุตัวกลางที่เป็นตาข่ายไนลอน ขึงติดตั้งอย่างเป็นระเบียบภายใน ถังปฏิกรณ์”

การที่จุลินทรีย์ยึดเกาะอยู่บนตัวกลาง สามารถลดการสูญเสียจุลินทรีย์ไม่ให้หลุดออกไปจากระบบบำบัดพร้อมกับน้ำที่บำบัด ทำให้กักเก็บจุลินทรีย์ให้อยู่ในระบบได้เป็นระยะเวลานาน มีประสิทธิภาพในการกำจัด ของเสียได้ร้อยละ 80 และใช้กับน้ำเสียที่มีสารแขวนลอยสูงได้ โดยไม่ต้องปรับสภาพก่อน เข้าระบบ ทำ ให้การดูแลไม่ซับซ้อน... และประหยัดค่าสารเคมี

โดยวัสดุตัวกลาง จะอยู่ในถังปฏิกรณ์ เพื่อ ให้จุลินทรีย์เกาะบนตัวกลางในลักษณะของฟิล์มชีวะ หรือระบบตรึงฟิล์มจุลินทรีย์ ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถรับสารอินทรีย์ได้ 6-8 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.ของถัง/วัน ที่ระยะเวลากักเก็บ (HRT) 3-4 วัน จะทำให้ได้ปริมาณก๊าซที่เกิดขึ้น 0.4-0.5 ลบ.ม./กก.ซีโอดีที่กำจัด และยังได้ก๊าซชีวภาพที่มีองค์ประกอบของก๊าซมีเทนประมาณ 60-70% ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์ได้ถึง 80%