ช่วงสองวันนี้ผมได้ความรู้สึกเหมือนเป็นหนูปั่นจักร เพราะมีเหตุต้องเดินและวิ่งวนไปมาในหลายต่อหลายที่ด้วยกันจนหมดแรง ข้าวต้ม ข้าวสวย ขนมปัง ข้าวเหนียว และข้าวกล้องที่กินไปในแต่ละวันจนหมดเมล็ดสุดท้าย

ช่วงคืนวันพุธได้เห็นว่าเริ่มมี spam bots บุกทะลุระบบ CAPTCHA ของเราได้ด้วยเทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) พยายามวิเคราะห์ว่าเป็น "คน" หรือ "หุ่นยนต์" และได้ข้อสรุปว่าน่าจะเป็น "หุ่นยนต์" แน่ๆ

สมัยโบราณเวลาชายหนุ่มจะบวชพระต้องมีการถามว่าเป็นคนหรือนาค ปัจจุบันคนจะเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์เราต้องถามว่าเป็นคนหรือหุ่นยนต์ อีกไม่นานตามวัดอาจจะต้องเปลี่ยนบทถาม ตอนนี้เราไม่กลัวนาคจะบวช เราอาจจะต้องเริ่มกลัวหุ่นยนต์จะมาบวชกันแล้ว

ตื่นมาตอนเช้าเจ้าหุ่นยนต์จากรัสเซียก็ยังตามมารังควาน คราวนี้มั่นใจแน่ๆ ว่าเป็นหุ่นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมากล้าก็เลยต้องลุยทำ CAPTCHA ภาษาไทยแทนอย่างที่ทุกท่านได้เห็นกันแล้วครับ

เริ่มจากวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาผมเริ่มต้นวันด้วยการคุยกับ organizer ที่จะมาช่วยจัดงาน GotoKnow Forum คุยกันได้ไปพักใหญ่จนผมเริ่มไม่มั่นใจถึงโรงแรมกลางเมืองหาดใหญ่ที่ตั้งใจจะเลือกใช้บริการในตอนแรก เลยต้องสรุปว่าผมขอไปดูโรงแรมอีกแห่งหนึ่งก็แล้วกัน งานนี้เราเจตนาจัดมาให้ได้บรรยากาศของความเป็น GotoKnow ที่สุดและได้ความเป็น "หาดใหญ่" ที่สุดด้วย แต่ก็ต้อง balance ระหว่างสภาวะแวดล้อมต่างๆ และข้อจำกัดอื่นๆ ให้ได้ลงตัวที่สุดไว้ด้วยครับ

คุยกับ organizer เสร็จก็ต่อด้วยการคุยกับคณะกรรมการ MBA ภาคพิเศษ เพราะมีคนสมัครเข้ามาเรียนแผน ก. 1 (ทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว) เราได้ข้อสรุปกันว่าต้องให้เขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในหลายประเด็น เพราะแม้ว่าเขาจะจบปริญญาโทด้วยการทำวิทยานิพนธ์มาแล้ว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องการให้เขาชี้แจงให้เห็นความเป็นไปได้ในการเรียนแผน ก. 1 กับเรา

ปรากฎว่าวันพฤหัสนั้นกว่าจะได้จับคอมพิวเตอร์เพื่อเริ่มทำงานก็ปาเข้าไปช่วงบ่ายๆ แล้ว เลยต้องพยายามจัดการงานที่ค้างๆ อยู่บนหน้าจอให้เรียบร้อย โดยหลักๆ ก็คงเป็นอีเมลจำนวนมหาศาล แล้วก็พยายามติดต่อบริษัท Apple Computer เพื่อขอซ่อมเครื่อง MacBook Pro ที่ซื้อมาแล้วมีปัญหาเรื่อง GPU ของ Nvidia ที่ไม่ทนความร้อน ถ้าใช้งานที่ต้องมีการประมวลผลภาพเยอะๆ เป็นอันได้ hang อย่างน่ากลัวมากๆ บริษัทก็ยืนยันให้ผมส่งเครื่องไปให้ตรวจสอบก่อนถึงจะยอมให้เปลี่ยนเครื่อง ผมพยายามบอกว่าผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้สะดวก เพราะผมคงไม่สามารถส่งเครื่องพร้อมฮาร์ดดิสก์ที่มีข้อมูลต่างๆ ของผมตั้งแต่ปี 1994 ไปให้ได้ ถ้าจะส่งผมคงต้องถอดฮาร์ดดิสก์ออกก่อน แล้วช่วงที่ส่งเครื่องไปให้ซ่อมนั้นผมจะใช้เครื่องอะไร หมายความว่าผมต้องสลับมาใช้เครื่องอื่น ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีกหลายวันในการสลับการทำงาน ในช่วงเวลาที่งานยุ่งๆ เช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ผมทำไม่ได้ง่ายนัก

เรื่องนี้น่าสนใจ คอมพิวเตอร์ที่เราซื้อมานั้น แม้จะมีประกันเต็มที่ แต่ในทางปฎิบัติแล้วเราไม่สามารถใช้ประกันนั้นได้หรอก เพราะ "ชีวิตและงาน" ของเราอยู่กับคอมพิวเตอร์ทั้งหมดนั่นเอง

ช่วงที่มึนๆ กับคอมพิวเตอร์ก็มีร้านทำแจคเก็ตมาเสนอราคา ปรากฎว่าร้านนี้เจ้าของเคยเรียน MBA วิชาที่ผมสอนตอนสมัยผมเรียนจบกลับมาใหม่ๆ นั่นเอง

หลังจากวุ่นวายกับเครื่องคอมพิวเตอร์จนสมองมึนตึ๊บแทบจะอยากโยนเครื่องทิ้งแล้ว ก็พาแนทและกุ้งไปดูโรงแรมหาดใหญ่พาราไดซ์แอนด์รีสอร์ทที่เขาบอกว่าบรรยากาศดีและเป็นธรรมชาติ ปรากฎว่าหลังจากไปเดินดูสักพักผมก็ฟันธงเลยว่า นี่เลยใช่แล้ว นี่เป็นโรงแรมที่เหมาะกับการจัดการ GotoKnow Forum แน่ๆ แล้ว ตกลงว่าเรื่องโรงแรมก็จบลงไปหนึ่งเปลาะ

ออกมาจากโรงแรมพวกเราก็มาวนหาร้านทำเสื้อแจคเกต GotoKnow เราชอบใจร้านที่ทำให้คณะนิติศาสตร์ แต่เนื่องจากหลายปีมาแล้ว เขาก็บอกเราไม่ได้ว่าร้านที่ไปทำมานั้นร้านไหน (ภายหลังมาทราบว่าร้านที่นิติฯ ไปทำนั้นปิดร้านไปเสียแล้ว) ปรากฎว่าหลังจากขับรถวนไปมาก็ได้เจอร้านหนึ่งที่คุยไปมาก็ได้ราคามาประมาณตัวละหนึ่งพันบาท เราสะดุ้งและล่าถอยออกมาตั้งหลักตามระเบียบ

คืนนั้นผมกลับบ้านมาหลังจากกินข้าวอาบน้ำก็มาจัดการอีเมลต่อ อีเมลนี่มันเป็นเครื่องมือที่ดีที่ทำให้เราติดต่อสื่อสารกันได้มากขึ้นและเร็วขึ้น แต่ข้อเสียของอีเมลคือทำให้เราติดต่อสื่อสารกันได้มากขึ้นและเร็วขึ้น หมายความว่าถ้าเราได้รับอีเมลและไม่สามารถตอบได้ภายในวันสองวันแล้วจะถือว่าไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง โอ มายก๊อด... ผมมีอีเมลค้างยังไม่ได้ตอบเป็นกระบุงโกย

ตกลงว่าคืนนั้นได้นอนไปด้วยฝันร้ายว่ามีปีศาจอีเมลมาหลอกหลอน

ตื่นมาเช้าวันศุกร์ก็เริ่มต้นวันด้วยการคุยกับ organizer อีกเช่นเดิม organizer รายนี้จะเป็นผู้ใหญ่กว่าอีกรายหนึ่งก่อนหน้านี้พอประมาณซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ปรากฎว่าทีมงานของ organizer เคยเรียน MBA กับผมที่ตรังด้วย โลกนี้กลมจริงๆ

หลังจากนั้นให้ต้าขับรถไปซื้อกล้วยทอดมาให้ทีมงาน เจตนาเพื่อทดสอบฝีมือการขับรถของต้าว่าขับได้จริง เพราะสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น งานนี้นอกจากทีมงานจะได้กินกล้วยทอดกันแล้ว ผมได้ลดตำแหน่งตัวเองไปอีกหนึ่งอย่าง ส่วนต้าได้เพิ่มตำแหน่ง จาก "นักพัฒนาซอฟต์แวร์" เป็น "นักพัฒนาซอฟต์แวร์/พนักงานขับรถ" ยินดีด้วยนะต้า

ในตอนบ่ายผมไปช่วยคุณเยาว์และคุณไพศาลคุยกับธนาคารเรื่องการกู้เงินเพื่อสร้างบ้านและร้านซ่อมมอเตอร์ไซต์ คุณเยาว์เป็นพี่เลี้ยงเจ้าต้นไม้ ส่วนคุณไพศาลสามีคุณเยาว์เปิดร้านซ่อมมอเตอร์ไซต์ในหาดใหญ่แต่กิจการไม่ค่อยดี งานส่วนใหญ่เป็นการปะยางเสียมาก เลยคิดจะไปเปิดแถว ต.น้ำน้อย ซึ่งเป็นบริเวณบ้าน เพราะแถวนั้นมีมอเตอร์ไซต์เก่าๆ เยอะ น่าจะมีให้ซ่อมมาก ผมก็เห็นด้วยเลยช่วยเหลือในการพูดคุยกับธนาคารให้

คนที่เริ่มต้นชีวิตด้วยความตั้งใจจริงนั้น สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงคำแนะนำดีๆ เท่านั้นเอง สิ่งที่คนทุกคนต้องการคือ "โอกาส" เท่านั้น คนหลายคนมีความตั้งใจดีแต่ไม่มีโอกาส คนหลายคนมีโอกาสแต่ใช้มันทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างไม่มีค่า เรื่องที่น่าสนใจที่ผมเห็นมาตลอดชีวิตคือ ผมเห็น "คนจนที่รวย" และ "คนรวยที่จน" คนเราทุกคนต้องเรียนรู้ในการดำรงชีวิต แต่หลายคนเลือกที่จะไม่เรียนรู้ให้อยู่บนลำแข้งตัวเองและเลือกที่พึ่งพาคนอื่นเป็นทางออกของทุกปัญหา

เรื่องนี้น่าคิด เรื่องนี้น่าเศร้า

ในช่วงที่วิ่งไปวิ่งมากับธนาคารนี่เอง ก็มีร้านตัดสูทในหาดใหญ่มาเสนอราคาทำเสื้อสำหรับ GotoKnow ด้วย รายนี้ฝีมือเขาดีแน่ๆ แต่ฟังราคาแล้วเข่าอ่อน

หลังจากจัดการเรื่องธนาคารเรียบร้อยแล้ว ก็วิ่งมานั่งประชุมกับนักศึกษาที่ทำ Dummy Company โดยผมได้เชิญ ดร.ธนาวุฒิ เข้าร่วมประชุมด้วย

คำแรกที่นักศึกษาบอกคือ "อาจารย์ครับ ผมมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี"

ได้ฟังอย่างนี้พวกเราเลยต้องล่าถอยมาตั้งหลักโดยได้โทรเชิญ อ.พัลลภัช มาช่วยกันคิด

ตอนแรกเราอยากให้นักศึกษาเลิกทำไปเลยเพราะพึ่งเริ่มต้นแล้วถ้านักศึกษาไม่รู้ว่าจะทำอะไรก็เลิกไปเสียก็ได้ เพราะการเตรียมการน้อยอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องเสีย

แต่ปรากฎว่ามีเรื่องต้องเสีย เพราะท่านอธิการบดีได้เขียนใน "พบกับอธิการบดี" (บล็อกของท่านอธิการฯ ที่เปิดให้อ่านเฉพาะภายในมหาวิทยาลัย) ถึงบริษัท Dummy Company เสียด้วย ดังนั้นถ้าเลิกเสียก็คงเสียท่าของภาควิชาบริหารธุรกิจว่าไม่สามารถดูแลนักศึกษาให้ดำเนินการเรื่องนี้ประสบความสำเร็จได้

ที่จริงแล้วเรื่องนี้จิ๊บๆ เมื่อ ดร.ธนาวุฒิ อ.พัลลภัช และผม พร้อมกับ อ.สิทธิชัย ที่เราโทรชวนทางโทรศัพท์ ตัดสินใจว่าจะมาดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิดเอง ดร.ธนาวุฒิ อ.พัลลภัช ดร.จันทวรรณ และผมเป็นเพื่อนเรียนปริญญาตรีมาด้วยกันครับ

เราให้การบ้านนักศึกษาไปทีละ step แล้ววันนี้เราจะตามมาดูอีกว่านักศึกษาจะทำอย่างไร เรียกว่างานนี้ต้องจับมือทำกันอย่างใกล้ชิดทีเดียว เพราะนักศึกษากลุ่มที่ทำนี้เป็นเพียงนักศึกษาปีที่สองเท่านั้น

สำหรับภาควิชาแล้ว Dummy Company ใน summer นี้เป็นเพียงโครงการ pilot project เท่านั้นเอง เพราะปีการศึกษาหน้าเราตั้งใจว่าจะทำให้ใหญ่และใหญ่มาก แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องทำให้ pilot project นี้ประสบความสำเร็จไปให้ได้ครับ

จบจาก Dummy Company มานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ได้สักพัก อ.จัน ก็โทรมาบอกว่าเจ้าต้นไม้ขึ้นผื่นแดงใหญ่จากที่โดนอะไรก็ไม่รู้กัด สงสัยควรจะพาไปให้หมอดูเสียหน่อย เลยต้องรีบกลับบ้าน แต่พอจะออกไปเท่านั้นเองฝนก็ตกมาโครมใหญ่ เลยต้องให้ยาแก้แพ้เองด้วยใจตุ้มๆ ต๋อมๆ

ตกคืนนั้นก็ได้มีโอกาสเขียนเอกสารสำหรับการอบรม Digital KM ให้กรมส่งเสริมสุขภาพจิตอีกเล็กน้อยจนเริ่มเห็นหน้าจอเบลอๆ และขยายจาก 15" เป็น 30" จึงเข้านอน

คืนนั้นไม่ฝันเห็นปีศาจอีเมล ฝันเห็นปีศาจใส่สูทผูกไทด์แทน