ปัญหาภัยแล้งและพืชขาดน้ำนั้นมักจะเป็นข่าวให้ได้ยินได้ฟังกันอยู่เป็นประจำทุก ๆ ปี ปีนี้ก็ไม่ยกเว้นเริ่มมีข่าวออกมาเป็นระยะ ๆ ว่าบางพื้นที่ทางภาคเหนือเริ่มประสบกับปัญหาภัยแล้งกันแล้ว โดยส่วนใหญ่จะมีผลทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากพืชผัก พืชไร่ ไม้ผลที่ปลูกไปแล้ว...ประสบปัญหาล้มตายลงเป็นจำนวนมาก โดยมีสาเหตุหลักมาจากสภาวะการขาดแคลนน้ำที่จะนำไปหล่อเลี้ยงให้มีชีวิตยืนยาวต่อไปในช่วงระยะเวลาที่ฝนทิ้งช่วงยาวนาน
เกษตรกรต้องรู้จักช่วยเหลือตนเองให้มาก ๆ เพราะจะรออภิมหาโครงการต่าง ๆจากรัฐบาล ที่ซึ่งมักจะมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร มีระยะหวังผลที่ใช้เวลายาวนาน ไม่ทันต่อสถานการณ์บ้านเมืองและความเดือดร้อนของชาวไร่ชาวนาส่งผลให้ได้รับความเสียหายกันอยู่ทุกปี
การแก้ปัญหาเบื้องต้นเกษตรกรควรลดการสูญเสียน้ำออกจากผิวหน้าดิน โดยใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกเศษไม้ใบหญ้าปกคลุมรอบทรงพุ่มเพื่อลดการระเหยของน้ำ ลดการคายน้ำจากใบพืชมิให้มากเกินไป โดยใช้ ไบโอฟิล์ม ซึ่งเป็นสารโพลิเมอร์ธรรมชาติ ทำหน้าที่เหมือนม้อยเจอร์ไรเซอร์พืช ทำให้พืชสูญเสียน้ำออกจากลำต้นน้อย ทำสระนำประจำไร่นา โดยทำแต่เพียงน้อย ๆ เพียงแค่ 5 %, 10 %, ไปเรื่อยจนครบ 30 % โดยเลือกหาพื้นที่ในจุดที่ต่ำสุดของพื้นที่ในการกักเก็บน้ำจากผิวดิน หรือบางท่านอาจจะขุดบ่อตอกเพื่อนำน้ำจากใต้ดินขึ้นไว้ใช้ในยามจำเป็นโดยเฉพาะหน้าแล้ง ในพื้นที่ที่ทุรกันดารจริงๆ ขาดแคลนแหล่งน้ำอย่างหนักและกำลังประสบปัญหาพืชที่ปลูกไว้ยืนต้นตายเพราะขาดน้ำ อาจจะหาซื้อโพลิเมอร์หรือสารอุ้มน้ำมาใช้เพื่อลดการสูญเสียได้ โดยการนำโพลิเมอร์ 1 กิโลกรัมนำมาแช่น้ำ 200 ลิตรทิ้งค้างคืนไว้ แล้วขุดหลุมทั้งสองหรือสี่ด้านของทรงพุ่ม โดยหลุมอาจจะลึกประมาณเท่ากับขนาดปิ๊ป (น้ำตาลมะพร้าว) หรือจะใหญ่หรือเล็กกว่าก็ขึ้นอยู่กับขนาดของลำต้นและทรงพุ่ม ก็สามารถที่จะช่วยให้พืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้นต่างๆ ให้มีชีวิตยืนยาวต่อไปได้จนถึงหน้าฝน
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
โพลีเมอร์ ราคาต่อกิโลหลายร้อย มันก็ยังแพงมากๆ อยู่ สำหรับชาวบ้านคงไม่ต้องพูดถึง ก็คงได้แค่ฟังนะ คงต้องใฃ้ต้นกล้วย และวัชพืชผสมดินขุดฝังไป ดังภูมิปัญญาชาวบ้านถูกกว่า
โพลิเมอร์ในท้องตลาดราคา กิโลกรัมละ 400 บาท (ซึ่งเป็นราคาที่สูงจริงดังว่าครับ) แต่ถ้าเรานำเขามาแช่น้ำในถัง, ตุ่มหรือโอ่ง 200 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 1 คืน เขาก็จะขยายพองตัวออกมาได้ถึง 200 - 400 เท่า ทำให้ต้นทุนโพลิเมอร์ลดเหลือเพียงกิโลละ 1 - 2 บาทเท่านั้นครับ (เพราะเขาเพิ่มจำนวนจากกิโลเดียวเป็น 200 - 400 กิโลกรัมครับ) อัตราการใช้ก็ใช้เพียง 1 - 2 ลิตร ต่อหลุมปลูกเท่านั้นครับ นึกถึงภาพการปลูกสักทอง, ยางพารา,ปาล์ม เป็นร้อย ๆ ไร่ แล้วถ้าปล่อยให้ต้นกล้าตายแล้วซื้อมาซ่อมใหม่ต่อหลุม จะแพงกว่าการใช้โพลิเมอร์แน่นอนครับ ลองศึกษาให้ดี ๆ ครับ หรือไม่เข้าใจอย่างไร ให้ติดต่อสอบถามเข้ามาที่ 081-313-7559
*_ขออนุญาตโพสนะครับ_* ศูนย์บริการจำหน่ายกล้าพันธุ์ไม้ป่าและไม้ผล อาทิเช่น สักทอง ยางนา พะยูง
แดง ตะเคียน ทุเรียน ลองกอง มะม่วงทุกชนิด ทุกสายพันธุ์ ราคาไม่แพง จำหน่ายทั้งปลีกและส่งฟรีทั่วประเทศ
ผลงานเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศมากว่ายี่สิบปี
สนใจติดต่อคุณไก่ 095-4654546 ,0946465654
ID line kai54654546
Email [email protected]
ชมผลงานและคุณภาพกล้าพันธุ์ไม้ได้ที่ www.takuyak.com
หรือที่แฟนเพจ คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้
หรือชมคลิปที่ www.youtube.com ช่อง ชัยชนะ เสือเพ็ง
หรือที่แฟนเพจ ชมรมเกษตรกรผู้ปลูกไม้พะยูงแห่งประเทศไทย